ปฏิวัติ ทองสลับ นักเทควันโดหนุ่มเมืองตรัง คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์กีฬามหาวิทยาลัยโลกให้กับทัพนักกีฬาไทยได้สำเร็จ โดยเจ้าตัวดีใจสุดๆ พร้อมเผยเคล็ดลับซิวทองสำเร็จเพราะคิดว่ากองเชียร์เป็นคนไทยตามที่โค้ชสั่ง ขณะที่ ลักษมี อยู่มั่นคง เก็บเหรียญทองแดงให้อีก 1 เหรียญ ด้าน สุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี เผยนายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดทำเนียบเลี้ยงใหญ่ไม่น้อยหน้าโอลิมปิกเกมส์ ส่วนเงินรางวัลจะได้รับไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท แน่นอน
ความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 23 ที่อิซเมียร์ ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทีมเทควันโดไทยสามารถคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ให้กับทัพนักกีฬาไทยได้สำเร็จ ในรอบ 20 ปี โดยได้จาก "เจ้าที" ปฏิวัติ ทองสลับ ในรุ่นไลท์เวทชาย (72 กก.) ซึ่งเส้นทางสู่เหรียญทองประวัติศาสตร์เริ่มจาก รอบแรก ชนะ มาเฮียร์ อูนาลาน (ออสเตรเลีย) 8-6, รอบ 32 คนสุดท้าย ชนะ รุสลัน โอซิปอฟ (รัสเซีย) 5-1, รอบ 16 คนสุดท้าย ชนะ นาบิล ฮาซาน (จอร์แดน) 14-8, รอบ 8 คนสุดท้าย ชนะ เจสัน เนวิลล์ (สหรัฐอเมริกา) 4-3, รอบรองชนะเลิศ ชนะ คิม จิน ฮุง (เกาหลีใต้) ในเกมซัดเด้นเดธ 5-4 และรอบชิงชนะเลิศ ชนะ อับดุลลาห์ ซาร์ตชีลิค (ตุรกี) อย่างตื่นเต้น 6-5 ต่อหน้ารองประธานาธิบดีแห่งตุรกี และกองเชียร์เจ้าถิ่นแน่นสนาม ส่วนเหรียญทองแดง ได้แก่ คิม จิน ฮุง (เกาหลีใต้) และ อาร์มาน เยเร็มยาน (อาร์เมเนีย)
ปฏิวัติ นิสิตหนุ่มปีที่ 1 คณะสังคมวิทยา สาขารัฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ วัย 19 ปี จาก จ.ตรัง กล่าวว่า ดีใจมากที่สุดในชีวิตและต้องขอบคุณพ่อแม่ โค้ช และสมาคม ตลอดจนทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุน ในการชิงกับเจ้าภาพไม่รู้สึกกดดันมากนัก เนื่องจากโค้ชสั่งให้คิดว่ากองเชียร์ทั้งหมดเป็นคนไทยที่มาเชียร์และคิดอย่างนั้นจนทำได้สำเร็จ
เจ้าของเหรียญทองประวัติศาสตร์กีฬาปัญญาชนโลก กล่าวอีกว่า คาดว่าเมื่อกลับถึงบ้านชีวิตและสิ่งแวดล้อมของตัวเองจะดีขึ้น ซึ่งหมายถึงการได้ช่วยเหลือพ่อแม่และสมาคมที่ควรจะได้รับการสนับสนุนมากกว่านี้ ส่วนเงินรางวัลอัดฉีดนั้นไม่ได้คิดว่าจะได้เงินถึง 2 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวแต่ถ้าได้มากก็ดีเพราะจะได้เก็บเป็นทุนการศึกษาต่อไป ซึ่งตอนนี้ได้วางแผนอนาคตไว้ว่า อยากจะเล่นทีมชาติไทยเข้าร่วมศึกซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ ครั้งหนึ่งในชีวิต
ขณะที่รุ่นเฟเธอร์เวทหญิง (59 กก.) ลักษมี อยู่มั่นคง รอบแรกได้ผ่าน รอบ 2 ชนะ แอพพีล เยมีซี อิซเมียร์ (ไนจีเรีย) 9-2, รอบ 8 คนสุดท้าย ชนะ แคโรลีน มาร์ตัน (ออสเตรเลีย) 7-3, แต่มาแพ้ แอนเดรีย ริก้า จากสเปน 0-2 ในรอบรองชนะเลิศทำให้ได้แค่เหรียญทองแดง พร้อมกับ อเพรซิด้า ซาตานา (บราซิล) ส่วนเหรียญทอง เป็นของ ลีซุง ฮี (เกาหลีใต้) ที่ชนะ แอนเดรีย ริก้า (สเปน) ในนัดชิงชนะเลิศ 2-0
นายปรีชา ต่อตระกูล ผู้ควบคุมทีมเทควันโดไทย กล่าวว่า ดีใจมากที่ปฏิวัติทำได้สำเร็จ หลังจากที่ฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก และหนักใจที่รู้ว่าต้องชิงกับเจ้าภาพ อย่างไรก็ตามความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า เทควันโดไทยไม่เป็นรองใคร หากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไทยจะติดอันดับ 1-5 ของโลกได้ไม่ยาก
ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์สายตรงข้ามทวีปแสดงความยินดีกับ ปฏิวัติ พร้อมเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ฝากแสดงความยินดีมายังนักกีฬาทุกคนและรัฐบาลเตรียมเปิดทำเนียบต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ในเช้าวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ไม่น้อยหน้านักกีฬาโอลิมปิกเกมส์เลยทีเดียว ซึ่งคณะนักกีฬาจะมอบธงเจ้าภาพครั้งที่ 24 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพให้กับนายกรัฐมนตรีด้วย ส่วนงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จจะกำหนดวันที่แน่นอนอีกครั้ง
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติว่า นักกีฬาจะได้รับตามเกณฑ์ที่ปรับใหม่ คือ เหรียญทอง 2 ล้านบาท, เหรียญเงิน 1 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 5 แสนบาท ซึ่งภาคภูมิใจมากที่ทัพนักกีฬาไทยได้เหรียญทองจากกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่เป็นประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาไทย และ ปฏิวัติ ทองสลับ ก็เป็นศิษย์จาก ม.เกษตรศาสตร์ เช่นเดียวกับตนด้วย
สรุปทัพนักกีฬาไทยทำได้แล้วอย่างน้อย 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง อยู่อันดับ 26 ส่วนการชิงเจ้าเหรียญทองนั้นเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
ส่วนการแข่งขันเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทีมกรีฑาไทยลงแข่งขันรอบคัดเลือก วิ่ง 200 ม. สิทธิชัย สุวรประทีป ผ่านเข้าถึงรอบ 2 ด้วยสถิติ 21.34 วินาที และ สมโภชน์ สุวรรณรังษี สถิติ 22.12 วินาที ไม่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ, เทควันโด รุ่นเวลเตอร์เวท 78 กก.ชาย ดาม ศรีจันทร์ แพ้ กุสตาโว ฟิเกรัว (เม็กซิโก) 5-10, ฟันดาบ ประเภททีมฟอยล์ ไทย (นนทพัฒน์ ปานจันทร์, พัฒนพงษ์ ศรีสวิสดิ์, ศุภกร ศรีแตงอ่อน) แพ้ ญี่ปุ่น 27-38 ตกรอบแรก