พลิกชีวิตเศรษฐีใหม่หวยแจ็คพอต หนุ่มใหญ่เมืองชุมพรยังล่องหน หลังรับเงิน 70 ล้าน พบปล่อยบ้านร้าง เพื่อนบ้านตามหาจ้าละหวั่น พบคนส่ง จ.ม.ขอความช่วยเหลืออื้อ "ลุงปัน" เศรษฐีใหม่เมืองเหนือ รับเละ 25 ล้าน โวยถูกรายการทีวีเบี้ยวเงินค่าทำสารคดีชีวิต เผยไม่ขอมีคู่ชีวิตอีก หลังมีจดหมายขอสมัครเป็นเมียล้น ส่วนเสี่ยวุ่นถูก 34 ล้านลำปางบ่นอุบ คนรุมตอมขอเงินปลดหนี้ไม่เลิก ขณะที่จับกังศรีสะเกษสุดทนคนแห่ตื้อขอความช่วยเหลือสารพัด หนีเข้ากรุงเป็นจับกังแบกข้าวสาร
แม้จะกลายเป็นเศรษฐีใหม่อย่างไม่คาดฝัน จนหลายชีวิตต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลังจากถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัลมหาศาล แต่ดูเหมือนว่ามีหลายรายที่ยังครองตัวไม่แตกต่างจากเดิม ในทางกลับกัน หลายรายกลับถูกตามตื๊อขอความช่วยเหลือต่างๆ นานาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
เศรษฐีใหม่ชุมพรยังล่องหน
นายบุญฤทธิ์ โรวัฒน์ อายุ 54 ปี ชาว ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งถูกรางวัลแจ็คพอต จำนวน 70 ล้าน เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นผู้หนึ่งที่กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในบัดดล ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีสภาพชีวิตอย่างขัดสน ปลูกบ้านเป็นกระต๊อบเล็กๆ ในสวน แต่หลังถูกหวยกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
นายสมรักษ์ ผลพฤกษา อดีต อบต.ในพื้นที่ ต.หินแก้ว ซึ่งเป็นคนนำนายบุญฤทธิ์ไปรับเงินที่กองสลาก กทม. เปิดเผยว่า หลังนายบุญฤทธิ์ถูกหวย ก็ได้เดินทางมาในพื้นที่เพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นได้หายตัวไม่ได้เข้ามาทำกินในพื้นที่อีกเลย แต่ในส่วนที่เคยรับปากว่าจะให้เงินจำนวน 1.5 ล้านกับตน สำหรับใช้หาเสียงเขาก็ให้จริงๆ แต่เวลาผ่านไปกว่า 3 เดือนแล้ว ก็ยังไม่เคยเห็นหน้าอีกเลย
นายสมรักษ์ เล่าว่า แม้เจ้าตัวจะหายหน้าไปจากพื้นที่ แต่ปรากฏว่ามีจดหมายเข้ามามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ตนรับไว้ โดยจ่าหน้าถึงนายบุญฤทธิ์ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะส่งจดหมายไปให้เขาได้อย่างไร เมื่อลองเปิดอ่านพบว่า ส่วนใหญ่มีการเสนอขอให้ช่วยเหลือและชื้อที่ดินใน กทม.มากมายหลายแปลง บางแปลงเขียนแผนที่พร้อมแนบเบอร์โทรศัพท์มาด้วย
ผู้สื่อข่าวได้ไปสังเกตบรรยากาศที่บ้านของนายบุญฤทธิ์ ซึ่งอยู่ในสวน พบว่า ยังมีสภาพเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถนนที่เข้าบ้านก็ไม่สามารถขับรถเข้าไปได้ ต้องเดินเท้าเข้าไป เพราะเป็นดินเลน เนื่องจากเป็นช่วงฝนตกหนัก สภาพสวนที่เหลือก็มีหญ้าขึ้นสูงกว่าเดิมมาก เนื่องจากไม่มีคนดูแล
ลุงปันโวยถูกรายการทีวีเบี้ยวค่าทำสารคดีชีวิต
ส่วนที่ภาคเหนือ ทีมข่าวได้ไปย้อนชีวิตนายปัน ศรีจอมแจ้ง อายุ 60 ปี ชาว ต.สันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังถูกรางวัลแจ็คพอตหวยบนดินมูลค่า 25 ล้านบาท งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชีวิตผกผัน จากที่เคยประกอบอาชีพรับจ้างทำไร่ได้เงินตกวันละร้อยกว่าบาทเท่านั้น
จากการตรวจสอบพบว่า หลังจากถูกรางวัลแจ็คพอตแล้ว ก็ได้นำเงินมาแบ่งปัน โดยมอบเงินให้ลูกที่มีทั้งหมด 3 คน คนละ 5 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10 ล้านบาท ได้นำไปซื้อที่นาจำนวน 4 ไร่ และซื้อที่ดินทำสวนอีก 20 กว่าไร่ในเขต อ.แม่แตง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเดิมประมาณครึ่งกิโลเมตร
ต่อมาได้ซื้อที่ดินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเดิมอีก 1 แปลง เพื่อปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวมที่ดินเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านกว่าบาท ส่วนบ้านไม้ที่เคยเช่าที่ดินวัดอยู่นั้น ก็ได้ขายต่อให้กับเครือญาติห่างๆ ไปในราคาถูกๆ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรับเงินผ่อนจ่าย และซื้อรถกระบะให้ลูกใช้ดูแลกิจการอีก 1 คัน
นายปัน เปิดเผยสภาพชีวิตหลังถูกรางวัลว่า แม้ชีวิตเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือก็ตาม แต่ก็มีเรื่องยุ่งยากใจอยู่ไม่น้อย เพราะหลังจากถูกรางวัลคนทราบข่าว ทั้งญาติพี่น้อง คนรู้จัก เพื่อนบ้านและคนแปลกหน้าต่างพากันเดินทางมาพบ บางรายเดือดร้อนมาขอหยิบยืมเงิน บางรายเป็นหญิงสาวพากันเขียนจดหมายและเข้ามาหาที่บ้าน เพื่อขอเป็นคู่ครองอยู่กินด้วย ซึ่งมีเรื่องแปลกๆ ให้ได้เจอะเจออยู่มาก
"ครั้งหนึ่งเคยคิดจะแต่งงานและอยู่กินกับคนรัก ที่ผ่านเข้ามาทั้งคนรักเก่าและใหม่ แต่เมื่อได้คิดถึงเหตุผลและความยุ่งยากจากภาระที่จะต้องแบกรับและการทะเลาะเบาะแว้งจากการแบ่งเงินไปเลี้ยงดูคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหลานในครอบครัวอย่างแท้จริงแล้ว จึงตัดสินใจขออยู่คนเดียวในบั้นปลายของชีวิต เพื่อตัดปัญหาความวุ่นวายทั้งหมด" นายปัน กล่าว
เศรษฐีใหม่รายนี้ บอกว่า นอกจากปัญหาส่วนตัวและครอบครัวแล้ว หลังถูกรางวัลมีรายการโทรทัศน์ชื่อดังรายการหนึ่งมาติดต่อขอสัมภาษณ์เจาะลึกถึงชีวิต โดยรับปากด้วยวาจาว่าจะจ่ายค่าถ่ายทำให้วันละ 5,000 บาท โดยมาถ่ายทำตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เป็นเวลา 5 ตอน และนำเรื่องไปออกอากาศ แต่ปรากฏว่าไม่ยอมจ่ายเงินค่าตัวให้อย่างที่ได้รับปากไว้ เมื่อให้ลูกโทรศัพท์ติดตามทวงถามกลับบ่ายเบี่ยงบอกว่าไม่มีเวลาจะคุยด้วย
อย่างไรก็ตาม ชีวิตวันนี้ถือว่ามีความสุขดี และเป็นความสุขที่ลงตัว คือมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งบ้าน ที่นา ที่สวน ลูกหลานได้นำเงินไปลงทุนค้าขายและทำสิ่งที่อยากทำ ปัจจุบันมีเงินสดเหลือเก็บไว้ในธนาคารเป็นทุนสำรองที่จะส่งหลาน 2 คนเรียน และดูแลตัวเองในยามแก่เฒ่า
"กิจวัตรประจำวันทุกวันนี้เลิกกินเหล้า เพราะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ทุกวันจะเดินเท้าไปที่สวนดูแลลูกจ้างปลูกพืชผักผลไม้" นายปัน กล่าว
นายปัน ยังกล่าวฝากไปถึงคนที่ถูกรางวัลจำนวนมากๆ ว่า ถ้าถูกหวยให้รีบไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ทำบุญ และจะต้องบวชเรียนอย่างน้อย 7 วันขึ้นไป เพื่อเป็นการแก้เคล็ด เพราะเงินที่ได้มาเป็นเงินที่มาจากโชคลาภ ไม่ได้มาจากการก่อร่างสร้างตัว การบวชนอกจากจะเป็นการแก้เคล็ดแล้ว จะทำให้มีสติในการตัดสินใจใช้จ่ายและแก้ปัญหาหลายอย่างได้
ส่วนอีกรายคือ นายวุ่น สืบปาละ อายุ 39 ปี อาชีพทำนา ชาวบ้านปางกองตะวันออก หมู่ 14 ต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง ถูกลอตเตอรี่รางวัลแจ็คพอต งวดประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2547 หมายเลข 614144 รับเงินรางวัลทั้งหมด 34 ล้านบาท วันนี้เขายังใช้ชีวิตอย่างสมถะ ทำไร่ไถนาเลี้ยงวัวตามปกติ
นายวุ่น เล่าชีวิตความเป็นอยู่หลังกลายเป็นเศรษฐีใหม่ว่า ตั้งแต่ถูกรางวัลหลังจากแบ่งเงินให้กับญาติพี่น้อง ตนได้ซื้อรถกระบะ 4 ประตูขับเคลื่อนสี่ล้อไว้ใช้ 1 คัน ซื้อที่ดินเก็บไว้จำนวน 25 ไร่ และต่อเติมบ้านที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ บางส่วนนำมาออกเป็นเงินกู้ให้กับญาติๆ คิดดอกเบี้ยถูก ส่วนใหญ่มักจะกู้เงินเพื่อทำเรื่องไปทำงานต่างประเทศ แต่ก็ได้เงินคืนบ้างไม่ได้บ้าง แต่ทั้งนี้ต้องนำที่ดินหรือโฉนดที่ดินมาค้ำประกัน
"ที่ผ่านมามีญาติพี่น้องบางคนมาขอความช่วยเหลือเรื่องเงิน ตนก็ให้การช่วยเหลือให้เงินไปปลดหนี้และให้ไว้เป็นทุนทำมาหากิน แต่ผ่านไปไม่นานบางรายย้อนกลับมาขอเงินอีก ซึ่งก็ให้การช่วยเหลือตลอด ส่วนงานบุญงานกุศลมีมาตลอด ก็ร่วมทำบุญไม่ขัดศรัทธา ทุกวันนี้ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ออกไปทำไร่ไถนาและเลี้ยงวัวตามปกติ ส่วนภรรยากำลังตั้งท้องได้ 8 เดือนแล้ว ใกล้จะคลอดเต็มที" นายวุ่น กล่าว
จับกังไม่ลืมตัวย้อนกลับแบกข้าวสารตามเดิม
ส่วนเศรษฐีใหม่อีกรายที่ จ.ศรีสะเกษ คือนายประสาท จอมเกาะ หรือหมาน อายุ 37 ปี ชาวบ้านปลาเดิด หมู่ 8 ต.โดด กิ่ง อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ ที่ถูกรางวัลงวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ได้เงินรางวัล 4 ล้านบาท แถมแจ็คพอตอีก 16 ล้านบาท กลายเป็นเศรษฐีในฉับพลันนั้น
ทีมข่าวได้เกาะติดชีวิตจับกังรายนี้ หลังกลายเป็นเศรษฐีใหม่ก็เกิดความกลัวอันตรายจะมาถึงตัว จึงได้แอบลางานจาก กทม.กลับมาบ้านที่ศรีสะเกษ โดยมีเพื่อนคู่ใจติดตามมาด้วยคนหนึ่ง และเดินทางมาถึงบ้านเมื่อเช้ามืดวันที่ 3 กรกฎาคม จนญาติพี่น้องพากันตกใจ แต่นายหมานก็ไม่พูดคุยอะไร ก่อนนำสลากที่ถูกรางวัลที่ 1 ออกมาโชว์ จนทุกคนพากันตาค้างไปตามๆ กัน
นางสุขใจ จอมเกาะ พี่สาว เปิดเผยว่า หลังนายหมานรับเงินแล้ว ก็ได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากไว้ทั้งหมด พร้อมแบ่งให้พี่สาว พี่ชาย คนละ 2 ล้านบาท ส่วนญาติที่ใกล้ชิดก็แยกจ่ายกันไปคนละ 1-2 แสนบาท ก่อนเดินทางไปหาเพื่อนที่ท่าแบกข้าวสารที่พระนครศรีอยุธยา โดยก่อนไปก็สั่งตนว่า หากเพื่อนบ้านลำบาก จำเป็นที่จะต้องขายที่นา ก็ขอให้พิจารณาช่วยซื้อเป็นรายๆ ไป แต่จะไม่ไปหาซื้อที่เอง เกรงว่าจะแพงเกินเหตุ เพราะเชื่อว่าใครๆ ก็รู้ว่าตนถูกหวยได้เงินมามาก นางสุขใจ บอกว่า นับตั้งแต่ถูกหวยและกลับมาอยู่บ้าน พบว่ามีประชาชนมาพบมากมาย จนแทบไม่ได้พักผ่อน รวมทั้งมีคนมาเสนอขายของให้มากมาย ทั้งรถยนต์ ที่ดิน ประกัน และอื่นๆ อีกมากมาย
"นายหมานบ่นว่าปวดหัว ที่สำคัญมีมาคนบอกว่ายากจนมาก อยากจะให้ช่วยด้วย ลูกไม่มีนมกิน แม่กำลังป่วยหนัก นายหมานจึงตัดสินใจเดินทางไปกรุงเทพฯ อีก และทุกวันนี้ก็ยังไม่กลับมา แจ้งเพียงว่ายังอยู่สบายดีเท่านั้น นางสุขใจ กล่าว
นางสุขใจ ยืนยันว่า ล่าสุดทราบว่านายหมานยังอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยยังทำงานแบกกระสอบข้าวอยู่เป็นประจำ เพราะนายหมานเชื่อว่าชีวิตตนเองเป็นจับกัง เป็นคนงานแบกข้าว และที่สวรรค์มอบโชคมาให้ ก็เพื่อที่จะให้ตนดูแลลูกสาวที่จากกันเพราะความยากจน จึงเรียกได้ว่าวันนี้ยังไม่ลืมกำพืดตนเอง