ปีเตอร์ วิธ อดีตโค้ชทีมชาติไทยเปิดคลินิกสอนฟุตบอลฟื้นฟูจิตใจเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ ชี้ การฟื้นฟูสภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญ ด้านรองผู้ว่าฯยัน ไม่มีเด็กที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่สนามกีฬาสุระกุล นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายจัสติน บาร์เนทท์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ เทศโก้ โลตัส เป็นประธานเปิดการอบรมฟุตบอลให้กับเด็กนัก เรียนใน จ. ภูเก็ต ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งทางมูลนิธิเทสโก้เพื่อไทย ร่วมกับ Jason With Football Development จัดโครงการ Phuket Football Clinic โดยมี มร.ปีเตอร์ วิธ อดีตโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย มาเป็นผู้ฝึกสอน และมีเด็กๆ จากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 19 โรงเรียน 400 คน ในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต สำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต
นายจัสติน บาร์เนทท์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ เทศโก้ โลตัส กล่าวว่า ที่ผ่านมามูลนิธิเทศโก้ เพื่อไทยมีเจตนารมณ์ที่จะทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม โดยการมีส่วนร่วมสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการปลอบขวัญเด็กๆ โดยใช้กีฬาฟุตบอลเข้าช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากเด็กๆ เป็นอย่างดี
ด้าน มร.ปีเตอร์ วิธ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้เดินทางมาฝึกสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆ แม้ว่าตนจะไม่ได้เป็นโค้ชให้กับทีมชาติไทยแล้วก็ตาม แต่ที่ผ่านมาก็ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง และมองว่าการที่จะฟื้นฟูจิตใจของเด็กๆ นั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ และการเล่นกีฬาก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะมีประโยชน์กับร่างกายแล้วยังทำให้จิตใจดีขึ้นด้วย
ขณะที่นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดกิจรรมดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งที่ผ่านมานั้นเราก็ได้มีการส่งเสริมเด็กๆ ให้เล่นกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโรงเรียน ส่วนการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ถือเป็นกิจกรรมเสริมที่จะทำให้เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของการเล่นฟุตบอลมากยิ่งขึ้น สำหรับสภาพจิตใจของเด็กที่ประสบภัยนั้นขณะนี้ดีขึ้นมาก เพราะที่ผ่านมานั้นได้มีความร่วมมือของทุกฝ่ายในการที่จะช่วยฟื้นฟูกันอย่างจริงจังทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน โดยที่ผ่านมานั้นในส่วนของจังหวัดภูเก็ตเองยังไม่พบเด็กที่มีปัญหารุนแรง จะมีบ้างก็เพียงอาการเหม่อลอย แต่ในภาพรวมถือว่าไม่มีปัญหา และขณะนี้ในส่วนของเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ตก็ลงไปดูแลติดตามกลุ่มเด็กที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด พร้อมกับได้มีการประเมินผลด้วย จากการสำรวจเบื้องต้นก็ไม่พบกลุ่ม
ที่มีปัญหาหนักๆ แต่อย่างใด และเด็กกำพร้าที่มีอยู่ก็ได้รับการดูแลจากผู้ปกครองที่มีอยู่เรียบร้อยแล้ว