ผู้ถือหุ้นการบินไทย ร้อง กมธ.ปปป. วุฒิฯ เอเย่นขายตั๋วที่ลอนดอน ยักยอกค่าตั๋ว เผยเสียหายเป็นหมื่นล้าน นายถนิต พรหมสถิต และนายชุมพล สังข์ทอง ผู้ถือหุ้นการบินไทย ในฐานะตัวแทนผู้ถือหุ้นบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาและสอบสวนเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต วุฒิสภา ที่มีพล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ส.ว.กทม.เป็นประธาน เนื่องจาก มีการทุจริตการขายบัตรโดยสาร ที่สาขาลอนดอน มาตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งหลักฐานการทุจริตมาปรากฎปี 2538 และปัจจุบันยังไม่มีการลงโทษที่เหมาะสมกับผู้กระทำผิด
สำหรับลักษณะการทุจริต นายถนิตกล่าวว่า สมมติว่าราคาบัตรโดยสาร 100 บาท เมื่อให้เอเย่นขายให้กับลูกค้าในราคาดังกล่าว ก็จะต้องส่งเงินคืนที่มาที่บริษัทการบินไทยในราคา 80 บาท แต่ปัญหาในกรณีนี้คือ เอเย่นทำการคืนสำนักงานใหญ่เพียง 50 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่อังกฤษ คุยกับเอเย่น ก็ไม่ได้รับคำตอบ และโดนบ่ายเบี่ยง และก็มีการละเลย ไม่เก็บให้ครบตามที่สำนักงานใหญ่กำหนด รวมทั้งมีการเซ็นล้างหนี้ เพื่อให้ฝ่ายบัญชีที่กรุงเทพไม่มีหนี้ค้าง แต่เมื่อปี 2538 ฝ่ายบัญชีที่กรุงเทพปิดงบไม่ลง จึงทำให้เรื่องการทุจริตดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้น โดยบริษัทเสียประโยชน์เดือนละ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งบริษัทมีการตั้งกรรมการสอบสวน เมื่อปี 2546 โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมการสอบ โดยสรุปว่ามีคนผิด 1 คนคือ นายเดวิด คุก ผู้จัดการฝ่ายขายประจำพื้นยุโรป อย่างไรก็ดี นายทนง พิทยะ ประธานบอร์ดการบินไทยขณะนั้น ให้สอบเพิ่ม ก็พบเจ้าหน้าที่ไทยในสาขาลอนดอนอีก 8 คนมีความผิด ซึ่งสรุปโทษว่าให้ออก เพราะเป็นความผิดร้ายแรง บริษัทเสียหายเกือบ หมื่นล้านบาท
นายชุมพล กล่าวว่า โทษจริงที่ทั้ง 8 คนได้รับ คือตัดเงินเดือน 25 % เป็นเวลา 6 เดือนเท่านั้น ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่พอใจ เพราะทำความเสียหายให้บริษัท และไม่สามารถเรียกเงินคืนได้ ทั้งนี้ตนได้มาร้องต่อกรรมาธิการการปกครอง วุฒิสภา เมื่อปี 2547 ซึ่งกรรมธิการการปกครอง สรุปผลสอบว่า ให้การบินไทยลงโทษบุคคลทั้ง 8 ให้เหมาะสม ให้บริษัทยื่นฟ้องคดีแพ่งภายใน 30 วัน และฟ้องอาญา ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้บริษัทเสียหาย และให้ตั้งกรรมการสอบสวนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ของกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดก่อน แต่ปัจจุบันบริษัทก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ นอกจากนี้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 ผู้ถือหุ้นก็ไปร้องที่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้สอบว่าเงินหายไปไหน หรือหมุนเวียนอยู่ที่ใด
ล่าสุดก็ได้รับคำตอบเพียงว่า กำลังดำเนินการอยู่ และเมื่อร้องต่อนายพงศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รมว.คมนาคม ก็ได้รับคำตอบเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ว่า ไม่มีนโยบายไปตรวจ เพราะเป็นขั้นตอนของบอร์ด และฝ่ายบริหาร และคงไม่มีการปลดพนักงาน ดังนั้นเมื่อไม่มีการทำอะไรเลย พวกตนจึงมาร้องเรียนให้กรรมาธิการตรวจสอบเรื่องทุจริต ดำเนินการเพื่อความเป็นธรรมกับผู้ถือหุ้น นายชุมพลกล่าว
พล.ต.อ.ประทิน กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมาธิการฯ มีแนวคิดที่จะตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นเพื่อมาสอบสวนเรื่องโดยเฉพาะ เพราะถ้าจะให้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ทำการตรวจอสอบ อาจจะทำให้ไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ทันก่อนที่วุฒิสภาจะหมดวาระลง