บ.ผลิตอาวุธประดิษฐ์จีวรกันกระสุน หวังให้พระ 3 จว.ใต้ใช้ขณะออกบิณฑบาต ขณะที่พระขานรับไม่ผิดกฎสงฆ์ แถมอุ่นใจ พศ.เชื่อสถานการณ์ไม่ถึงขั้นต้องใส่จีวรเกราะ นายกฯ ไฟเขียวรับสมัครทหาร-ตร.เป็นผอ.ร.ร.แทน พร้อมทบทวนนโยบายครูพกปืน นายอำเภอใต้ขอย้ายออกนอกพื้นที่อ้างทำงานจนล้า
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ ดร.รุ่ง แก้วแดง รมช.ศึกษาธิการ น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ตรวจดูการก่อสร้างอาคารเรียนอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนชั่วคราวให้กับนักเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่โรงเรียนถูกเผา ซึ่งอาคารหลังดังกล่าววิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้าง ใช้งบประมาณหลังละ 2 แสนบาท
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีการก่อสร้างอาคารไปแล้ว 15 หลัง ให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ 5 หลัง แต่ตนได้เสนอให้ทำมากหน่อยแล้วเอามาเก็บไหว้ หากเกิดกรณีโรงเรียนต่างจังหวัดบางแห่งโดนลูกเห็บ ลมพัดพัง หรือสภาพแย่ ก็เอาอาคารนี้ไปตั้งได้เลย เด็กจะได้มีที่เรียนชั่วคราว จนกว่าอาคารใหม่จะสร้างเสร็จเป็นการแก้ปัญหาได้ทันที เพราะใช้เวลาสร้างไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จ
ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้ครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้พกปืนได้นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ครูก็มีสิทธิพกปืน เพียงแต่อยากแนะนำว่า หากจะพกปืนจะต้องฝึกอบรมเพื่อความชำนาญ เพราะหากฝึกคล่องแล้วจะพกเพื่อป้องกันตัวเองไม่เป็นไร ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่ควรพกจะกลายเป็นของแถม เป็นดาบสองคม สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังรวบรวมอยู่ และจะออกมาทีเดียวในวันอังคารที่ 12 กรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมอาคารอยู่นั้น คณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้นำเสื้อเกราะ กระจกกันกระสุน และที่สำคัญคือจีวรกันกระสุนมาจัดแสดงโดยผ่านการทดสอบด้วยกระสุนขนาด 11 มม. กับ .357 มาแล้ว
พระชี้ไม่ผิดกฎสงฆ์แถมอุ่นใจ
พระสำรวย ฐานยตฺโต พระจาก จ.ชัยนาท ที่มาจำวัดอยู่ที่วัดอุไรรัตนาราม อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นวัดที่พระเคยถูกทำร้ายจนมรณภาพและบาดเจ็บ กล่าวว่า ในเรื่องของทางสงฆ์ตามข้อปฏิบัติต่างๆ ไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องนี้ การใส่จีวรกันกระสุนไม่ผิดข้อปฏิบัติของสงฆ์ ถือว่าเป็นเรื่องดีที่พระสงฆ์ที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะได้ปลอดภัยมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะป้องกันได้หรือไม่ก็สร้างความอุ่นใจให้พระสงฆ์ในพื้นที่ได้
"การทำจีวรกันกระสุน จะเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่หรือไม่นั้น อาตมาคิดว่าคงไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทุกวันนี้สถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว และเป็นมาก่อนที่อาตมาจะลงมาอยู่ที่นี้ เมื่อมีการป้องกันก็ไม่น่าจะมองว่าเกิดความรุนแรงขึ้น แต่สิ่งที่อยากให้มองคือ เมื่อรู้ว่ารุนแรงแล้วป้องกันและแก้ไขหรือยัง จุดนี้เป็นสิ่งที่หลายๆ ฝ่ายน่าจะมองมากกว่า" พระสำรวย กล่าว
พระเทพศรีละวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดยะลา เปิดเผยถึงเรื่องจีวรกันกระสุนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากจะมีเรื่องซื้อปืนให้ครู ซึ่งครูที่นี่มีพกกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว โดยเฉพาะนักการเมืองเองก็มี ยังมีเรื่องทำจีวรกันกระสุนให้พระอีก ทั้งหมดเป็นเรื่องทางโลก เป็นเรื่องของฆราวาส อย่าเอามาเกี่ยวกับพระสงฆ์ อยากทำอะไรก็ทำไป แต่มองว่าการทำจีวรกันกระสุนออกมาจะยุ่งเปล่าๆ อย่างไรก็ตาม หากมองกันทางธรรมแล้วไม่ถือเป็นเรื่องผิดหรือถูก ทว่าจะเหมาะหรือไม่ยังไม่ขอออกความเห็น เนื่องจากเรื่องยังมาไม่ถึง เดี๋ยวจะยุ่งกันไปหมด
เชื่อยังไม่ถึงขั้นใส่จีวรเกราะ
นายกนก แสนประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีมีการผลิตจีวรกันกระสุนให้พระใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดและไม่มีการรายงานว่าจะมีการผลิตจีวรเกราะให้พระภิกษุมายัง พศ. อย่างไรก็ตาม หากอนาคตจะมีการผลิตจีวรเกราะให้พระภิกษุจริง ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะผู้ปกครองสงฆ์ พระผู้ใหญ่ เจ้าคณะชั้นผู้ใหญ่และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)
"โดยส่วนตัวเห็นว่าเสื้อเกราะไม่จำเป็นต่อคณะสงฆ์ เพราะคณะสงฆ์ยังพอใจมาตรการที่รัฐบาลดูแลอยู่แล้ว คือการส่งทหาร ตำรวจไปช่วยดูแลวัดที่เสี่ยง คงไม่ถึงขนาดพระต้องใส่เสื้อเกราะเดินบิณฑบาต สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายขนาดนั้น ชาวบ้าน พุทธศาสนิกชน รวมไปถึงอาสาสมัครป้องกันหมู่บ้านก็มาช่วยดูแลวัดตลอด ที่สำคัญขณะนี้ขวัญและกำลังใจพระภิกษุยังดีอยู่ มีแค่บางกรณีเท่านั้นที่ออกไปบิณฑบาตแล้วโดนทำร้าย" นายกนก กล่าว
ขณะที่ พ.ต. (นอกราชการ) ทรงพล เอี่ยมบุญฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท พรีซีพาร์ท จำกัด ผู้รับผิดชอบโครงการบางระจัน กล่าวว่า ยังไม่มีโครงการที่จะผลิตจีวรพระออกมา เพราะยังไม่มีใครสนใจสั่งซื้อ ในฐานะนักประดิษฐ์ก็ประดิษฐ์อะไรไปเรื่อย เมื่อเห็นข่าวว่าพระถูกยิง จึงประดิษฐ์เสื้อเกราะพระออกมา ทั้งนี้ เสื้อเกราะพระประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญ 3 ชิ้น คือ ตัวเสื้อเกาะสีเดียวกับจีวร ประกอบด้วยแผ่นสเตนเลสหนา 2 มิลลิเมตร หนัก 3.7 กก. หุ้มด้วยยางพาราลดแรงกระแทก แผ่นเกราะหุ้มด้วยยางพารา และผ้าสีจีวรติดตั้งไว้กับสายคล้องบาตรไว้ช่วยบังกระสุนด้านหน้า และแผ่นเกราะหุ้มด้วยยางพารา และผ้าสีจีวรไว้ในย่ามสะพายของพระช่วยกันกระสุนด้านข้างได้ และหากนำแผ่นเกราะทั้งหมดมาบังซ้อนกันจะกันกระสุนอาวุธหนัก เช่น ปืนเอ็ม 16 ได้
ด้านนายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะผลิตเฉพาะเสื้อเกราะครูเท่านั้น เพราะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท พรีซีพาร์ท จำกัด เฉพาะการผลิตเสื้อเกราะครูเท่านั้น
สอดคล้องกับที่นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จะให้ สอศ.ผลิตเฉพาะเสื้อเกราะของครูเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ นั้น เป็นเรื่องที่แต่ละหน่วยงานจะไปติดต่อประสานงานกันเอง
เตรียมทบทวนให้ครูพกปืน
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อรับทราบและแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่องของการรักษาความปลอดภัยให้กับครูในพื้นที่ดังกล่าวว่า ในส่วนของครูขณะนี้ก็มีความหวาดวิตก มีจำนวนครูที่ขอย้ายออกจากพื้นที่ประมาณ 400 คน แต่นอกเหนือจากนั้นเป็นการขอย้ายภายในจังหวัดและข้ามจังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัด ซึ่งครูที่ขอย้ายไปอยู่ในเขตจังหวัดมีประมาณ 700 กว่าคน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของครูที่ขอย้ายออกจากพื้นที่นั้น จะมีอัตราลูกจ้างชั่วคราวที่จะลงไปทดแทน ทั้งนี้การขอย้ายออกจากพื้นที่ของครูเราถือเป็นนโยบายของรัฐมนตรีที่จะพยายามรีบย้ายออกให้โดยเร็ว เพราะเห็นใจพวกครู แต่ก็ต้องให้สอดคล้องกับอัตราจ้างด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางที่จะให้ครูพกพาอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัวเอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมหารือกันว่าน่าจะลองทบทวนพิจารณาความจำเป็นกันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องของเสื้อเกาะนั้นได้ทำกันอยู่แล้ว สำหรับมาตรการพิเศษที่จะเพิ่มขึ้นอีกคือเรื่องการคุ้มครองหมู่บ้านพักครูและการกำหนดเส้นทางให้เดินทางร่วมกัน
รับทหาร-ตร.เป็น ผอ.ร.ร.ใน3จว.ภาคใต้
ดร.รุ่ง แก้วแดง รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ 8 แผนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คือยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง แบ่งพื้นที่การทำงานโดยยึดตำบลเป็นหลัก มีการออกแบบหลักสูตรเฉพาะสำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ การใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างสถานศึกษาทุกสังกัดในพื้นที่ การสร้างความสมานฉันท์ในการจัดกิจกรรมระหว่างสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ยุทธศาสตร์การวิจัยเพื่อพัฒนาอาชีพ ปรับรูปแบบการบริหารงานในพื้นที่ โดยมอบอำนาจให้สำนักงานเขตตรวจราชการที่ 12 ดูแลเบ็ดเสร็จในพื้นที่ และยุทธศาสตร์สุดท้าย คือ การสร้างขวัญ กำลังใจ ให้ครู โดยนายกฯ อนุมัติให้ปรับปรุงบ้านพักครู หากจำเป็นต้องสร้างใหญ่ก็ให้สร้าง โดยให้ไปสำรวจมาว่า มีที่ใดต้องสร้างเพิ่มได้บ้าง
"นายกฯ ยังบอกด้วยว่า โรงเรียนใดถ้าครู ผอ.โรงเรียนไม่กล้าอยู่ ให้รับทหาร ตำรวจ มาอบรมด้านการจัดการศึกษาเพิ่ม แล้วมาเป็น ผอ.โรงเรียน หรือครู ในโรงเรียนเหล่านั้น โดยเรื่องนี้จะนำเข้ากรรมการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกครั้ง หากเห็นด้วย จะให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ประกาศรับสมัครทหาร ตำรวจที่สนใจ เพื่อมาเข้ารับการอบรมแล้วมาประจำเลย โดยทำเป็นการยืมตัวมาช่วยราชการ" ดร.รุ่ง กล่าว
สำหรับการจัดซื้อปืนมือสองให้กับครู ดร.รุ่ง กล่าวว่า ตนจะยุติการดำเนินโครงการจัดซื้อปืนให้กับครู เพราะรัฐมนตรีว่าการไม่ต้องการให้ทำเรื่องนี้ในนามของกระทรวงศึกษาฯ แต่หากครูคนใดต้องการมีปืนก็ให้ถือเป็นสิทธิแต่ละบุคคลที่ต้องการซื้อ
นายอำเภอ 3 จว.ขอย้ายออกจากพื้นที่
ไม่เพียงแต่ครูที่ตกเป็นเป้าของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ที่ขอย้ายตัวเองออกนอกพื้นที่ ล่าสุดนายศิวะ แสงมณี อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้นายอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอโยกย้ายตัวเองออกจากพื้นที่อย่างน้อย 4-5 คนแล้ว โดยอ้างเหตุผลการทำงานในพื้นที่มาเป็นเวลานานทำให้ล้า
นายศิวะ กล่าวอีกว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้ทางกรมการปกครอง ได้เปิดคัดเลือกนายอำเภอที่ต้องการลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยความสมัครใจ โดยจะคัดเลือกนายอำเภอทั่วประเทศประมาณ 400 คน ที่เพิ่งผ่านหลักสูตรโรงเรียนนายอำเภอเพื่อไปดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งมีผู้สมัครจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภาคจำนวน 34 คน และจะคัดเลือกให้เหลือไม่เกิน 20 คน เนื่องจากประเมินแล้วว่าน่าจะมีการขอย้ายออกเพียง 10-15 คนเท่านั้น สำหรับนายอำเภอใหม่คาดว่าจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากจะต้องผ่านการอบรมเรื่องวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของประชาชนใน 3 จังหวัดประมาณ 2 เดือน
จับผู้ต้องหายิงครูบ้านท่าน้ำ
วันที่ 8 กรกฎาคม พล.ต.ต.ไพฑูรย์ พัฒนโสภณ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมคณะแถลงข่าวการจับกุม นายนิอันวา นะโร๊ะ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/3 หมู่ 4 ต.เกาะจัน อ.มายอ จ.ปัตตานี ตามหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานี เลขที่ จ 238/2548 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2548 โดยจับกุมได้ที่บ้านบาโงตา หมู่ 2 ต.ปิตูมุดี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ในคดีที่ร่วมกันยิงนายสมชาย จันสุบรรณ์ อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนบ้านท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2548 โดยมีพยานเห็นว่านายนิอันวา เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปก่อเหตุ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบยิง และฆ่าตัดคอ ด.ต.สัมพันธ์ อ้นยะลา หัวหน้าตำรวจชุมชนตำบลสะนอ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้กำลังสืบสวน สอบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติม
วันเดียวกัน คนร้ายก่อเหตุยิงนายดารานัย ซินนะบดี อายุ 20 ปี ลูกจ้างชั่วคราวการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนราธิวาส เสียชีวิต สภาพศพถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 เข้าที่แก้มซ้ายทะลุแก้มขวา 1 นัด นายสำรอง ซินนะบดี บิดาผู้ตายซึ่งเป็นหัวหน้าลูกจ้างประจำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมลูกจ้าง 8 ราย ได้ตัดกิ่งไม้ที่กีดขวางสายไฟฟ้าในหมู่บ้านกะทอง ต่อมาคนร้ายที่ซุ่มอยู่ในป่าสวนยางพารารกทึบได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงใส่กลุ่มลูกจ้างเป็นชุดใหญ่ ทำให้ลูกจ้างทุกคนต่างพากันวิ่งหนีตายเข้าไปในป่าลึก
"ขณะที่ลูกชายของผมวิ่งหลบหนีนั้นได้ถูกกระสนปืนของคนร้ายเข้าที่บริเวณแก้มจนเสียชีวิตดังกล่าว และเมื่อสิ้นเสียงปืนก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขี่มารับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้วหลบหนีไป โดยมุ่งหน้าไปทาง ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส" นายสำรอง กล่าว