"ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ไม่ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิก" ได้ยินสโลแกนแบบนี้ คิดว่าทุกคนต้องนึกถึงผู้ชายที่ชื่อ "จา" พนม ยีรัมย์ หรือ โทนี่ จา อย่างแน่นอน จากเด็กหนุ่มชาวสุรินทร์ ที่ทุ่มแรงกายแรงใจ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา กระทั่งมีโอกาสได้เล่นหนังเรื่องแรก "องค์บาก" จึงทำให้จาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว และด้วยรายได้ถล่มทลายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ จาก องค์บาก ทำให้หนังเรื่องล่าสุดของเขาอย่าง "ต้มยำกุ้ง" ที่จ่อจะเข้าโรงวันที่ 11 สิงหาคมนี้ เป็นที่จับตามองจากทุกคน
โด่งดังไปทั่วโลกซะขนาดนี้ "บันเทิง คม ชัด ลึก" จึงพลาดไม่ได้ ที่จะขอพูดคุยถึงการทำงานและชีวิตส่วนตัวของเขาในวันนี้และที่ผ่านมา เหตุนี้ใครก็ตามที่เป็นแฟนหนังของผู้ชายคนนี้ จึงพลาดการพูดคุยครั้งนี้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
เปิดฉากหนังโกอินเตอร์
เหนื่อยหรือเปล่าที่ต้องเดินทางไปโปรโมทหนังที่ต่างประเทศอยู่บ่อยๆ
เหนื่อยนะ เดินทางบ่อยมาก แต่ก็ยังอยู่เมืองไทยมากกว่า เพราะเวลาไปเมืองนอกไปก็ประมาณ 2 อาทิตย์
กลัวพลาดหรือเปล่าที่ต้องไปแสดงโชว์ตามที่ต่างๆ
กลัวนะ แต่เวลาที่แสดงมันจะลืมทุกอย่าง คือ เราจะปฏิบัติหน้าที่แบบเต็มที่
เคยโชว์อยู่แล้วพลาดบ้างไหม
ก็มี ตอนนั้นไปโชว์ที่ฝรั่งเศส คือหนังเรื่อง "องค์บาก" ไปเปิดตัวที่นั่น วันนั้นผมเหนื่อยมากเพราะเล่นหลายรอบ แล้วพอรอบสุดท้าย มีท่าไฮไลท์ให้สตั้นต์แมนต่อตัวขึ้นไปจับเป้าเป็นป๊อปคอร์นสูงๆ เราก็กระโดดขึ้นเตะไม่โดนเป้า คนดูเงียบ ทุกคนช็อกเตะไม่ถึง (หัวเราะ) ผมก็เลยใช้วิชาขอกำลังใจจากเขา เขาก็ปรบมือเรียกโทนี่ จา โทนี่ จา ทีนี้ได้เลย แต่ถ้าไม่ได้หน้าแตกแน่เลย (หัวเราะ)
น้อยใจหรือเปล่าที่กระแสหนัง "องค์บาก" ดังนอกประเทศมากกว่าในประเทศ
ฮือๆ... (ทำท่าร้องไห้พร้อมกับเสียง) ไม่นะ คือ ผมภาคภูมิใจตั้งแต่หนัง "องค์บาก" ทำเงินในประเทศไทย 100 กว่าล้านบาทแล้ว คนไทยมองเห็นนะ ขอมดำดินมาจากไหนเนี่ย (หัวเราะ) แหกคอกมาเลย
แบบนี้หนังเรื่อง "ต้มยำกุ้ง" คาดหวังเอาไว้หรือเปล่า
ไม่คาดหวังเลย เราทำเต็มที่ที่สุด ที่เหลือให้คนดูตัดสินใจ อยากให้ไปดู เพราะมวยไทยเป็นศิลปะของไทย ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง อยากให้ไปร่วมภาคภูมิใจกัน อยากให้คนไทยได้ไปดูกัน ไหว้ล่ะครับ (ยกมือไหว้) แต่ผมเชื่อว่า "ต้มยำกุ้ง" ต้องเข้มข้นกว่าอยู่แล้ว ผมทำหนังแบบเอาชีวิตเข้าแลก อยากให้คนได้จำภาพแล้วประทับใจ
ดังแบบนี้มีหนังฮอลลีวู้ดติดต่อให้เล่นบ้างหรือเปล่า
(หัวเราะ) มีนะ ผมไปทุกที่ก็มีติดต่อมา เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกาก็มี หลายๆ ค่ายที่อยากให้ไปร่วมงานด้วย แต่เป็นเรื่องของอนาคต ผู้ใหญ่เขาจะดูอีกทีหนึ่ง ตอนนี้ผมมีงานในเมืองไทย ยังมีอะไรที่อยากทำอีกเยอะ
อยากร่วมงานกับพระเอกและนางเอกคนไหนของฮอลลีวู้ด
พระเอกหรอ อยากเล่นกับทอม ครูซ ทอม แฮงค์ เยอะเลยแหละนึกชื่อไม่ออก แต่คนที่ผมอยากเล่นด้วยมากที่สุด คือ เจ็ต ลี นางเอกก็หลายคนเหมือนกัน อย่าง บริทนีย์ สเปียร์ส เขาเต้นเก่ง แล้วก็ แอนเจลินา โจลี ผมชอบนะ
เคยไปเจอดาราในดวงใจอย่าง "แจ็คกี้ ชาน" หรือ "เจ็ต ลี" แล้วหรือยัง
เคยเจอแจ็คกี้ ชาน แต่เขาทำงาน ผมแอบไปเซอร์ไพรส์เขาแต่ไม่ได้คุยกัน พอตอนจะกลับเขานัดทานข้าว แต่ผมกลับมาเมืองไทยก่อน เลยไม่ได้เจอกัน
ตื่นเต้นหรือเปล่าได้เจอดาราในดวงใจ
ตื่นเต้นนะ ยิ่งตื่นเต้นมากที่แจ็คกี้ ชาน ได้ดูหนังแล้วเขาชอบเรา เจ็ต ลี ได้ดูหนังเขาชอบนะ ผมรู้สึกภูมิใจมาก เจ็ต ลี ผมได้เจอตอนผมไปงานรวมชุมนุมดารานักร้องเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ผมไปในฐานะตัวแทนของประเทศไทย เจอเขาเดินผ่านหน้าไป เอ๊ย..เจ็ต ลี ผมก็ตะโกนเรียก เจ็ต ลี เจ็ต ลี ไม่เก็บอาการเลยอ่ะ (หัวเราะ) แต่เขาไม่ได้ยินหรอก
ชื่อใหม่ในวงการจอเงิน
ชื่อ "โทนี่ จา" ใครเป็นคนตั้งให้
พี่ปรัช (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) เป็นคนตั้งให้ ตัวที มาจาก ไทยแลนด์ ส่วน จา ก็ชื่อเล่นของผมเอง
ชอบชื่อนี้หรือเปล่า
ชอบนะ ตอนแรกๆ ฟังดูขำๆ อูย...ไม่ได้เข้ากับหน้าผมเลย แต่หลังๆ ชักเข้าแล้วล่ะ (หัวเราะ) ไปต่างประเทศเขาก็เรียกเราโทนี่ จา ดูแล้วขลัง เรียกง่ายด้วย โทนี่ โทนี่
มีคนเอาจาไปเปรียบเทียบกับเฉินหลง
ผมไม่อยากให้เปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องการเป็นหนึ่งหรอกเหนื่อย เราเป็นตัวเรานี่แหละ เป็นโทนี่ จา อยากเผยแพร่ความคิด ความสามารถของเราออกไป ผมคิดว่าเขาเป็นอาจารย์นะ เป็นแรงบันดาลใจให้เรา ถ้าเกิดไม่มี 3 คนนี้ (บรูซ ลี แจ็คกี้ ชาน และเจ็ต ลี) ก็ไม่มีโทนี่ จา เพราะเราศรัทธาเขาตั้งแต่เด็กๆ แล้วอีกอย่างผมเชื่อว่าบรูซ ลี แจ็คกี้ ชาน และเจ็ต ลี มีคนเดียวในโลก โทนี่ จา ก็เหมือนกัน
แฟนคลับทั่วสารทิศ
มีแฟนคลับเยอะหรือเปล่า
ผมไม่รู้เหมือนกัน แต่เวบไซต์เยอะเลย ที่ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ละที่เขาก็จะทำให้นะ บางทีมีแอบอ้างเราด้วยนะ (ยิ้ม) โทนี่ จา ดอทคอม เป็นเวบขายวีซีดี ดีวีดีหนัง แต่ในเวบนี้ไม่เห็นมีหนังของผมเลย โอเคเขาขายไปแล้ว เดี๋ยวเราขายมั่ง (หัวเราะ)
มีแฟนคลับเขียนจดหมายมาหาเยอะเลยสิ
ส่วนมากจะเป็นต่างประเทศทั้งนั้น ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส เบลเยียม โห...ทำไมไกลจังเลย ส่วนมากก็จะส่งรูปมาขอลายเซ็น อยากให้ไปที่โน้นบ้าง รอดูผลงานอยู่ ไอ เลิฟ ยู บิ๊ก คิส ส่งของขวัญมาให้หลายๆ อย่าง
แฟนคลับในประเทศกับต่างประเทศเหมือนกันไหม
แฟนคลับต่างประเทศเขาจะแสดงออก แต่ของไทยจะเงียบพอเดินเข้าไปคนไทยก็ยังมีขอลายเซ็น เขารอดูหนังเราอยู่นะ เขาคงอาย (หัวเราะ) คนไทยเรียบร้อยแบบไทยแท้ จะยิ้มๆ มากกว่า
ตอนนี้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ลำไยด้วย
ลำไยจากไทยจะค้างสต็อกเยอะ เขาก็มองว่าจะระบายลำไยออกไปต่างประเทศยังไง ก็เล็งไปที่ประเทศจีน เพราะเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะ น่าจะบุกตลาดจีนให้เขาซื้อลำไยไทย แล้วประเทศจีนเขารู้จักหนัง "องค์บาก" รู้จัก "โทนี่ จา" ทางรัฐบาลก็เลยเอาผมมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เป็นโอกาสที่ดีเราได้ช่วยชาติ ได้ช่วยเกษตรกร เพราะผมก็เป็นชาวนาชาวสวนมาก่อน รู้ถึงหัวอกพวกเขา ผมภูมิใจมากที่ได้ทำตรงนี้ แล้วผมไม่เอาค่าตัวด้วย เหมือนได้รับเกียรติอย่างสูงจากรัฐบาล
ชีวิตที่ผันแปร
ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย
ผมเกิดมาคุ้มนะชีวิตนี้ โชคดีที่ไม่ได้เกิดมาเป็นคนรวย โชคดีที่ผมไม่ได้เกิดมาเป็นคนหล่อ (หัวเราะ) ผมโชคดีมากที่ได้ฝ่าฝันชีวิตตรงนั้นมา ผ่านอุปสรรค ผ่านวิถีชีวิตชาวไร่ชาวนา ได้ทำนาปลูกข้าว ได้เลี้ยงช้าง ได้ดูหนังกลางแปลง ผมได้สัมผัสทุกอย่างเลย ผมถึงบอกว่าผมโชคดีกว่าคนรวย (หัวเราะ) จากพื้นขึ้นมาสูงสุด เรามองกลับหลังไป มีความสุขมากกับการได้ใช้ชีวิตตอนนี้
สิ่งที่ภูมิใจที่สุดตอนนี้คืออะไร
ผมได้ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ ใช้หนี้ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์) ตอนนี้ครอบครัวผมเป็นไทแล้ว ผมสร้างบ้านให้กับพ่อแม่ที่ จ.สุรินทร์ ปลูกป่าให้กับน้องช้างอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างนี่เรากอบกู้มาด้วยศักดิ์ศรี
ได้เจอหน้าพ่อกับแม่บ่อยหรือเปล่า
น้อยมากที่จะได้เจอ คิดถึงแล้วก็สวดมนต์ให้ตลอด ผมเพิ่งจะลงไปไม่กี่วันนี้เอง ไปถ่ายรายการ "หลังคาเดียวกัน" ไปเยี่ยมบ้าน ได้กลับไปทำพิธีบวงสรวงไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ครูมวย ครูดาบ ทำบุญที่บ้าน เหมือนเป็นการไปเก็บเกี่ยวพลังจากที่เก่าๆ ไปเก็บรอยยิ้มของแม่ ไออุ่นการกอดของพ่อ ได้คุยกันกินข้าวด้วยกัน คุยกับช้างกอดช้าง
เคยคิดหรือเปล่าว่าจะมีวันนี้
ผมคิดตั้งแต่เด็กๆ ว่าตัวเองเป็นเฉินหลง เป็นบรูซ ลี คิดว่าผมเล่นหนังแล้วผมต้องเป็นพระเอก ผมเห็นภาพนะ เพราะผมสร้างจินตภาพของผม ก็เลยปรารถนาที่จะไปให้ถึงตรงนั้น หาวิธีการโดยใช้ปัญญา ตามล่าหาความฝัน ผ่านร้อนผ่านหนาว อดทนบากบั่น ทำทุกสิ่งทุกอย่างกว่าจะมาถึงตรงนี้
ความฝันสูงสุดของจาคืออะไร
ความฝันสูงสุดของผมคือ การอยู่บ้าน ความสุขจริงๆ คือ การได้อยู่กับธรรมชาติ อยากไปปลูกป่า ปลูกข้าว พัฒนาหมู่บ้าน แต่เป็นความฝันในบั้นปลาย
เล่นหนังบู๊มากๆ แบบนี้ห่วงสุขภาพตัวเองตอนอายุมากขึ้นหรือเปล่า
ตอนนี้ผมยังหนุ่มอยู่ (หัวเราะ) ผมทำได้ก็ทำให้ถึงที่สุด ผมทำงานเพราะเรามีโอกาสได้ทำ แล้วมีแฟนๆ รอดูผลงานของเราอยู่ ผมวางสเตปชีวิตไว้ ช่วงวัยรุ่นผมไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกับใครสักเท่าไร ผมเอาเวลาในช่วงนั้นมาทำงานอย่างหนัก พอถึงตอนแก่ทุกอย่างก็เพียบพร้อมหมดแล้ว
ทางบ้านห่วงหรือเปล่า
ห่วงมาก แต่มาถึงตอนนี้เขาคงไม่อยากให้เลิกแล้วล่ะ พ่อกับแม่เข้าใจและให้อิสระทางความคิด ลูกชอบอะไรสนับสนุน เขาก็บอกว่าไปให้ถึงที่สุด ตอนนี้ก็เกินสุดแล้ว
กระแสข่าวทำศัลยกรรมใบหน้า
มีคนชมว่าเดี๋ยวนี้หล่อขึ้น
เหรอครับ (เขิน) เขาพูดกันแหละได้ยินมากระทบหูเหมือนกัน
เขาบอกว่าจาไปทำศัลยกรรมใบหน้ามา
ขอบอกว่าไม่ได้ทำ นอกจากดัดฟันอย่างเดียว โหนกก็ยังมีเหมือนเดิม ผมคิดว่าน่าจะเป็นในเรื่องของการโดนเท้า โดนหมัด โดนศอก โดนเข่า ทำให้มันยุบลงไปบ้าง เออ...ก็ดีนะ (หัวเราะ)
ชีวิตรักของ
ความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ผมยังไม่คิดนะ เพราะผมทำงานตรงนี้ต้องมีสมาธิในการทำงานอย่างมาก การทำหนังบู๊ถ้าผมมีแฟน ผมกำลังเล่นฉากเสี่ยงตายอยู่ แฟนโทรศัพท์มาวีน ตายเลย
มีสเปคสาวในฝันหรือเปล่า
เรียบร้อย น่ารัก นิสัยดี เข้าใจโลก เข้าใจว่าเราทำหน้าที่ตรงนี้ วิถีการดำเนินชีวิต ที่ผ่านๆ มาก็มีเข้าตาบ้างเหมือนกัน เป็นชาวต่างชาติ คือ ผมมองว่าทุกคนมีเสน่ห์หมด เวลายิ้ม จะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ได้
กลัวความรักที่ไม่จริงใจบ้างไหม
ไม่กลัว เพราะการที่เราจะเลือกใครสักคนต้องดู อันไหนที่ใช่ก็ใช่เอง ตอนนี้ก็ดูไปก่อน เหมือนเรามองโลกทัศน์เยอะๆ มีความสุขกับการได้เห็นเป็นสีสัน ผมไม่มีแฟนก็คงไม่มีใครคิดว่าผมเป็นเกย์หรอกนะ เพราะผมบู๊ล้างผลาญขนาดนี้
เอาล่ะจ้ะ...แมงเม้าท์ทั้งหลาย ไม่มีสาวข้างกายก็ใช่ว่าจะเป็นเกย์เสมอไปนะจ๊ะ
-------------------------------------------------------
วันเกิด 5 กุมภาพันธ์ 2519
สถานที่เกิด บ้านโคกสูง กิ่ง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
การศึกษา วิทยาลัยพลศึกษา จ.มหาสารคาม
ผลงานเรื่องแรก ภาพยนตร์เรื่อง "องค์บาก"
ผลงานสร้างชื่อ ภาพยนตร์เรื่อง "องค์บาก"
ผลงานปัจจุบัน ภาพยนตร์เรื่อง "ต้มยำกุ้ง"