พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลบังคับใช้แล้ว "ชิดชัย" เผยใช้ทุกอำเภอ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลามอีก 4 อำเภอในสงขลา "ชวน" อัดรัฐแค่เปลี่ยนชื่อจาก "กฎอัยการศึก" เป็น "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงการแก้ไขปัญหาไฟใต้ให้ชัดเจน สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ยืดเยื้อต่อเนื่องมานานจนเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง จนต้องมีการยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาใช้แทน
"บวรศักดิ์"เผยโปรดเกล้าฯพ.ร.ก.แล้ว
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการ ครม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงมาแล้ว โดยคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินจะเรียกประชุมในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้เป็นครั้งแรก ก่อนเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เห็นชอบในวันที่ 19 กรกฎาคมต่อไป
ทั้งนี้ พ.ร.ก.ดังกล่าวได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยลงในประกาศเล่มที่ 122 ตอนที่ 58 ก. ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2548 โดย พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม เป็นต้นไป
"ชิดชัย"เผย ผอ.ข่าวกรองน้ำตา
พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการ สมช. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มาประชุมร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ว่า วันนี้มาซักซ้อมทำความเข้าใจในเรื่องกฎหมายฉบับนี้ว่าจะเดินตามกฎหมาย จัดทำยุทธศาสตร์อย่างไร เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์
เมื่อถามว่า ตอนนี้สื่อต่างชาติก็วิจารณ์กฎหมายฉบับนี้ว่าลิดรอนสิทธิประชาชน พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า ไม่หรอก ทุกประเทศก็มีกฎหมายอย่างนี้ ส่วนจะนำไปใช้มาก-น้อยเท่าใดนั้นก็แล้วแต่สถานการณ์ ไม่ใช่ว่าต้องบังคับใช้เต็มที่ และประเทศไทยก็มีกระบวนการตรวจสอบเยอะอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มขึ้น พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า การทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ 2 เหตุการณ์คือ ตชด.2 นาย และเมื่อเช้าวันนี้อีก 2 นายนั้น เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐเผลอ แต่ที่เป็นห่วงมากกว่าคือ ผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะครู การลงพื้นที่ของตนนั้นได้ไปเยี่ยมครูที่ถูกทำร้ายและเสียชีวิต 2 ราย เป็นภาพที่ไม่น่าดูเลย ความทุกข์ของครอบครัวนั้น คณะของตนที่เป็นเยี่ยม โดยเฉพาะ พล.ต.อ.จุมพล นั้นน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวเลย เป็นภาพที่น่าเศร้าที่สุด ผมจึงใช้คำรุนแรงว่า คนที่ไม่ใช่คน ไม่ใช่มนุษย์ เป็นเรื่องที่แย่ที่สุด
"ชิดชัย"เรียกประชุม พ.ร.ก.พรุ่งนี้
พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้มีพื้นที่กำหนดใช้ในทุกอำเภอของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอใน จ.สงขลา ที่ติดกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเพราะมีสิ่งบ่งบอกเหตุอยู่บ้าง และเวลา 13.30 น. วันที่ 18 กรกฎาคม จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ตามสภาวะฉุกเฉินที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อประชุมเสร็จก็จะเสนอแนะนายกรัฐมนตรีว่าจะประกาศพื้นที่ใด และข้อกำหนดตามมาตรา 9 และมาตรา 11 ของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ว่าจะบังคับใช้อย่างไร รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ คือ กอ.สสส.จชต.และที่ปรึกษาต่างๆ ขึ้นมาดำเนินการบริหารตามอำนาจของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ทั้งหมด และนายกรัฐมนตรีจะนำข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.
เมื่อถามว่า มาตรา 9 และมาตรา 11 ของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ต้องบังคับใช้ทุกถ้อยคำหรือไม่ พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า บางอันก็ใช้ทุกถ้อยคำ บางอันก็เบาลง โดยเฉพาะกับสื่อมวลชนที่เป็นมิตรที่ดี ก็จะบังคับใช้แบบเบามาก และเมื่อถามว่า แสดงว่าจะตรวจสอบการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า ไม่มี ขอให้รอมติ ครม.ก่อน
ยืนยันไม่ได้ห้ามสื่อเสนอข่าวและรอมติ ครม.ก่อน เป็นเพียงความเห็นของการประชุมวันนี้เท่านั้นและขอไม่พูด เพราะเดี๋ยวจะสับสนเปล่าๆ รับรองสื่อเสนอข่าวได้ตามปกติ ขอให้รอรายละเอียดพรุ่งนี้ดีกว่า พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าว และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถดักฟังสัญญาณโทรศัพท์หรือไม่ พล.ต.อ.ชิดชัย ก็กล่าวปฏิเสธว่า ขอไม่ตอบตอนนี้
แหล่งข่าวจากที่ประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ การใช้อำนาจตามมาตรา 9 โดยเฉพาะอนุมาตรา 3 เรื่องการห้ามการนำเสนอข่าว การจำหน่ายหรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น ซึ่งในที่ประชุมให้สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เสนอข่าวได้ตามปกติ แต่ให้อำนาจผู้บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินตักเตือน หากนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนและบิดเบือนเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิด
กฎหมายให้อำนาจกับนายกรัฐมนตรีในการห้ามเสนอข่าวจริง แต่ในร่างประกาศดังกล่าว นายกฯ ไม่ได้มอบอำนาจให้กับประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินในเรื่องการห้ามนำเสนอข่าวแต่อย่างใด สื่อมวลชนยังเสนอข่าวได้ตามปกติ และให้อำนาจประธานคณะกรรมการบริหารสถานการร์ฉุกเฉิน ห้ามเผยแพร่เฉพาะเทป วีซีดี ซีดี ภาพที่ยุยงให้ประชาชนเข้าใจผิด การใช้กำลังรุนแรง หรือภาพการฆ่าตัดคอ ห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่อย่างเด็ดขาด แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าว
"ชวน"จวกแค่เปลี่ยนชื่อเป็น "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้ยังมีความสับสน เพราะที่ผ่านมารัฐบาลแถลงมาโดยตลอดว่าแก้ปัญหาภาคใต้มาถูกทางแล้ว จึงไม่ทราบว่าอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลคืออะไร และหากสถานการณ์ดีขึ้นตามที่รัฐบาลแถลงแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง อะไรจึงทำให้ต้องมีการออกกฎหมายใหม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า อุปสรรคจริงๆ ในการแก้ปัญหาภาคใต้คืออะไร และต้องเป็นผู้ตอบว่า หลังจากใช้ พ.ร.บ.เรื่องความมั่นคงที่แก้ไขไปเมื่อสมัยรัฐบาลที่แล้ว ขณะนี้มีอะไรที่เป็นอุปสรรคทำให้กฎหมายไม่เพียงพอที่จะบังคับใช้
หากฟังรัฐบาลพูดจะเห็นว่า รัฐบาลคำนึงถึงภาพลักษณ์ของประเทศมากกว่า ซึ่งหากรัฐบาลหวังผลเพียงภาพลักษณ์อย่างเดียว อยากถามว่า สมควรที่จะออกกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ซึ่งผมยังไม่ทราบว่า กฎหมายฉบับนี้จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ที่รุนแรงในภาคใต้ได้หรือไม่ เพราะรัฐบาลไม่ได้มองอุปสรรคเป็นปัญหาสำคัญ แต่มองว่าถ้าประกาศใช้กฎอัยการศึก ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลไม่ดี ทำให้กลายเป็นว่ามีการใช้กฎหมายรุนแรง ซึ่งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่า รัฐบาลแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้ภาพของรัฐบาลเสียหาย เพราะรัฐบาลประกาศว่า กฎหมายนี้ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือไปจากที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเพื่อไม่ให้ใช้คำว่า กฎอัยการศึก และให้อำนาจฝ่ายพลเรือนมากขึ้น นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวอีกว่า นี่คือข้อสรุปที่โดยส่วนตัวคิดว่าต้องดูข้อเท็จจริงว่า อุปสรรคจริงๆ นั้นอยู่ตรงไหน ถ้าอุปสรรคจริงๆ อยู่ที่กฎหมายก็สามารถชี้แจงได้ว่า กฎหมายเดิมไม่เพียงพอ และเพราะอะไรเวลานี้เรายังไม่ได้ยินคำนี้ ได้ยินเพียงว่า ถ้าใช้คำว่ากฎอัยการศึก ก็จะทำให้เกิดความตกใจในต่างประเทศว่า ประเทศนี้มีปัญหาถึงขั้นต้องใช้กฎอัยการศึก ซึ่งถ้าเป็นเพียงเพื่อที่จะแก้ภาพไม่ให้เกิดความเสียหายในสายตาต่างประเทศแล้ว เราจะยกเลิกกฎอัยการศึกหรือไม่ ต้องรอดูรัฐบาลต่อไปว่า ถ้าเลิกแล้วจะกระทบต่อการใช้กฎหมายในอนาคตหรือไม่
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ปัญหาภาคใต้เกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาลในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยผิดพลาดทั้งนโยบาย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี จนทำให้เหตุร้ายที่มีอยู่จำกัดกลายเป็นความรุนแรงขึ้น เพราะเพียงแค่ช่วง 1 ปีเศษ ก็มีคนเสียชีวิตไปถึง 800 กว่าคน ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาและถือเป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ ที่ผมคิดว่ารัฐบาลจำเป็นต้องทบทวน แต่ในวันนี้หากใครไปพูดอะไรที่ขัดแย้งกับความต้องการของรัฐบาล ก็จะถูกกล่าวหาว่าไม่รักชาติบ้านเมือง แต่ในฐานะที่พวกผมเป็นนักการเมือง ก็ต้องขอพูดแทนชาวบ้านว่า พวกผมเป็นห่วงว่าอุปสรรคที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหาคืออะไร หากมีอุปสรรคจริงคิดว่าไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ นายชวน กล่าว
เมื่อถามว่า การที่ให้อำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ค่อนข้างมากตามกฎหมายดังกล่าว จะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ในทางปฏิบัติจริงนั้นหลายเรื่องมีการทำนอกเหนือกฎหมายไปแล้ว เช่น การอุ้มฆ่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ฝ่ายค้านได้เตือนมาตลอดว่า หากแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักของกฎหมายจริงๆ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา และเหตุการณ์ความไม่สงบจะไม่ลุกลามมาถึงขั้นนี้ โดยขณะนี้สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการคือ ทำอย่างไรให้ปลอดภัย โดยสามารถออกนอกบ้านได้และกลับบ้านโดยยังมีชีวิตอยู่ ไม่ถูกยิง
ส่วนกรณีที่บางมาตราของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องรับผิดในคดีอาญากรณีที่กระทำการโดยสุจริตนั้น นายชวน กล่าวว่า การระบุดังกล่าวถือเป็นเรื่องแปลก และคิดว่าการออกกฎหมายเช่นนี้ เป็นการแก้ไขปัญหากรณีที่มีการดำเนินการเหมือนการสลายการชุมนุมที่หน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตราย เพราะกรณีนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์และเป็นตัวอย่างที่เป็นปัญหากับรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งที่มีการเรียกร้องหาตัวคนผิดมาลงโทษ สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนั้น เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ไม่กล้าทำหากไม่มีใครสั่ง เพราะวิธีการที่จะทำเช่นนั้นได้ก็จะใช้ในกรณีแก้ปัญหาการจับตัวประกัน แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการไปชุมนุมเรียกร้องแล้วเสียชีวิตอย่างทรมาน ซึ่งคิดว่าหากกรณีเหล่านี้เป็นกรณีที่ติดขัดเพื่อให้คนที่สั่งการในทำนองนี้พ้นผิด ถือว่ากฎหมายนี้เป็นอันตรายอย่างแน่นอน
หากรัฐบาลเห็นว่า อุปสรรคในการแก้ไขปัญหาภาคใต้เกิดจากกฎหมายไม่เพียงพอ ก็สามารถขอความเห็นใจจากสภาให้ออกกฎหมายใหม่ได้ แต่จะต้องไม่กระทบกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมากเกินไป เพราะโดยหลักแล้วรัฐบาลควรออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อให้มีการระดมความเห็นจากสมาชิกรัฐสภา แต่การออกเป็น พ.ร.ก.คงมาจากรัฐบาลไม่อยากให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ตอนขอความเห็นชอบจากรัฐสภา และคิดว่าหากออกเป็น พ.ร.บ.ในมาตรา 17 เรื่องที่จะไม่ให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำการโดยสุจริต คงผ่านความเห็นชอบยากและคงต้องมีการแก้ไข แต่หากออกเป็น พ.ร.ก. สภาจะต้องรับหรือไม่รับทั้งฉบับ และที่นายกฯ ยอมรับว่า กฎหมายฉบับนี้อาจจะมีการลิดรอนสิทธิของประชาชนเท่าที่จำเป็นนั้น ก็ต้องดูว่าขอบเขตของกฎหมายมีมากน้อยเพียงใด เพราะที่ผ่านมาแม้ไม่มีการใช้กฎหมายฉบับนี้ ก็มีการกระทำบางสิ่งบางอย่างรุนแรงยิ่งกว่ากฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว นายชวน กล่าว
พ.ร.ก.เหมือนดาบสองคม
นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า สำหรับ พ.ร.ก.ที่รัฐบาลจะนำมาใช้นั้นเป็นเหมือนดาบสองคม ด้านที่เป็นประโยชน์ก็มี ในขณะที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการบริหารอะไรเลย ทำทุกอย่างเหมือนเดิม จะทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลมาก การมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน น่าจะช่วยให้ชาวบ้านผ่อนคลายได้ ส่วนอีกด้านหากใช้ไม่ดีก็ต้องมีการระมัดระวังการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. มิเช่นนั้นจะทำให้มีปัญหาตามมาได้เช่นกัน
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมาย ไม่เคยเห็น พ.ร.ก.ที่มีหน้าตาแบบนี้มาก่อน และขอเสนอให้มีเปิดเวทีสาธารณะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในระดับนโยบาย สิ่งที่น่ากังวลใจขณะนี้คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ก็ยังไม่รับทราบเรื่องนี้ การขอดูข้อมูลในร่างของ พ.ร.ก.ก็ยังถูกปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม การที่ พ.ร.ก.ฉบับนี้เกิดขึ้นจะทำให้เกิดกลไกตามมาอย่างอัตโนมัติคือ กลไกการในทบทวนยับยั้งหายไปในทันที
สมาคมนักข่าวฯนัดถกจุดยืนสื่อต่อ พ.ร.ก.
นางผุสดี คีตวรนาฏ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันที่ 19 กรกฎาคม 2548 เวลา 10.00 น. คณะกรรมการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ขอเชิญบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ อดีตนายกสมาคมนักข่าว นักข่าวอาวุโส ระดมความคิดเห็นเรื่อง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อร่วมกันกำหนดท่าทีและจุดยืนต่อ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ที่มีเนื้อหากระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชน
นอกจากนี้ สมาคมจะร่วมกับประชาคมอื่นๆ ทั้งภาคประชาชนและฝ่ายวิชาการ เพื่อติดตามการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
แนะแปล พ.ร.ก.เป็นภาษายาวี
นายอับดุลเราะห์มาน อับดุลสมัด ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาออก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาบังคับใช้ คงพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า มีผลดีมากกว่าผลเสีย และอยากให้จัดทำเป็นภาษายาวีแจกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อป้องกันการสับหรือส่งบุคลากรที่มีความรู้ด้านนี้ มาทำความเข้าใจให้ชาวบ้านในพื้นที่
ลูกเสือชาวบ้านให้เวลานายกฯ พิสูจน์ พ.ร.ก.
คุณหญิงรังสิมา หวั่งหลี ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้าน กทม. ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ว่าไม่คิดว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวจะขัดต่อการดำเนินงานในการรวมกลุ่มของกลุ่มลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งลูกเสือชาวบ้านไม่ใช่ม็อบ แต่เป็นกลุ่มประชาชนที่รวมตัวที่จะออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเน้นรวมตัวอย่างสันติวิธี
คุณหญิงรังสิมา กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ กำหนดนโยบายเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินออกมา แล้วถ้าพวกเรามีความสงสัย ข้องใจ และต้องการความกระจ่างแนวทางนโยบายที่ชัดเจนคืออะไร ต้องปฏิบัติอย่างไร พวกเราจะรวมตัวกันเข้าไปพบและสอบถามโดยตรงกับตัวนายกรัฐมนตรี แต่จะไม่รวมตัวกันประท้วง ซึ่งเรื่อง พ.ร.ก.นี้ลูกเสือชาวบ้านจะให้เวลานายกรัฐมนตรีพิสูจน์หลักการ และแนวปฏิบัติตามนโยบายที่รัฐบาลต้องการระงับและขจัดเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้โดยเวลารวดเร็ว โดยลูกเสือชาวบ้านหวังว่า หลักการปฏิบัติตาม พ.ร.ก.จะไม่ละเมิดต่อสิทธิความเป็นมนุษย์ของประชาชนทั่วไปตามหลักสิทธิมนุษยชนด้วย
"การที่ลูกเสือชาวบ้านไม่ออกมาคัดค้านใดๆ เกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวในเวลานี้เช่นเดียวกับนักวิชาการ ส.ส.และ ส.ว.ก็เพราะต้องการอะลุ้มอล่วยให้เวลากับนายกรัฐมนตรีเพื่อพิสูจน์หลักการ แต่การนิ่งเฉยของลูกเสือชาวบ้าน ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นด้วยโดยให้การสนับสนุนกับรัฐบาลในเรื่องนี้ ซึ่งพวกเราไม่ใช่ม็อบจ้องจับผิดคน คัดค้านทุกเรื่อง ทั้งที่ยังไม่ให้เวลากับนายกรัฐมนตรีเพื่อพิสูจน์" คุณหญิงรังสิมา กล่าว
ทั้งนี้ คุณหญิงรังสิมา ยังกล่าวในฐานะส่วนตัวว่า การแก้ปัญหาภาคใต้จะต้องควบคุมคนกลางที่จะปฏิบัติตามนโยบาย ให้เข้าใจนโยบายอย่างชัดเจนและเข้าถึงใจประชาชนด้วย ซึ่งประชาชนที่ออกมาต่อต้านเพราะทนไม่ได้กับความทุกข์ทรมานและความรุนแรงที่เกิดขึ้น รวมถึงตัวนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น หากจะปรับตัวให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมที่เคยประกาศนโยบายต่างๆ ไว้ในครั้งแรกที่รับหน้าที่เข้ามาบริหารประเทศ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีด้วย เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนว่า นายกรัฐมนตรีจะเปลี่ยนไปและนโยบายก็เปลี่ยนไปด้วย ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นลักษณะพวกมากลากไปหรือไม่ ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรีจะปรับตัวใหม่ก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญประการหนึ่งด้วย
"พ.ร.ก.ตามที่พูดกันว่าจะเป็นผู้อาญาสิทธิ ที่เจ้าหน้าที่ผู้ใช้จะมีอำนาจล้นฟ้านั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างรอบคอบในการใช้อำนาจนั้น ซึ่งผู้ใช้ต้องมีจริยธรรม คุณธรรม มีความเที่ยงธรรมไม่เอนเอียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และมีความยุติธรรมที่ใช้ตัดสิน โดยปกป้องประชาชนบริสุทธิ์ที่อาจตกเป็นต้องสงสัยได้ รวมทั้งการปฏิบัติตนตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งการปฏิบัติตนต้องไม่เป็นเหมือนการเมืองที่จะรับเอาแต่พวกพ้อง" คุณหญิงรังสิมา กล่าว
บึ้มรถ ตร.เจ็บ 2 นาย
เมื่อเวลา 07.53 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ร.ต.ท.สมพร ฤทธิรัตน์ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองยะลา รับแจ้งจากศูนย์รวมข่าว 191 ว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ที่หน้าป้อมจุดตรวจท่าสาป เขตเทศบาลนครยะลา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน
หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปริญญา ขวัญยืน ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.อ.ชัยทัต อินทนูจิตร ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบซากรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า ทะเบียน กข 2943 ปัตตานี สภาพถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.อาบีดิน หมานฝา ตำรวจ สภ.อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เจ้าของรถ ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก จ.ส.ต.สวรรค์ คั่งกล่ำ ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษพิษณุโลก ช่วยราชการ สภ.อ.เมืองยะลา ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และนางคอปเซาะ ดือราซอ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ 1 ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีอาการหูอื้อ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ท.อาบีดิน ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปทำงานที่ สภ.อ.หนองจิก เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งมี จ.ส.ต.สวรรค์ ทำงานอยู่ รถของ ส.ต.ท.อาบีดิน ก็เกิดระเบิดขึ้น ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะนำระเบิดซุกไว้ใต้ท้องรถของ ส.ต.ท.อาบีดิน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุจึงใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวน
ต่อมาเมื่อเวลา 18.30 น.วันเดียวกัน ร.ต.ท.อัษฎาวุธ พรหมแป้นแดง ร้อยเวร สภ.อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธสงครามซุ่มยิงทหารนาวิกโยธิน สังกัด ร.3 พัน 1 หน่วย ฉก.33 ที่ตั้งฐานอยู่ที่ ต.ลาโละ อ.รือเสาะ 8 นาย ซึ่งนั่งอยู่บนรถกระบะของหน่วย ที่กลับจากออกไปทำหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ ตามโครงการ "ซาตูปาดู" เมื่อมาถึงบริเวณบ้านพงยือจิ หมู่ 2 ต.เชิงคีรี ทำให้ เรือตรีปรีชา มะยะเฉียว หัวหน้าชุดคุ้มครองสถานีรถไฟลาโละ บาดเจ็บ และเสียชีวิตอีก 1 นายคือ พลทหารชาตรี ตั้นภูมิ อายุ 22 ปี
ยัดระเบิดใส่ท่อน้ำ แรงบึ้มทำทหารเจ็บ 2 นาย
ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.ต.ฉลอง รัตนภักดี สารวัตรเวร สภ.อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุระเบิดสังหารทหารชุดลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย สังกัด กอ.สสส.จชต. ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกลอแระ หมู่ 3 ต.บาเระใต้
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ พลทหารสมคิด บายแย้ม อายุ 22 ปี และพลทหารทวีศักดิ์ หัตหลี อายุ 22 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ออกลาดตระเวน ห่างจากฐานประมาณ 500 เมตร แรงระเบิดทำให้ทหารทั้ง 2 นายได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลไม้แก่น จ.ปัตตานี
จากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่า คนร้ายใช้ระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุใส่หม้ออะลูมิเนียม หนักประมาณ 5 กิโลกรัม ก่อนนำไปฝังไว้ที่ท่อน้ำสำหรับปลูกต้นไม้ประดับริมทาง โดยมีรัศมีการทำลายล้างของระเบิดไกลประมาณ 30 เมตร ในเบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ