คำแถลงของนายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีกรณีที่สื่อมวลชนเสนอข่าวเรื่อง
ก้าวต่อไปของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีความคลาดเคลื่อน
ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2548 เวลา 10.35 น.
-----------------------
เมื่อเช้าที่เห็นพาดหัวข่าวแล้วไม่สบายใจ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของระบบประกันสุขภาพ เมื่อวานนี้ที่จริงท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วเอาหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อมาพูดถึงก้าวใหม่ในการที่จะพัฒนาให้ดีขึ้น แต่พาดหัวข่าวไปในประเด็นที่ผิด คือบอกว่า 1.ไปยุบรวม 4 กองทุน ขอยืนยันว่าไม่มีการยุบรวม ประเด็นที่ 2. มีหนังสือพิมพ์บางฉบับไปบอกว่าแก้ปัญหาเพราะว่าถังแตก รัฐบาลจะถังแตกได้อย่างไร เมื่อวันที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเรามีเงินเหลืออยู่อีกประมาณ 57,000 ล้านบาท กำลังเร่งรัดอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอแก้ข่าว 2 ประเด็นนี้ก่อน
ขอเรียนให้ทราบว่านี่เป็นก้าวใหม่ของการประกันสุขภาพ สิ่งที่สำคัญต้องให้เข้าใจก่อนว่า เรามีพระราชบัญญัติอยู่ 4 พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพประชาชนในวันนี้ ส่วนที่ 1.พระราชบัญญัติประกันสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุขดูแล พูดง่าย ๆ คือกองทุน 30 บาท ส่วนที่ 2.ที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมคือ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับสวัสดิการของข้าราชการ อันนี้คือกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลังดูแลอยู่ตลอดเวลา ข้าราชการเบิกจ่ายอะไรต่าง ๆ ฟรี ส่วนที่ 3. คือพระราชบัญญัติประกันสังคม ที่ดูแลในเรื่องของผู้ใช้แรงงานทั้งหมด เป็นเรื่องของการประกันสังคม พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้เมื่อปี 2533 ส่วนที่ 4. คือเรื่องของประกันภัยบุคคลที่ 3 คือเวลาที่รถชนกันแล้ว เพื่อให้อย่างน้อยที่สุดเอาไปโรงพยาบาลจะต้องมีค่าใช้จ่ายดูแล ไม่มีการเกี่ยงกัน เมื่อบ้านเมืองพัฒนาไปเป็นลำดับ และตัวหลังสุดคือเรื่องประกันสุขภาพที่ทุกคนรักษาฟรีมาทีหลัง แต่เดิมนี้เราจะมี 3 กลุ่มอยู่แล้ว 4 พระราชบัญญัติรองรับอยู่ อย่างที่ผมเรียน คือของเดิมมีข้าราชการดูแลรักษาฟรี โดยกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลาง ส่วนที่สองคือเรื่องของกระทรวงแรงงานก็ประกันสังคมทั้งอัน ผู้ใช้แรงงานทั้งหมดทั้งประเทศจะได้รับการดูแล ส่วนที่สามคือเรื่องของประกันภัยบุคคลที่สาม เมื่อเป็นอย่างนี้ มาทีหลัง ตอนแรกในการจัดการเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เราก็จัดการโดยที่ 4 คนจัดการกันอยู่ วันนี้กาลเวลาผ่านไป เราถึงก้าวใหม่ที่จะทำให้บริการต่อประชาชนดีขึ้น ยกตัวอย่าง ข้าราชการที่ไปเบิกจ่ายวันนี้ เขาจะต้องไปจ่ายด้วยเงินตัวเอง หรือไม่อย่างนั้นต้องกลับไปที่หน่วยงาน บางคนไปเจ็บป่วยอยู่ สมมติไปที่เชียงใหม่ แต่ว่าสถานที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องให้ญาติอยู่กรุงเทพฯ ขอใบรับรองส่งกลับมาที่นั่นเพื่อบอกรับรองนะว่าคนนี้เป็นข้าราชการ เพื่อจะได้รับการรักษา แล้วเอาบิลไปเบิก สมมติรักษา 40,000 - 50,000 บาทไปป่วยอยู่ที่นั่น ก็เอาใบบิลที่เกิดจากโรงพยาบาลกลับมาเบิกที่หน่วยงาน ไปเบิกที่หน่วยงานของตัวเอง เบิกที่คลังจังหวัดของตัวเอง เบิกที่กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณจัดการ ยุ่งไปหมดเลย กว่าจะได้เงินมาอีกทีก็วุ่นวาย ในระบบที่ยุ่งเหยิงเหล่านี้ ขณะนี้เราจะทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ หายไป หมายความว่าประชาชนคนไหนก็ได้ เพราะว่าทุกคนอยู่ภายใต้การประกันสุขภาพ ต่อไปนี้ง่าย ๆ เลยครับ ข้าราชการก็จะง่ายขึ้นสะดวกขึ้น สิทธิที่พึงมีพึงได้ของเดิมมีเท่าไรยังให้เหมือนเดิม หมายความว่าทุกคนที่เคยมีสิทธิอย่างไร ได้เหมือนเดิมหมด แถมสะดวกขึ้น เรื่องการจัดการคือเอาการบริหารมารวมกัน แทนที่ว่าฝั่งภาครัฐบริหารโดย 4 หน่วยงานอย่างนี้ ก็เอามารวมกันเสีย จัดกันเลยว่าจะจัดแบ่งกันอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่ใช่คำว่ายุบรวม การที่ว่ายุบรวมจะต้องไปแก้กฎหมาย 4 ฉบับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ ยืนยันว่าไม่มีการยุบรวม พระราชบัญญัติแต่ละตัวดูแลแตกต่างกัน ยกตัวอย่างที่สอง ข้าราชการเราจะดูแล รักษาพยาบาลก็ยังเหมือนเดิม สิทธิคุณจะใช้ค่าห้องพิเศษได้เท่าไรก็เท่านั้น อันนั้นแบบเดิมหมด เพียงแต่ว่าการเบิกจ่ายต่าง ๆ ให้ไปตกลงกันเอง ให้สำนักงานประกันสุขภาพเข้าไปบริหารดูแลงบ ตัดไปทั้งก้อนเหมือนกัน
ประเด็นที่สอง ผมยกตัวอย่างเช่น เรื่องของผู้ใช้แรงงาน กองทุนประกันสังคม คำว่าประกันสังคมที่ใช้ของนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ สมทบกันทุกเดือน ตัดมาเป็นกองทุนใหญ่เบ้อเร่อเลย อันนี้ไม่ใช่ดูแลด้านเจ็บป่วยเท่านั้น แบ่งเป็นดูแลด้านเจ็บป่วย ด้านทุพพลภาพ คือสมมติว่าบาดเจ็บ ท่านสื่อมวลชนทั้งหลาย ไปทำงานแล้วเกิดมีอุบัติเหตุต่าง ๆ หรือบางคนที่เสียชีวิตไป กองทุนนี้จะชดเชย เพราะฉะนั้นเขาจะตัดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่ารักษาพยาบาลนี้มาให้กองทุนประกันสังคมบริหาร สิทธิเหมือนเดิมหมด เคยได้อย่างไรก็ได้อย่างนั้น แล้วอะไรที่เขาจะเอา เฉพาะส่วนนี้ยกเข้ามาบริหารร่วมกัน
สำหรับเรื่องของประกันอุบัติเหตุก็เหมือนกัน ประกันภัยบุคคลที่ 3 ก็จะมีค่าใช้จ่ายในด้านเจ็บป่วย เขาเคยใช้เท่าไรก็ยกอันนี้มาให้ทางกองทุนประกันสุขภาพนั้นดูเลย ว่ารวมกันแล้วจะบริหารอย่างไร ส่วนที่จะต้องชดเชยเวลาที่บาดเจ็บและชดเชยเวลาที่เสียชีวิต เหมือนเดิม พูดง่าย ๆ สำหรับประชาชนมีแต่ดีขึ้นกับดีขึ้น สะดวกขึ้นหมด การบริหารของรัฐจะลดความยุ่งยากสลับซับซ้อน แล้วเงินก้อนเดียวกัน เงินจากกระเป๋าของรัฐที่เอาไปวางไว้ 4 กระเป๋ามารวมไว้บอกว่า ทั้งหมด 4 กระเป๋ารวมเป็นกระเป๋าใหญ่ใบเดียว แล้วไปดูแลกันหน่อย เพราะฉะนั้น 1. ไม่มีการยุบ ชี้แจงให้ชัด 2. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประกันสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น สะดวกกับประชาชนมากขึ้น 3. บริหารอย่างมีประสิทธิภาพของภาครัฐ นึกดูให้ดี การบริหารให้มีประสิทธิภาพจะลดต้นทุนของภาครัฐด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายเดิมทีเดียวมีหน่วยงานของภาครัฐไปเบิกจ่ายหลาย ๆ ขั้นตอนแล้วกว่าจะกลับขึ้นมา ตรงนี้หายไปเลย ก็จะมีเงินเหลือมาพัฒนาสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าเป็นก้าวต่อไปของการประกันสุขภาพที่เราควรทำเมื่อวันแรก แต่ว่าทำไม่ได้เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มต้น ก็ค่อย ๆ ดูทีละส่วน วันนี้ 4 ปีผ่านมา เรากำลังจะก้าวพัฒนาขึ้นไปให้ดีขึ้น
โดยสรุป ไม่มีการยุบรวม สิทธิของประชาชนเหมือนเดิม แต่การบริการดีขึ้น ถามว่าจะต้องทำอย่างไร ต้องคิด ทั้ง 4 หน่วยงานจะต้องมีการประชุมหารือกันเพื่อหาแนวทางการดำเนินการ เพราะเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการ จึงได้พยายามให้ทำให้เสร็จวันที่ 1 ตุลาคม 2548 แต่ต้องไปคิดวิธีการให้เรียบร้อย เราเร่งอยากให้ประชาชนได้ประโยชน์มาก ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ยืนยันไม่มีการยุบ สิทธิเหมือนเดิม เมื่อสิทธิเหมือนเดิม ประสิทธิภาพมากขึ้น แปลว่าบริการดีขึ้น มีเม็ดเงินเหลือจากบริการขยับขึ้นไปอีก
เรื่องถังแตกไม่ใช่ครับ วันนี้งบประมาณชัดเจนแล้วว่าในเรื่องของประกันสุขภาพที่ทีแรกเราค่อย ๆ ดูว่าจะต้องใช้เท่าไร เราเห็นแล้วว่าจะต้องใช้เท่าไร ตอนนี้ตัดสินใจชัดว่าปี 2549 มีเงินมาก ให้บริการเพิ่มขึ้นด้วย จะสามารถให้บริการด้านรุก ซึ่งวันที่ 15 กรกฎาคม จะมีการเปิดตัวในเรื่องนี้ ก็เป็นบริการภาครุก อย่างเช่น การตรวจร่างกาย การบริการที่เพิ่มขึ้น อีกหลาย ๆ ประการ เพราะฉะนั้นเรียนให้ทราบว่าเป็นอย่างนี้ นึกง่าย ๆ สำนักงานประกันสุขภาพเหมือนกับบริษัทประกันสุขภาพของประชาชนไทยทั้งประเทศ แล้วแต่ละส่วนก็มาซื้อบริการ อย่างเช่นกองทุนต่าง ๆ กองทุนประกันสังคมก็เอาเฉพาะเรื่องรักษาพยาบาลมาซื้อบริการที่นี่ กองทุนสวัสดิการของรัฐ รัฐก็มาซื้อบริการที่นี่ เรื่องประกันสุขภาพของประชาชนโดยรวมซื้อที่นี่ การประกันอุบัติเหตุก็ไปที่นี่ ท่านนึกดูครับ ปัจจุบันถ้าไม่แก้อย่างนี้ เวลาเกิดอุบัติเหตุ เขาต้องถามว่ามีบัตรประกันบุคคลที่สามหรือเปล่า ถ้าไม่มี นั่งทะเลาะกันอยู่ เจรจาตั้งนาน เดี๋ยวแขนหักแล้วยังปวดไม่เลิกสักที ขอยืนยันว่าเป็นการให้ประโยชน์ประชาชนดีขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น
ผมเอาง่าย ๆ อย่างนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อเช้านี้เห็นสื่อพาดหัวข่าว เลยไปกันใหญ่เลย มีการไปโหวตกัน ยังไม่ทันรู้เรื่องอะไร ไปโหวตไม่เห็นด้วยเสียแล้ว ตั้ง 90 % ผมว่าต้องโทษว่าอันนี้อาจจะเป็นด้านเรายังสื่อสารไม่ชัด เพราะฉะนั้นขออนุญาต ขอสื่อสารอีกทีให้ชัดๆ ซักซ้อมความเข้าใจ มีใครจะถามอะไรหรือไม่ครับ โดยสรุปนะครับ ก้าวต่อไปของการประกันสุขภาพจะทำให้มีการบริการต่าง ๆ ที่ดีขึ้น สะดวกขึ้นสำหรับผู้รับบริการ แล้วก็ลดขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพขึ้น
เห็นไหมครับ การบริการเพราะว่ากฎหมายเขียนมา 4 ระยะ คุณภาพของการบริการจะแตกต่างกัน แต่ขั้นที่พื้นฐานที่สุดคือ 30 บาทให้การบริการรักษาทุกโรคเท่ากันหมด ทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานเท่ากันหมด พูดง่าย ๆ เจ็บป่วยมีหลักประกันแน่นอน แต่ว่าค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ข้าราชการมีสิทธิเบิกห้องพิเศษ อะไรอย่างนี้ นั่นเป็นบริการพิเศษ อันนี้เขายังได้สิทธิเหมือนเดิม คือพูดง่าย ๆ ว่าเหมือนเขามีบัตรพื้นฐาน และบัตรแพ็คเกจ ๆ หนึ่ง ซึ่งรัฐจ่ายให้แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นบริการในแต่ละกลุ่มก็จะเหมือนเดิม ขณะนี้ 30 บาทรักษาทุกโรคให้พื้นฐานเท่ากันทุกคน เรื่องประกันสุขภาพคนไทยมีหมด สุดท้ายมีค่าใช้จ่ายบริการเพิ่มเติม ก็จะแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ตามสิทธิอันเดิม ลองนึกดู บัตรเครดิตการ์ด ขออนุญาตยกวีซ่าการ์ด สมมติวีซ่าการ์ดมี Classic Card ,Silver ก็เป็นขั้นบริการที่ได้สิทธิเพิ่มขึ้น , Gold ก็เพิ่มขึ้น , Platinum ก็เพิ่มขึ้น อันนี้เป็นหลักทีเดียว ฉันใดฉันนั้น เพราะฉะนั้นแต่เดิมที่ปาดกันอยู่แล้ว เหมือนเดิมครับ แต่ว่ามีความแตกต่างกัน แต่พื้นฐานได้เท่ากันหมด ต่อไปนี้จะได้เลิกเถียงกัน เจ็บป่วยนี่เวลาอุบัติเหตุเข้าไปไม่ต้องถามว่ามีประกันบุคคลที่สามหรือไม่ เพราะประกันบุคคลที่สามจ่ายไปแล้วใช่ไหมครับ รัฐรับไปแล้วก็ต้องจัดให้กองทุนนี้เลย ไม่ต้องเถียง เข้าไปถึง ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไทย บัตรประชาชนไทยใช้ได้หมด
ขออนุญาตเข้าใจอย่างนี้ วันนี้กองทุนประกันสังคม เกิดขึ้นที่ปี 2533 เพราะว่าเงินตัวนี้แบ่งเป็นหลักใหญ่ ๆ คือประกันที่จ่ายมาแล้วส่วนที่ 1 คือรักษาพยาบาล ส่วนที่ 2 คือพิการในงานหรือเสียชีวิตในงาน ถูกไหมครับ และมีคณะกรรมการซึ่งมีตัวแทนของฝั่งลูกจ้างมานั่งอยู่ด้วย เขานั่งพิจารณากัน ปีที่แล้วเขาจ่ายเท่าไร ก็ยกก้อนที่จ่ายไปนี้ยกเข้าไปเท่านั้นเอง สิทธิอื่นเหมือนเดิมหมด สิทธิบริการรักษาพยาบาลเหมือนเดิมหมด ถ้าสมมติว่าที่ประชุมของเขา บอกว่าเขาอยากได้บัตร Platinum สวมฟันทอง ย้อมสีผมอะไรก็ไปซื้อบริการ Platinum ก็ไปตกลงกับที่สำนักงานประกันสุขภาพ ซึ่งสำนักงานประกันสุขภาพก็จะไปตกลงกับสถานบริการว่า ใครถือบัตรอันนี้มีบริการพิเศษเพิ่มตัวนี้ สำนักงานประกันสุขภาพที่เป็นคณะกรรมการที่มีฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง และทางรัฐอยู่ด้วย ก็จะไปตกลงว่า ถ้าอย่างนั้นผมอยากได้บริการเพิ่ม ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่า ก็ไม่ได้เบียดบังของเดิมเลย ของเดิมเคยจ่ายอยู่เท่าไร ไปดูบัญชีปีที่แล้วได้ ก็ยกมาทั้งก้อนก่อน คุณให้บริการ 100 อย่างเหมือนเดิม ก็ยกเอาก้อนเงินที่เคยจ่ายมา คุณอยากได้บริการเพิ่ม อย่างเช่นผมบอกใส่ฟันปลอม ยกตัวอย่างเล่น ๆ หรือถ้าใครจัดฟันก็ไปจ่ายเพิ่มเลย กองทุนอาจจะตัดสินใจให้เพิ่ม ก็ไปจ่ายเงินเพิ่มจะได้บริการเพิ่ม ก็เป็นบัตรรุ่นใหม่ไป เพราะฉะนั้นยืนยันว่าอันนี้เป็นบริการที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เราไม่ก้าวถอยหลังนะครับ ผมไม่รู้ว่าถังแตกได้อย่างไร เงินยังเหลือเลย เมื่อวานนี้ยังแถลงอยู่ว่า 57,000 ล้านบาท จะต้องหาวิธีใช้ให้มีประสิทธิภาพ ให้เม็ดเงินนี้กลับไปถึงประชาชนให้เร็ว เรากลัวแต่ว่าหน่วยงานไปบริการไม่ทัน เพราะฉะนั้นเชื่อว่าเราจะเร่งรัด ตุลาคมจะให้บริการที่ดีขึ้น ขอยืนยันครับ
สิทธิแต่ละกองทุนคือมีเจ้าของ อยู่ 4 กองทุน ใครอยากได้สิทธิอันนี้ต้องไปจ่ายเงินเพิ่มเอา เช่น วันนี้เดิมทีเดียวเราเริ่มต้นจาก 1,100 บาทเป็น 1,300 บาทต่อหัว วันนี้ประมาณ 1,600 บาทต่อหัวในปี 2549 ก็ให้บริการเพิ่มขึ้น สมมติว่ารัฐบอกว่าอยากได้เพิ่มขึ้น รัฐก็ต้องตัดสินใจเพิ่มเงินต่อหัวให้ ถามว่าเอามาจากไหน ก็คือภาษีที่เราเก็บได้เพิ่มขึ้นเพราะประชาชนรวยขึ้น เพราะฉะนั้นการขยายบริการขึ้นกับว่าเราสามารถ พูดง่าย ๆ ว่าประเทศเรานี้ ร่ำรวยขึ้นขนาดไหน คุณภาพโดยรวมดีขึ้นขนาดไหน บริการพื้นฐานจะเพิ่มขึ้น อย่างเที่ยวนี้ที่เราจะออกตัวในสัปดาห์หน้าจะมี Basic Service เพิ่มขึ้น ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยประกาศยารักษาโรคเอดส์ ที่แต่ก่อนนั้นไม่มีก็จะเพิ่มขึ้น ในวันนี้บางแห่งเริ่มให้บริการ บางแห่งที่เขาจ่ายบริการเพิ่ม ก็มีการบริการเรื่องของล้างไตต่าง ๆ เข้ามา ชัดเจนนะครับ
ขอบคุณมากครับ