"ทักษิณ"มั่นใจสุวรรณภูมิไร้ปัญหามิ.ย. 49 เปิดใช้เชิงพาณิชย์ฉลองครองราชย์ 60 ปีในหลวง รับตื่น เต้นภูมิใจแทนคนไทย เที่ยวบินปฐมฤกษ์ราบรื่น แต่เจ้าหน้าที่ใช้ปืนลมไล่ยิงสุนัขเคลีย์รันเวย์ เต่าเพ่นพ่านรอบคูสนามบิน 45 ปีแห่งการรอคอยของโครงการก่อสร้างสนามบินกรุงเทพฯ แห่งที่ 2 หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการเมื่อเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เที่ยวบินทีจี 8960 แอร์บัส 340-600 ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า "วัฒนานคร" นำคณะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี เอกอัครราชทูตและแขกระดับวีไอพี ทั้งในและต่างประเทศ ออกบินทดสอบเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ จากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เมื่อเวลา 08.39 น. วันที่ 29 กันยายน และร่อนลงแตะพื้นทางวิ่ง (รันเวย์) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 09.19 น. ตามด้วยการร่อนลงของเที่ยวบินคณะสื่อมวลชน ทีจี 8962 โบอิ้ง 747-400 หริภุญชัย
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเที่ยวบินปฐมฤกษ์เเมื่อเวลา 07.50 น. ว่า วันนี้ตนไปดูความพร้อมเพื่อที่จะบอกกับทุกคนในประเทศและทั่วโลก ขณะนี้เรายังเหลือเพียงงานเล็กๆ น้อยๆ ในการเตรียมย้ายสนามบิน มั่นใจว่า เดือนมิถุนายน ปี 2549 จะเปิดใช้สนามบินในเชิงพาณิชย์ได้แน่นอน วันนี้ไม่มีอะไรต้องวิตก ตนได้รับรายงานการก่อสร้างและติดตามไปดูงานบ่อยๆ ก็เห็นว่าเรียบร้อย
ส่วนกรณีที่มีผู้เตือนถึงเรื่องนกและสัตว์หลายชนิดที่อาศัยอยู่รอบๆ สนามบิน อาจจะเป็นอุปสรรคในการบินได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นกที่อาศัยอยู่แถวนั้น ต้องหนีไปอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การขึ้นบิน (เทคออฟ) และร่อนลง (แลนดิ้ง)ในระยะสั้นๆ จะมีปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มั่นใจ ไม่มีอะไรวิตก ที่ผ่านมามีการทดลองไปแล้ว
เมื่อถามว่า วันนี้เชิญฝ่ายค้านและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสนามบินมาบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เชิญอดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมา เพราะเป็นประวัติศาสตร์การสร้างสนามบินแห่งนี้ ที่ใช้เวลาก่อสร้างถึง 45 ปี คนที่ว่างก็มา คนที่ไม่ว่างก็ไม่มา
ไร้เงา ปชป. ร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์
เมื่อเวลา 07.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรีพร้อมด้วย ส.ส.พรรคไทยรักไทย จำนวนมากและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากหลายกระทรวง ได้เดินทางมายังสนามบินดอนเมืองเพื่อร่วมเที่ยวบินปฐมฤกษ์ไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยในส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น มีเพียงนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย อดีตนายกรัฐมนตรีร่วมเดินทางไปด้วย แต่ไม่มีตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมเดินทางแม้แต่คนเดียว
นายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการนี้เกี่ยวข้องกับตน เพราะตนอนุมัติโครงการไปเมื่อปี 2538 เมื่อเดือนเศษที่ผ่านมาตนเดินทางไปดูสนามบินแห่งนี้ เพื่อดูความพร้อม พ.ต.ท.ทักษิณ นายกรัฐมนตรี ก็เชิญตนมาช่วยดูความพร้อมเที่ยวบินเที่ยวแรกด้วย ปัญหาต่างๆ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดู สนามบินแห่งนี้ใหญ่มากไม่แพ้นานาชาติ เช่น สิงคโปร์ หรือ จีน และจะรองรับผู้โดยสารถึง 43 ล้านคนต่อปี จะช่วยเพิ่มศักยภาพของประเทศไทย
"สิ่งที่เป็นห่วงและขอฝากไว้คือ เรื่องน้ำ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่รับน้ำทั้งหมด ควรมีการสร้างพนังกั้นน้ำ หน้ากว้าง 70 เมตร สูง 7 เมตร 50 เซนติเมตร เนื่องจากมีการสำรวจระดับน้ำในปี 2538 หากระดับน้ำเพิ่มสูงกว่าที่สำรวจจะมีปัญหา ดังนั้นต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด คือสูบลงคลอง" นายบรรหาร กล่าว
กัปตันที่หนึ่ง มั่นใจสภาพแวดล้อม
สำหรับบรรยากาศการขึ้นเครื่องเที่ยวบินปฐมฤกษ์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาคอยขึ้นเครื่องและรายงานข่าว
กัปตัน คงฤทธิ์ ลาภไพศาล ซึ่งเป็นกัปตันคนที่หนึ่งของเครื่องวัฒนานคร แสดงความเชื่อมั่นว่า จะไม่มีปัญหาในสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ซึ่งอยู่ในวิสัยทัศน์ที่ดี โดยระยะเวลาการบินที่กำหนดไว้จากท่าอาศยานกรุงเทพฯ ไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประมาณ 40 นาที ความพร้อมด้านอื่นไม่น่ามีปัญหา ก่อนขึ้นบินวันนี้ ได้เตรียมความพร้อมมานานกว่าสองเดือนแล้ว การบินวันนี้จะใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด ส่วนการควบคุมระบบแมนวลนั้นจะใช้ในยามจำเป็น การให้บริการบนเครื่องบินลำนี้จะเหมือนกับทุกเที่ยวบินเพราะเราจะให้บริการที่ดีที่สุดทุกครั้ง วันนี้ไม่มีความกดดันใดๆ และจะบินด้วยความปลอดภัยที่ดี 100 เปอร์เซ็นต์
กัปตัน คงฤทธิ์ กล่าวว่า สภาพอากาศวันนี้แม้ยังมีฝนตกจากพายุดอมเรย แต่หากดูด้วยสายตาอาจมีหมอกบางๆ แต่ทัศนวิสัยมีความชัดเจน พายุดอมเรยไม่เป็นอุปสรรค ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาการทดสอบรันเวย์ในสนามบินสุวรรณภูมินั้นพื้นรันเวย์ดีมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการรอขึ้นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ พ.ท.ต่อพงษ์ กุลครรชิด หัวหน้าสำนักงานองค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นำจดหมายเปิดผนึกมายื่นให้นายกรัฐมนตรีโดยเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนพิการ ผู้สูงอายุภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย องค์การได้ติดตามความคืบหน้าสนามบินแห่งนี้มาตลอด แต่ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะมีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการและผู้สูงอายุอย่างครบถ้วนสมกับเป็นสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของโลก
ส่วนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.57 น. บรรยากาศที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะจะเดินทางมาถึงเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยห้องโถงบริเวณชั้น 2 ที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินเข้า มีคณะเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตเฝ้ารออยู่ โดยมีจัดอาหารว่างและดนตรีวงเครื่องสายดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาบรรเลงเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ แม้ว่าภายในตัวอาคาร การก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะต้องรอการตกแต่งอีกจำนวนมาก
รมต.ฟุ้งสุวรรณภูมิเทียบขั้นระดับโลก
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีต รมว.คมนาคม กล่าวว่า วันนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของไทยมีคุณภาพได้มาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ แม้จะเป็นเพียงการทดสอบก็ตาม
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม กล่าวว่า รู้สึกดีใจ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของการเปิดใช้สนามบิน วันนี้เป็นครั้งแรกที่ทดสอบทุกระบบอย่างเป็นทางการ ส่วนงานที่อยู่ในความดูแลของบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) การบินไทย วิทยุการบินแห่งประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร ได้ทดสอบอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ)
"ในส่วนท่าอากาศยานจะเน้นการรักษาความปลอดภัย ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ความแข็งแกร่งของทางวิ่ง ทางขับ สำหรับเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ที่ติดตั้งแล้ว 26 เครื่อง ก็จะทดสอบระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าด้วย จะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถรับกระเป๋าได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอกระเป๋า เนื่องจากระบบมีความรวดเร็วมาก" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ด้านนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ระบบการตรวจปล่อยสินค้าของสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว แต่หลังการทดสอบวันนี้ก็จะทดสอบระบบทุกส่วนต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2549 โดยเฉพาะการอบรมบุคลากรและจำนวนเจ้าหน้าที่ ส่วนการจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์เพื่อตรวจสอบยาเสพติด และสินค้าที่ต้องเสียภาษีโดยเฉพาะผู้โดยสารขาเข้า โดย ทอท.จะเป็นผู้จัดซื้อ คาดว่าต้องใช้ประมาณ 20 เครื่อง ส่วนการตรวจปล่อยสินค้าจะนำระบบอีดีไอและมาตรการ 1 วันทันใจมาใช้ ซึ่งเชื่อว่าการอำนวยความสะดวกการพิจารณาจัดเก็บภาษีสินค้าทางอากาศจะอำนวยความสะดวกได้รวดเร็วมากขึ้น
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุตสาหกรรม ในฐานะอดีต รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอบคุณกระทรวงคมนาคมและเจ้าหน้าที่ ทอท.ที่ร่วมมือร่วมใจจนทำให้สิ่งที่ทุกคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้สามารถเป็นไปได้ วันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญ สนามบินแห่งนี้จะเป็นสนามบินที่ทันสมัยที่สุดในโลกทั้งทางด้านความสะดวกสบายและเทคโนโลยี ในอนาคตคือไม่เกินหนึ่งปีหลังจากเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์จะมีรถไฟเชื่อมจากสนามบินไปในตัวเมืองที่จะใช้เวลาเพียง 15 นาที ส่วนเครื่องซีทีเอ็กซ์ 26 เครื่องนั้นติดตั้งได้ครบถ้วนแล้ว
เปิดจริงฉลองครองราชย์ 60 ปีในหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลา 08.39 น. เที่ยวบินปฐมฤกษ์ เที่ยวบินทีจี 8960 แอร์บัส 340-600 วัฒนานครของคณะนายกรัฐมนตรีได้ทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ หลังทุกคนที่ร่วมทดสอบเที่ยวบินปฐมฤกษ์ต่างต้องผ่านขั้นตอนตามปกติของขึ้นเครื่องบิน ตามด้วยเที่ยวบินทีจี 8962 เครื่องโบอิ้ง 747 ของคณะสื่อมวลชนซึ่งออกเดินทางในเวลา 09.40 น.
พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยบนเครื่องวัฒนานครว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถือเป็นท่าอากาศยานที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ต้องการสร้างความมั่นใจให้ชาวต่างประเทศและคนไทย เพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาค ที่สำคัญคือ ทำให้การรอคอยของคนไทยที่ยาวนานถึง 45 ปี ประสบความสำเร็จ ภายในเดือนมีนาคม 2549 จะเก็บรายละเอียดงานได้เรียบร้อย เชื่อว่าจะพร้อมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนมิถุนายนปีหน้า เพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 60ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากนี้ตนจะเชิญสายการบินต่างๆ มาหารือ เพื่อร่วมกิจการทางการบินกับไทย หลังการเปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันนี้ ประสบความสำเร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเครื่องบินปฐมฤกษ์ทะยานขึ้นจากท่าอาศยานกรุงเทพฯ จากนั้นใช้เวลาบินวนเหนือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 40 นาที ก่อนจะร่อนลงแตะพื้นทางวิ่ง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 09.19 น.ตามฤกษ์เวลาที่ได้มีการกำหนดไว้ โดยลงจอดโดยใช้รันเวย์ 19 แอล/01อาร์ และขับเคลื่อนไปยังหลุมจอด อี 1 จากนั้นนายกฯ และคณะได้ขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางต่อมายังตัวอาคารสุวรรณภูมิ
ส่วนเครื่องบินหริภุญชัยของคณะสื่อมวลชนได้แตะรันเวย์เมื่อเวลา 09.50 น. ระหว่างนั้นมีการนำเครื่อบินเอฟ 16 จำนวน 3 ลำ บินผ่านเหนือสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจัดขบวนรูปหมู่เป็นรูปเพชร
สุนัข เต่ายังป่วนรันเวย์สุวรรณภูมิ
อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะมีความพยายามขจัดปัญหาสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ให้เข้ามาเพ่นพ่าน เพราะเกรงจะทำให้เกิดอันตรายแก่เครื่องบินที่จะขึ้นลงนั้น แต่ในช่วงก่อนที่เครื่องบินที่นายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชน จะร่อนลงจอดนั้น ปรากฏว่ามีสุนัขบางตัวเล็ดลอดเข้าไปวิ่งเล่นอยู่ในรันเวย์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบใช้รถตรวจการณ์ออกไปใช้ปืนลมไล่ยิงให้หนีออกไป เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดอันตรายแก่เครื่องบิน
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานด้วย ยังคงพบเต่าบางตัวคลานอยู่ในร่องน้ำด้านข้างสนามบิน แม้ว่าจะไม่ได้เข้ามาถึงภายในพื้นรันเวย์ก็ตาม ส่วนนกปากห่างนั้น จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยาและผู้เกี่ยวข้องได้รับคำยืนยันว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากได้มีการปล่อยสัญญาณคลื่นเสียงขับไล่ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในตัวอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นมีนกกระจอกจำนวนมากบินวน และทำรังอยู่ภายในอาคาร โดยการก่อสร้างบางส่วนยังไม่เสร็จสิ้นมีการติดป้าย รอการตกแต่ง ติดอยู่เป็นระยะ
นายกฯ รับตื่นเต้นภูมิใจแทนคนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีนายกรัฐมนตรีและคณะเดินเข้าภายในบริเวณตัวอาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรมว.อุตสาหกรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย รมช.คมนาคม และนายศรีสุข จันทรางศุ ประธานกรรมการบริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไร นายกฯ ได้โชว์นิ้วโป้งบอกว่าดีมาก รู้สึกภูมิใจแทนคนไทยทั่วประเทศ
จากนั้นคณะนายกฯ ขึ้นไปที่ชั้น 4 เพื่อตรวจสอบการลงหนังสือลงตราเพื่อผ่านเข้าเมือง จากที่มีทั้งหมด 124 จุด โดยมีนายบรรหาร อดีต นายกฯ ยืนเป็นลำดับที่ 2 ต่อมานายกฯ ได้เดินทางไปตรวจสอบระบบต่างๆ เริ่มจากสายพานลำเลียงกระเป๋าและสัมภาระซีทีเอ็กซ์ กระบวนการศุลกากรก่อนจะขึ้นตรวจบริการเช็คอินของบริษัทการบินไทย
ต่อมาเมื่อเวลา 10.10 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ หลังผ่านขั้นตอนการตรวจลงตราหนังสือเดินทางจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่า รู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจแทนคนไทยทั้งประเทศ ดีใจมาก เพราะรอมา 45 ปี แล้ว และความมั่นใจทางเทคนิคของการลงมาครั้งนี้จะเป็นการประกาศให้คนทั้งประเทศและคนทั้งโลกรู้ว่าประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาค เรามีสนามบินที่ใหญ่โตพอ ทันสมัยมาก และพร้อมรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่จะเดินทางมายังประเทศไทย และมั่นใจมากว่าจะเปิดใช้ได้ทันเดือนมิถุนายน ปี 2549 มั่นใจกว่าวันนี้อีก แต่จะเป็นวันไหนก็ต้องดูก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์เสร็จ นายกรัฐมนตรีโชว์หนังสือเดินทางที่ประทับตราสนามบินสุวรรณภูมิให้ดู พร้อมกับนายบรรหาร โดยนายบรรหารได้ถามว่า "หล่อมั้ย"
ปชป.เหน็บจะยิ่งใหญ่ต้องโปร่งใส
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพิธีเปิดสนามบินสุวรรณภูมิที่ใช้เงินไปกว่า 7 ล้านบาท ว่า เรื่องนี้เหมาะสมหรือไม่นั้น ฝ่ายค้านยังไม่ตรวจสอบ แต่ก็คิดว่ารัฐบาลคงจะได้ระมัดระวัง เพราะหลายฝ่ายต่างก็จับตาดูอยู่ ไม่สำคัญว่าได้ใช้เงินเท่าไร แต่ต้องดูว่าคุ้มค่าหรือไม่
"สนามบินนี้ริเริ่มมาตั้งแต่ 45 ปีที่ผ่านมา สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แม้ว่าวันนี้ยังไม่ได้มีการเปิดใช้จริง เป็นเพียงการทดสอบใช้ในด้านเทคนิคและนำเครื่องบินลงก็ตาม แต่คิดว่าคนไทยทุกคนคงจะดีใจและภูมิใจ รวมทั้งฝ่ายค้านด้วยที่ได้มีส่วนทำให้สนามบินสุวรรณภูมิสมบูรณ์มาโดยตลอด ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ได้มีส่วนในการสานต่อ ถึงแม้ในช่วงที่เราเป็นฝ่ายค้านก็ได้ทำให้สนามบินเกิดความโปร่งใสที่สุด" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ
นายองอาจ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็นคนไทยก็ต้องภาคภูมิใจที่มีหอบังคับการสูงที่สุด มีรันเวย์ยาวที่สุด แต่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติคงจะไม่ใส่ใจ คงต้องคิดว่า จะรองรับชาวต่างชาติได้อย่างไรในเรื่องความทันสมัย สะดวกสบายและปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจที่ขาดไม่ได้
"ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสนามบิน ศุลกากร ตลอดจนภายนอกสนามบินคือ แท็กซี่ การขนส่งสาธารณะต่างๆ รัฐบาลจะต้องระวังไม่ให้มีแท็กซี่เถื่อน หรือคนหากินกับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ" นายองอาจ ชี้แจง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า พรรคฝ่ายค้ายจะตรวจสอบการทุจริตต่างๆ ของสนามบินแห่งนี้ต่อไป ซึ่งเรื่องเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 ฝ่ายค้านได้เปิดอภิปรายไปแล้ว และรัฐบาลเองก็อยากจะให้ยุติ แต่สิ่งที่เราทวงถามไปในหลายเรื่องยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ รัฐบาลเองก็ยังไม่ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาที่เราได้ชี้แนะไป
"ฝ่ายค้านคงจะรอให้บรรยากาศความสุขในการทดลองใช้สนามบินผ่านพ้นไประยะหนึ่งก่อน รอให้เรามีข้อมูลที่เพียงพอ โดยเฉพาะในประเด็นที่ค้างคาอยู่และรัฐบาลตอบไม่กระจ่าง ตรงนี้ประชาชนจะต้องแยกแยะให้ออกระหว่างความภาคภูมิใจซึ่งถือว่าเป็นสมบัติของคนไทยทุกคนจากเงินภาษีอากรของพวกเรา จึงเป็นภาระหน้าที่ประชาชนทุกคนรวมทั้งฝ่ายค้านด้วยที่ต้องตรวจสอบการก่อสร้างทั้งหมด" นายองอาจ กล่าว
พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ส.ว.กรุงเทพฯ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและสอบสวนเรื่องเกี่ยวกับการทุจริต วุฒิสภา กล่าวแสดงความยินดีและรู้สึกภูมิใจกับรัฐบาลชุดนี้ ที่สามารถทำให้โครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ทันสมัย และสามารถให้บริการได้ แต่ก็เสียดาย และรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลไม่แก้ไขข้อบกพร่อง หรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาความไม่โปร่งใสกรณีเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ทั้งในแง่ส่วนต่างการจัด ซื้อ และสัญญา ทั้งที่วุฒิสภาและฝ่ายค้านได้ชี้ให้เห็นจุดบกพร่องแล้ว
สื่อไทย-เทศเซ็งไม่ได้ทดสอบซีทีเอกซ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษ โดยตั้งแต่เวลา 06.00 น. สื่อมวลชนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาลงทะเบียนรับบัตรโดยสาร บรรยากาศค่อนข้างวุ่นวาย และใช้เวลานานมากพอสมควร
จากนั้นเวลา 09.40 น. เครื่องบินหริภุญชัย เที่ยวบิน TG 8962 ได้นำคณะสื่อมวลชน และแขกพิเศษกว่า 200 คน ออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยใช้เวลาเพียง 15 นาที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นนั้น พนักงานบนเครื่องบินได้กล่าวว่า เครื่องบินอาจจะต้องเสียเวลาหรือดีเลย์ เนื่องจากว่าจะต้องให้เครื่องบินลำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิก่อน จากนั้นเครื่องของคณะสื่อมวลชนและแขกพิเศษ ถึงจะออกเดินทางได้ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ไปรอชมเครื่องบินร่อนลงแตะพื้นรันเวย์
ทั้งนี้ก่อนที่เครื่องบินจะลงจอดนั้น ผู้สื่อข่าวหลายคนได้จับกลุ่มนั่งมองที่หน้าต่างของเครื่องบิน ด้วยความตื่นเต้น เมื่อเครื่องบินลงพื้นอย่างนิ่มนวล โดยไม่อาการกระแทกพื้นดิน จนเครื่องบินเสียการทรงตัวมากนัก สื่อมวลชนทั้งหมดต่างพากันปรบมือแสดงความดีใจ ถอนหายใจแสดงความโล่งอกกันถ้วนหน้า
ภายหลังคณะสื่อมวลชนและแขกพิเศษ จากเครื่องทีจี 8962 เข้าสู่อาคารผู้โดยสาร และไปยังห้องผู้โดยสารขาเข้า และขึ้นไปยังชั้น 4 บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออก ผู้สื่อข่าวหลายคนแสดงความผิดหวัง ที่ไม่ได้ใช้บริการเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอกซ์ เพื่อจะได้เห็นประสิทธิภาพของเครื่องซีทีเอกซ์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในสนามบินกล่าวว่า วันนี้ไม่สามารถที่จะให้บริการได้ เนื่องจากมีคนมากเกินไป และเครื่องจะให้บริการตรวจกระเป๋าได้ครั้งละ 30-40 ใบเท่านั้น
โวย"สุวรรณภูมิ"พ่นพิษน้ำท่วมเสียงดัง
ส่วนผลกระทบจากการทดลองเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ นายสุรพร พลีสุ่มทอง สมาชิก อบต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และเป็นตัวแทนหมู่ 10 บ้านคลองราชาเทวะ กล่าวว่า หมู่บ้านราชาเทวะอยู่ทางทิศใต้ของสนามบิน มีประชากรกว่า 100 ครัวเรือน เริ่มได้รับผลกระทบจากสนามบินแล้วก็คือ เรื่องมลภาวะทางเสียงและปัญหาน้ำท่วม
นายสุรพร กล่าวว่า บ้านตนอยู่ห่างจากรันเวย์ประมาณ 3 กิโลเมตร ความดังของเสียงจะอยู่ที่ 35-40 เดซิเบล วันทดสอบตนฟังที่บ้าน เสียงดังพอสมควร ขณะที่ชาวบ้านบอกว่า ยังพออยู่ได้ แต่จากรายงานข่าวทราบว่า จะมีเครื่องบินขึ้นลงชั่วโมงละ 75 เที่ยว ถือว่าถี่มาก และยังมีโรงเรียนราชาเทวะ ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับอนุบาล-ประถมศึกษา อยู่ห่างจากรันเวย์ 4 กิโลเมตร เกรงเด็กจะได้รับผลกระทบจากเสียงขณะมีการเรียนการสอนด้วย
นายสุรพร กล่าวอีกว่าตนเป็น คณะกรรมการแก้ปัญหาเรื่องมลภาวะทางเสียงด้วย ทราบว่าบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) สำรวจผลกระทบความดังของเสียงเอาไว้แล้ว เดือนหน้าจะรู้ผลว่า เขตพื้นที่ชุมชน หรือบ้านเรือนประชาชน จุดใดจะได้รับผลกระทบเรื่อง หาก บทม.สร้างกำแพงกั้นเสียงให้แล้วยังวัดเสียงดังเกิน 70 เดซิเบล บทม.จะซื้อที่ดินชาวบ้านทันที
ส.อบต.ราชาเทวะ เผยอีกว่า สำหรับปัญหาน้ำท่วม มีผลกระทบทั้งน้ำท่วมโรงเรียนและพื้นที่การเกษตร หลังจากลมมรสุมเข้ามาและฝนตกมา ทางสนามบินได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 4 เครื่อง และมีช่องระบายน้ำ 8 ช่อง เมื่อเปิดระบายพร้อมกัน ทำให้น้ำระบายไม่ทัน ไหลกลับมาท่วมโรงเรียนราชาเทวะ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น มีนักเรียนประมาณ 60 คน โดยน้ำท่วมสูงถึง 20 เซนติเมตร ครูนักเรียนต้องย้ายขึ้นไปเรียนบนชั้น 2 เด็กต้องลุยน้ำมาเรียนกัน ขณะสนามกีฬาโรงเรียนซึ่งตนเพิ่งของบมาปรับปรุง แต่ใช้ได้แค่ครึ่งปีก็ถูกน้ำท่วมพังหมด แต่ที่เป็นห่วงก็คือ เด็กอนุบาลตัวเล็กอาจจะประสบอุบัติเหตุพลัดตกลงมาระหว่างขึ้นลงบันใดได้
ส่วนความเสียหายของพื้นที่เกษตรกรรม นายสุรพร กล่าวว่า ชาวบ้าน 30 หลังคาเรือน ซึ่งเลี้ยงปลาในบ่อเป็นอาชีพหลัก รวมเนื้อที่รายละประมาณ 10 ไร่ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ทำสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ ปลาที่เลี้ยงจะจับขายได้ครั้งละ 50,000-100,000 บาท แต่เมื่อสนามบินระบายน้ำมาท่วมก็ต้องรีบจับขาย ทั้งที่ปลายังโตไม่เต็มที่ จึงได้ราคาไม่ดี แถมน้ำช่วงน้ำหลากจะมีปลาเยอะ ราคาปลายังตกต่ำอีกด้วย สำหรับสวนมะม่วงตนยังไม่ได้รับรายงาน
ส.อบต.ราชาเทวะ ยังกล่าวด้วยว่า ปัญหาน้ำท่วมยังหาทางออกไม่ได้ เพราะคลองล้อมรอบสนามบินเป็นคลองขนาดใหญ่ ขณะคลองที่ระบายต่อมีขนาดแคบเล็ก ระบายน้ำไม่ทันทำให้น้ำท่วม เช่น คลองของหมู่บ้านคือ คลองเทวะ มีขนาดเล็ก รับน้ำจากสนามบิน จะขยายขนาดไม่ได้ เพราะติดบ้านเรือนชาวบ้าน และยังเชื่อมต่อไปยังคลองลาดกระบัง และคลองบางโฉลง ที่ระบายน้ำส่งต่อไปยังคลองบางพลี
"แม้ว่าชาวบ้านจะดีใจที่มีสนามบินมาอยู่ใกล้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเจริญให้ท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมา บทม. เข้ามาแก้ไขปัญหามลภาวะทางเสียงเท่านั้น แต่ไม่ได้ดูแลเรื่องน้ำท่วม เมื่อวันที่ 25 กันยายน อบต.จึงได้ยื่นเรื่องพร้อมรูปถ่ายน้ำท่วมไปให้ บทม.พิจารณาแก้ไขแล้ว ซึ่ง บทม.บอกว่าจะลงไปดูพื้นที่ในสัปดาห์หน้า" นายสุรพล กล่าว
นายผล พลีสุ่มทอง อายุ 67 ปี เกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 10 บ้านคลองราชาเทวะ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า ตนลงทุนประมาณ 3 แสนบาท เลี้ยงปลาสามบ่อ ก่อนน้ำท่วมตนจับปลาขายไปก่อนสองบ่อ ได้เงินกว่า 2 แสนบาท ขณะอีกบ่อปลายังเล็กจับขายไม่ได้ ทำให้ได้แค่เท่าทุนหรือกำไรน้อยกว่าทุกปี แต่เพื่อนบ้านหลายคนโชคร้ายจับปลาไม่ทัน ปลาหลุดออกคลองหมด บางคนไม่มีเงินใช้หนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ด้วย
"ผมอยากให้ช่วยเหลือดูแลแก้ปัญหาน้ำท่วม กับช่วยสร้างถนนเข้าหมู่บ้าน เพราะตั้งแต่อยู่มายังไม่มีถนนใช้ ต้องเดินเท้าเลาะถนนริมคลองของ อบต.เป็นถนนแคบๆ ใช้ได้เพียงรถจักรยาน หรือรถจักรยานยนต์เท่านั้น เวลาเจ็บป่วยเดินทางลำบากมาก" นายผลกล่าว
นายบุญเลิศ กล่ำเหว่า ผอ.โรงเรียนเทวะคลองตรง กล่าว ชาวบ้านและโรงเรียน เคยได้รับรู้แต่ข้อมูลด้านดี จึงอยากให้ บทม.เปิดเผยข้อมูลด้านลบบ้าง เช่น จำนวนเครื่องบินขึ้นลง เพราะตามข่าวรายงานว่าขึ้นลงนาทีละสองลำ ถ้าเป็นเช่นนี้คงกระทบกับการเรียนของเด็กๆ แน่นอน ช่วงแรกเด็กๆ คงจะเสียสมาธิในการเรียนเพราะคงตื่นเต้นอยากดูการขึ้นลง แต่ในอนาคตคงจะเกิดปัญหาความรำคาญ
"ผมได้รับการเชิญจากสนามบิน ให้เข้าไปฟังเสียงเครื่องบินเที่ยวปฐมฤกษ์ ผมคิดว่าจะนำปัญหาเรื่องของเสียงไปปรึกษากับชาวบ้าน ว่าถ้าเสียงดัง ชาวบ้านจะตัดสินใจอย่างไร แล้วให้ที่ประชุมคณะกรรมการศึกษามาพิจารณากันอีกครั้ง" นายบุญเลิศ กล่าว
สำหรับแนวทางแก้ปัญหา ผอ.โรงเรียนเทวะคลองตรง กล่าวว่าได้เตรียมไว้สองรูปแบบ คือ 1.สร้างห้องแอร์ป้องกันเสียงใหม่ 2.ย้ายหรือยุบโรงเรียน นำเด็กไปรวมกับโรงเรียนอื่นที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งแนวทางหลังต้องฟังเสียงชาวบ้านก่อน เพราะการย้ายที่เรียนไปไกล ชาวบ้านก็เดือดร้อนเรื่องการส่งบุตรหลานไปโรงเรียน