ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอดส์-เอเปค ตัวแทน 21 ประเทศเข้าร่วม ไอแอลโอระบุแรงงานไทยติดเชื้อแล้ว 5 แสนคน เผยอีก 3 ปี คนงานเอดส์ 3 แสนจะตายจากเชื้อเอดส์ กระทรวงแรงงานหนุนภาครัฐ-เอกชนทำมาตรฐาน "เอเอสโอ" ดูแลผู้ป่วยเอดส์ วอนรัฐประกาศเป็นนโยบายแห่งชาติ หลังจากประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอดส์โลกเมื่อปี 2547 ล่าสุดกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปคได้เลือกให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเรื่อง "มาตรการการบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานประกอบการ" อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เชิญตัวแทนจาก 21 ประเทศเข้าร่วมประชุม โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการดูแลแรงงานที่ติดเชื้อเอดส์ เฉพาะในไทยคาดว่ามีจำนวนถึง 3 แสนคน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม นายฐาปบุตร ชมเสวี รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศเกี่ยวกับ "มาตรการการบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานประกอบการ" (APEC Workshop on HIV/AIDS Management in the Workplace) หรือการประชุมเอดส์-เอเปค โดยมีตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มประเทศสมาชิกเอเปค 21 ประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ข้อคือ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับแรงงานที่ติดเชื้อเอชไอวี และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารเอชไอวีในสถานประกอบการ
โดยการประชุมเอดส์-เอเปคครั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้เตรียมเสนอโครงการให้มาตรฐาน "เอเอสโอ" (ASO:AIDS-response Standard Organization) หรือการให้ใบรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการด้านเอดส์ในสถานประกอบการ สำหรับบริษัทหรือโรงงานที่มีการป้องกัน และแก้ไขสถานการณ์ของเอดส์อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ไม่ตรวจเลือดพนักงาน ไม่กีดกันลูกจ้างที่ติดเชื้อเอดส์ รักษาความลับเรื่องเอดส์ของลูกจ้าง ช่วยเหลือและไม่เลิกจ้างลูกจ้างที่ติดเชื้อเอดส์ ฯลฯ
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2547-2548 มีสถานประกอบการสมัครขอเอเอสโอที่กระทรวงแรงงานแล้ว 2,536 แห่ง แต่ผ่านการรับรองเพียง 1,257 แห่งเท่านั้น สำหรับข้อดีของการได้มาตรฐานเอเอสโอคือ ได้ภาพลักษณ์ที่ดีในการติดต่อการค้ากับต่างประเทศ ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะโรงงานที่ส่งสินค้าไปขายยังประเทศยุโรป ส่วนใหญ่จะกำหนดให้มีมาตรฐานดังกล่าว รวมทั้งเป็นขวัญและกำลังใจให้พนักงานทุ่มเททำงานด้วยความสุข มีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น
นายฐาปบุตร กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงแรงงานสนับสนุนบริษัทเอกชนและสถานประกอบการทุกแห่งมาสมัครเข้าร่วมมาตรฐานเอเอสโอ ส่วนกรณีภาครัฐตนเห็นด้วยว่า ควรจะประกาศเป็นนโยบายแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานราชการทุกแห่งในประเทศไทย รวมทั้งรัฐวิสาหกิจทุกแห่งขอมาตรฐานเอเอสโอ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนเรื่องสิทธิแรงงานที่ติดเอดส์แล้วถูกไล่ออกนั้น ขณะนี้ ยังไม่มีกฎหมายลงโทษนายจ้าง แต่ลูกจ้างสามารถฟ้องศาลแรงงานได้ โดยอ้างเหตุถูกเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
สำหรับสถานประกอบการที่สนใจเข้าโครงการเอเอสโอ สามารถเข้าร่วมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สมัครได้ที่กองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทร.0-2246-0080 และ 0-2245-6774
ดร.ไซมอน เบเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอดส์จากออสเตรเลีย กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคเอดส์สร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจทั่วโลก เฉพาะในแอฟริกาใต้คาดการณ์ว่าระบบเศรษฐกิจสูญเสียเพราะการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ดังนั้น การสนับสนุนให้ประเทศในกลุ่มโอเปคมีมาตรฐานสำหรับดูแลลูกจ้างเอดส์เป็นเรื่องสำคัญ สำหรับประเทศไทยมีการให้เอเอสโอถือเป็นประเทศแรกและเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งอยากจะให้รัฐบาลสนับสนุน ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐก็ควรกระตุ้นให้มีการคำนึงถึงลูกจ้างที่เป็นเอดส์ด้วย
ตัวเลขของสำนักแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) พบว่า ทั่วโลกมีผู้อยู่ในวัยทำงาน หรืออายุระหว่าง 15-49 ปี ติดเชื้อเอดส์ประมาณ 36.5 ล้านคน โดยไทยมีผู้ที่อยู่ในวัยทำงานติดเชื้อเอดส์ 5 แสนคน และอีก 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2553 ประเทศไทยจะมีแรงงาน 3 แสนคนเสียชีวิตจากเชื้อเอดส์ โดยไอแอลโอคาดการณ์ว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์ทำให้ปี 2548 มีแรงงานกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกไม่สามารถทำงานได้ และอีก 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 4 ล้านคน
ทั้งนี้เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอดส์ได้เสนอว่า นอกจากจะเน้นให้สถานประกอบการเอกชนมีเอเอสโอแล้ว หน่วยงานราชการหรือกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ก็ควรสมัครเพื่อขอให้มีการส่งเสริมมาตรฐานป้องกันเอดส์ เพราะข้าราชการส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเชื้อโรคเอดส์ดีพอ ไม่รู้ว่าเชื้อเอดส์ติดต่อทางไหนได้บ้าง ไม่รู้ว่าจะป้องกันอย่างไร และไม่รู้ว่าจะอยู่ร่วมกับเพื่อนข้าราชการที่เป็นเอดส์อย่างไร จึงอยากเสนอให้รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายแห่งชาติ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐต้องผ่านมาตรฐานเอเอสโอ เพื่อเป็นแบบอย่างให้เอกชนทั่วประเทศ