" เคยรับสั่งเพ้อตอนประชวรว่า อยากกินหูปลาฉลาม สมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็ทรงทำหูปลาฉลามถวาย แบบไม่มีผงชูรส เพราะทรงแพ้ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่รัฐบาลห้ามนำเข้าก็ไม่ทรงบ่น พอกลุ่มกรีนพีซรณรงค์ ท่านก็ไม่เสวยอีกเลย เสวยปลาแทน" ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ถ่ายทอดเรื่องราวน่ารู้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่คนไทยอย่างเราๆ ไม่เคยรู้มาก่อนในงานเสวนาหัวข้อ "เรื่องที่คนไทยอยากรู้" งานดังกล่าวจัดขึ้นในวันเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เรื่อง "พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้ถามคำถามแบบกันเองโดยมี ปิยะนุช นาคคง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว ทำหน้าที่ดำเนินรายการ
จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โปรดที่จะทรงงานดึก เพราะเป็นเวลาที่เงียบ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน พร้อมกันนี้ท่านผู้หญิงบุตรี ยังเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดที่จะทอดพระเนตรรายการข่าวช่อง TV5 ของฝรั่งเศส ซึ่งออกอากาศทางยูบีซีอีกด้วย
"ที่รู้เพราะตอนยูบีซีจะเลิกออกอากาศ สมเด็จพระเทพฯ ทรงบอกไม่ได้นะ ขอทีเถอะเพราะเป็นช่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรด เรื่องข่าวจะทรงดูตลอดและจะทรงฟังวิทยุด้วย สมัยก่อนทรงโทรศัพท์ไปบอกพวกดับเพลิงว่าไฟไหม้ที่นั่นที่นี่ให้ไปดับ จนคนที่รับโทรศัพท์บ่อยๆ จำเสียงได้" รองราชเลขาธิการ กล่าว โดยมีพิธีกรหญิงเสริมว่า บางครั้งยังทรงใช้พระนามแฝงเพื่อทรงโทรศัพท์ไปยังรายการวิทยุจ.ส.100 ด้วย
ท่านผู้หญิงบุตรี เล่าต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 5 ปีแล้วเนื่องจากอากาศดีกว่ากรุงเทพฯ และพระดำเนินได้สะดวก ไม่เหมือนวังสวนจิตรลดาที่มีอีกาเยอะ ที่หัวหินทรงพระดำเนินเล่นกับสุนัข และออกกำลังพระวรกาย ขณะนี้พระทัยไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พระปฤษฎางค์ (หลัง) ไม่ดีนัก
เมื่อมีคำถามว่า นอกจากคุณทองแดงกับลูกๆ แล้ว ทรงเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นอีกหรือไม่ ท่านผู้หญิงบุตรี เผยว่า "มีคนเคยทูลเกล้าฯ ถวายปลาจากญี่ปุ่น คือ เป็นทีวีและมีปลาอยู่ข้างในสวยมาก แต่น้ำต้องนำเข้าจากญี่ปุ่น ท่านรับสั่งว่า ถ้าจะเลี้ยงก็เลี้ยงทีวีนี่แหละ นอกจากนี้ยังทรงเลี้ยงสุนัขหลายประเภท โดยก่อนหน้านี้มีคุณวานรเป็นสุนัขที่ดุมาก ตอนนั้นทรงออกกำลังพระวรกายด้วยการวิ่ง 3 กม. ช่วงแรกพื้นจะเป็นที่ราบ แต่พอท้ายๆ จะเป็นพื้นเอียง 45 องศา ก็ต้องทรงวิ่งให้ได้ ไม่งั้นคุณวานรจะไล่งับ แต่เดี๋ยวนี้จะพระดำเนินเฉยๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงเลี้ยงสุนัขมาหลายสิบปีแล้วตั้งแต่คุณวานรตาย ทรงเพิ่งมาเลี้ยงใหม่ตอนที่ทรงเปิดศูนย์การแพทย์พระราม 9 ตอนเจอคุณทองแดง" ท่านผู้หญิงบุตรี กล่าว พลางชี้แจงว่า บางคนอาจจะหมั่นไส้ที่ทุกอย่างในวังมีคำนำหน้าเป็นคุณหมด ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นการยกยอปอปั้น แต่เป็นคำที่เรียกใช้ในวังนั่นเอง
ต่อคำถามว่า "ในหลวงทรงดุสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในกรณีใดบ้าง" เรื่องนี้รองราชเลขาธิการ เล่าว่า เนื่องจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงเป็นพระโอรสพระองค์เดียว ขณะทรงพระเยาว์ก็ซนมาก บางครั้งถึงขนาดที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถอดเข็มขัดมารัดพระองค์เป็นการทำโทษ แต่เมื่ออภิเษกสมรสแล้วก็ทรงถือว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ปิดท้ายกับเรื่องที่หลายคนอยากรู้ คือ ในหลวงทรงอ่านจดหมายที่ส่งถึงพระองค์ท่านทุกฉบับหรือไม่ เรื่องนี้ ท่านผู้หญิงบุตรีเฉลยว่า "จดหมายเกือบทุกฉบับขึ้นถึงพระองค์ท่าน แต่จะมีการคัดกรองก่อน ซึ่งเรื่องที่สมควรทรงทราบก็จะนำขึ้น แต่ประเภทจดหมายไร้สาระก็จะไม่นำขึ้น"
ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนไทยอยากรู้ และสามารถรู้ได้ผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จัดแสดง ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในวันและเวลาราชการ