คมชัดลึก Komchadluek.com

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2548

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

โอไอซีติดใจคดีสมชาย ดันเข้าที่ประชุมใหญ่ ไทยรับเจ้าหน้าที่รัฐเหลว

"อานันท์" เผยโอไอซียังข้องใจ กรณีตากใบ-กรือเซะ-ทนายสมชาย เตรียมทำเป็นรายงาน เสนอต่อที่ประชุมโอไอซี ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ขณะที่ไทยยอมรับเหตุรุนแรงเกิดจาก จนท.รัฐล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยข่าวพบเบาะแสรถบรรทุกดินประสิว 30 ตันจ่อบอมบ์ที่หาดใหญ่ ชาวยะลากว่า 300 คนเดินประณามต้านโจรใต้หลังเกิดเหตุฆ่าตัดคอ-ระเบิดเสาไฟฟ้า

////////////////////////////

หลังจากนายซาเยส กาซิมอามัดตริ หัวหน้าคณะล่วงหน้าของเลขาธิการองค์การการประชุมอิสลาม หรือโอไอซี พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดได้มีการออกแถลงการณ์สรุปผลการลงพื้นที่ครั้งนี้

นำเรื่อง "สมชาย" เข้าที่ประชุมโอไอซี

ล่าสุดวันที่ 7 มิถุนายน นายซาเยส ได้ร่วมแถลงข่าวกับนายกฤษณ์ กาญจนกุญชร ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายซาเยส กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ได้พบบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเหยื่อความรุนแรงที่ อ.ตากใบ พวกเขาได้บอกเล่าอย่างกล้าหาญและด้วยความจริงใจถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงการได้รับการเยียวยาจากรัฐบาล ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหมดจากที่ได้ลงพื้นที่จะถูกบรรจุในรายงานเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในปลายเดือนมิถุนายนนี้ ที่จะมีขึ้นที่สาธารณรัฐเยเมน

นายซาเยส กล่าวว่า จะมีการบรรจุเรื่องการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ในรายงานที่จะเสนอต่อที่ประชุมดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะเป็นประเด็นหลักที่สำคัญ ซึ่งจะบรรจุเนื้อหาเท่าที่ได้รับการบอกเล่าจากรัฐบาลไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยเลือกปฏิบัติกับชาวมุสลิมหรือไม่ นายซาเยส กล่าวว่า เท่าที่ได้สัมพันธ์และลงพื้นที่พูดคุยก็ไม่น่ามีอะไรที่ชี้ชัดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะชาวมุสลิมก็มีโรงเรียนและจัดให้ได้รับการศึกษา ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากองค์ประกอบหลายอย่าง อาจจะมีหลายสาเหตุที่เป็นปัจจัย แต่ไม่ใช่เรื่องศาสนาอย่างแน่นอน

นายซาเยส กล่าวด้วยว่า ไม่อาจคาดเดาสถานการณ์ข้างหน้า แต่แนวทางการแก้ไขที่ดีคือ การแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี หันหน้าเข้าสื่อสารทำความเข้าใจกัน ขณะที่รัฐบาลจะต้องมีทัศนคติที่ดีในการเจรจาทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ไทยรับเจ้าหน้าที่รัฐล้มเหลว

ต่อมาได้มีการออกเอกสารแถลงการณ์เกี่ยวกับการหารือในครั้งนี้ โดยมีใจความระบุว่า การเยือนประเทศไทยทำให้คณะล่วงหน้าโอไอซีรู้สึกเข้าใจสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ โอไอซียืนยันว่าการเดินทางมาครั้งนี้ ไม่ได้ประสงค์จะแทรกแซงกิจการภายในของไทย และโอไอซีมีนโยบายที่ดำเนินมายาวนาน ในการไม่ให้การสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดน และยังเคารพในอำนาจอธิปไตยของไทย รวมถึงจะประณามการกระทำที่รุนแรงจากทุกฝ่ายและกลุ่มก่อการร้ายที่ทำลายผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้ โอไอซีได้รับการยืนยันจากฝ่ายไทยว่า สถานการณ์ภาคใต้ไม่ได้เกิดจากการแบ่งแยกดินแดน หรือการเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิม และชนกลุ่มน้อย ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองและศาสนาเช่นเดียวกับประชาชนไทยอื่นๆ

แถลงการณ์ดังกล่าว ระบุด้วยว่า ในเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดจากกลุ่มหัวรุนแรง หรือการก่อการร้ายที่มุ่งทำลายทั้งคนไทยมุสลิม และคนไทยพุทธ ซึ่งหลังจากการหารือกับเจ้าหน้าที่ไทยเห็นว่าเหตุการณ์ความไม่สงบไม่ได้เกิดจากศาสนาแต่อย่างใด ทางการไทยยอมรับว่าโศกนาฏกรรมความรุนแรงในพื้นที่เป็นผลจากความล้มเหลวจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้รับมอบหมายงาน และการปฏิบัติหน้าที่

โอไอซีขอย้ำว่าคณะกรรมการสอบสวนอิสระข้อเท็จจริงถูกจัดตั้งขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดีที่จะทำให้ทราบว่าฝ่ายรัฐมีส่วนปฏิบัติที่บกพร่องเช่นเดียวกัน โอไอซีหวังว่ารัฐบาลไทยจะเดินหน้าป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ โดยบุคลากรด้านความมั่นคงควรได้รับฝึกอบรม และมีเครื่องมือกับการรับมือกับเหตุการณ์จลาจลมากกว่านี้ โดยยึดหลักปฏิบัติสากล โดยเฉพาะการใช้มาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติ ว่าด้วยการรับมือเหตุการณ์ความรุนแรง และโอไอซียังเห็นว่าคนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ควรได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจ และให้โอกาสทางเศรษฐกิจ

แถลงการณ์ ระบุด้วยว่า โอไอซียังได้รับคำตอบจากทางการไทยในคำถามเกี่ยวกับกฎอัยการศึก โดยทางการไทยยืนยันว่า จะใช้เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น และไม่ได้เป็นการละเมิดพื้นฐานสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม ทางการไทยหวังว่ารายงานสิ่งที่คณะล่วงหน้าโอไอซีได้ลงพื้นที่จะสามารถนำไปชี้แจงกับประเทศสมาชิกโอไอซีได้ก่อนการประชุมองค์การการอิสลามระดับรัฐมนตรีต่างประเทศสมัยที่ 32 ที่เมืองซานา ประเทศสาธารณรัฐเยเมน ระหว่างวันที่ 28-30 มิถุนายนนี้

เผยโอไอซียังติดใจกรือเซะ-ตากใบ

วันเดียวกัน กลุ่มตัวแทนจากองค์การการประชุมอิสลามหรือโอไอซี ได้เข้าพบนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมาณฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เพื่อรับฟังการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายอานันท์ เปิดเผยว่า การมาครั้งนี้ของโอไอซีมีความตั้งใจดี ซึ่งโอไอซีก็ขอบคุณที่ไทยได้พาลงพื้นที่ และจัดกิจกรรมต่างจนสามารถเข้าใจปัญหาได้ดีขึ้น ทั้งในส่วนราชการ รัฐบาล โอไอซียังบอกว่าได้พูดคุยอย่างเปิดอก ไม่มีข้อจำกัด และได้ประโยชน์มากเพราะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเดิม

นายอานันท์ กล่าวว่า ก็มีบ้างที่โอไอซีข้องใจกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่แปลกใจอะไร เพราะส่วนใหญ่ก็ย่อมจะสงสัยได้โดยเฉพาะเรื่องตากใบ กรือเซะ และการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร อย่างไรก็ตาม ต่อเรื่องนี้ กอส.ก็บอกว่าได้มีการเสนอแนะให้รัฐบาลเปลี่ยนท่าที และการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี และขอให้รัฐบาลเปิดเผยตัวรายงานให้ต่างประเทศได้รับทราบ

"เมื่อรับฟังสมานฉันท์โอไอซีเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร และก็ไม่ได้ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่โอไอซีจะนำข้อมูลที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้จัดทำเป็นรายงานเพื่อเสนอต่อที่ประชุมโอไอซีระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของโอไอซี ซึ่งคงเป็นเรื่องกรือเซะ ตากใบ ว่าทำไมรัฐบาลต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร มาควบคุม และทำไมมีคนตายเป็นจำนวนมาก รวมถึงการหายตัวของทนายสมชาย ขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อเท็จจริง เพราะเป็นเรื่องกระทบต่อสิทธิมนุษยชน" ประธาน กอส. กล่าว

ชาวบ้านช่วยทำศพหนุ่มถูกตัดคอ

หลังเกิดเหตุคนร้ายฆ่าตัดคอนายบุญจันทร์ สายเพชร อายุ 59 ปี คนงานรับจ้างกรีดยางจาก อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เหตุเกิดที่บ้านฆอรอราแม ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่าคนร้ายที่ลงมือฆ่าตัดคอนายบุญจันทร์ เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากพบจดหมายเขียนเป็นภาษาไทยข้อความระบุชัดเจนว่า "มึงจับผู้บริสุทธิ์ กูจะฆ่าผู้บริสุทธิ์ให้ดู" รวมอยู่ในกล่องพร้อมศีรษะของผู้ตาย ประกอบกับผู้ตายเป็นคนดี ไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร โดยได้รับจ้างกรีดยางและถางป่าอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 7 ปีจนเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในแถบนั้นเป็นอย่างดี

มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.ยะหา จ.ยะลา ได้ส่งหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่กองวิทยาการเขต 12 ยะลา ตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายแล้ว และสั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามหาข่าวในพื้นที่ด้วย ขณะเดียวกัน นายบุณยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เดินทางมาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพนายบุญจันทร์ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับญาติด้วย หลังจากชาวบ้านและข้าราชการได้ช่วยกันบริจาคเงินและนำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดยะหาประชาราม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา

และเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน ได้มีกลุ่มพลังมวลชน ประกอบด้วยกลุ่มผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น กลุ่มแม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ชุดรักษาความปลอดภัย (ชรบ.) จำนวน 300 คน ได้มารวมพลังต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอยะหา จ.ยะลา เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ยะหา ทั้งการลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ฆ่าตัดคอ และยิงผู้นำท้องถิ่น กลุ่มชาวบ้านจึงออกมาแสดงพลังต่อต้านการกระทำดังกล่าวท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

ส่วนความคืบหน้าคดีที่คนร้ายวางระเบิดในรถจักรยานยนต์ที่สวนสาธารณะสิรินธร ข้างโรงเรียนเทศบาล อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 3 นาย และชาวบ้านอีก 2 นาย ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.อ.สุไหงโก-ลก เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับนายนูเด็น ดือรอนิง อายุ 30 ปี ราษฎรในพื้นที่ อ.แว้ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัย หลังจากมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เกิดเหตุและติดตามพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยที่อนุญาตให้คนร้ายนำรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุมาจอดไว้ในที่ห้ามจอดโดยไม่มีการท้วงติง ซึ่งมีพยานยืนยันว่าเป็นคนเดียวกับที่ลงมือก่อเหตุ จึงเตรียมสรุปขออนุมัติหมายจับ เบื้องต้นทราบว่านายนูเด็นหลบหนีออกจากบ้านพักไปแล้ว

สองคนร้ายประกบยิงทหารบาดเจ็บ

ขณะเดียวกันยังคงเกิดเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยเมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 7 มิถุนายน ตำรวจ สภ.อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณถนนสาย ต.เรียง-โกตาบารู หมู่ 6 บ้านดาระ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ พ.จ.อ.มนัส หงส์ดำเนิน ทหารสังกัดร้อย ร.3 พัน 3 ฉก.33 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่โรงเรียนเรียงราษฎร์อุปถัมภ์ ถูก 2 คนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงขณะเดินทางไปทำธุระที่ฟาร์มตัวอย่าง กระสุนเข้าบริเวณลำตัวหลายนัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรามัน จ.ยะลา

ต่อมาเมื่อกลางดึกวันที่ 6 มิถุนายน คนร้ายยิงนายมะ มะนอ อายุ 37 ปี พนักงานดับเพลิง อยู่บ้านเลขที่ 150/1 หมู่ 7 บ้านสือแด ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เสียชีวิตบนถนนในหมู่บ้าน สอบสวนทราบว่า ผู้ตายกำลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก เพื่อไปเข้าเวรกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่โรงเรียนบ้านดารุณเราะห์มะห์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.สากอ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งห่างจากบ้านพักประมาณ 200 เมตร ได้มีคนร้าย 2 คนซุ่มอยู่ข้างทาง กระโจนออกมาพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายก่อนหลบหนีไป

เผาเสาไฟฟ้าซ้ำที่เบตง จ.ยะลา

หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดฐานเสาไฟฟ้าคอนกรีต ซึ่งเป็นที่ติดตั้งอุปกรณ์ตัดอัตโนมัติไฟฟ้าแรงสูง เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับทั่วทั้ง ต.ปะแต ต.ยะหา และเขตเทศบาลตำบลยะหา อ.ยะหา จ. ยะลา เป็นเวลาหลายชั่วโมง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายวิบูลย์ศักดิ์ พงษ์พานิช ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ยะลา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าไปแก้ไขซ่อมแซมจนสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันได้ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ประเมินค่าความเสียหายอยู่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง หากพบว่าจุดไหนมีปัญหาไฟฟ้าขัดข้องหรือมีปัญหา

มีรายงานด้วยว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านเกิดความหวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวซ้ำอีก จึงเตรียมพร้อมด้วยการซื้อเทียนไขมาเก็บไว้ที่บ้าน จนเทียนไขขายดีเป็นพิเศษ

วันเดียวกัน ร.ต.ต.ธีระยุทธ มิตรมุสิก ร้อยเวร สภ.อ.เบตง จ.ยะลา ได้รับแจ้งมีคนร้ายเผาเสาไฟฟ้าบริเวณ กม.ที่ 5 ถนนสายพรมแดนไทย-มาเลเซีย จึงทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบคนร้ายใช้น้ำมันเบนซินชุบกระสอบป่านวางไว้ใต้เสาไฟฟ้า ก่อนจุดไฟเผา ทำให้หม้อแปลงได้รับความเสียหายเล็กน้อย จากการตรวจสอบเชื่อว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุในช่วงกลางดึก แต่มีผู้มาพบเห็นวันนี้

พบดินประสิว 30 ตันพักรอในสะบ้าย้อย

มีรายงานว่า แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวทหารได้ประสานไปยังตำรวจในพื้นที่ จ.สงขลา ให้ตรวจสอบรถกระบะและรถยนต์หกล้อทั้งหมด 3 คัน เป็นรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ และอีซูซุ ส่วนรถยนต์หกล้อไม่ทราบยี่ห้อ เนื่องจากสายข่าวระบุว่าเป็นรถที่คนร้ายเตรียมจะใช้เป็นคาร์บอมบ์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากนั้นตำรวจได้ประสานไปยังสถานที่สำคัญ เช่น สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และสถานที่ย่านชุมชนทั้งหลาย ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ โดยรายงานข่าวระบุว่ารถยนต์ทั้ง 3 คันได้เดินทางเข้ามาทาง อ.สะบ้าย้อย

"ตามข่าวที่ได้รับการประสาน เจ้าหน้าที่แจ้งว่ารถทั้ง 3 คันได้บรรทุกเชื้อปะทุ ดินประสิวหนักประมาณ 30 ตัน โดยเป้าหมายคือพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีระเบิดแสวงเครื่องอีก 13 ลูก ขณะนี้ตำรวจในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้ม โดยเฉพาะการตั้งด่านตรวจก่อนจะเข้าตัว อ.หาดใหญ่ อย่างเข้มงวดทั้งกลางวันและกลางคืน" แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว

สัปดาห์หน้ารู้ผลยื่นอุทธรณ์คดีเจไอ

หลังจากศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ประกันตัวจำเลย คดีเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเจไอ และวางแผนก่อวินาศกรรม ระเบิดสถานทูตในกรุงเทพฯ ซึ่งผู้ต้องหาประกอบด้วย น.พ.แวมาหะดี แวดาโอ๊ะ อดีตแพทย์ประจำโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ นายมัยสุรุ หะยีอับดุลเลาะ เจ้าของโรงเรียนบูรณะบ้านโต๊ะนอ อ.เมือง จ.นราธิวาส นายมุญาฮิด หะยีอับดุลเลาะ บุตรชายนายมัยสุรุ และนายสมาน แวกะจิ นั้น

นายปรีชา วราโห อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณายื่นอุทธรณ์คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องว่า คณะทำงานอัยการยังไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาและคำให้การพยานโจทก์และจำเลยโดยครบถ้วนจากศาลอาญา คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้รับเอกสารทั้งหมด และในวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายนนี้ จะพิจารณาเพื่อมีความเห็นได้ พร้อมกับส่งมอบสำนวนและความเห็นให้อัยการฝ่ายคดีศาลสูงพิจารณากลั่นกรองเพื่อดำเนินการต่อไป

"การพิจารณาของอัยการไม่สามารถนำกระแสสังคม การเมือง หรือความอคติของใครคนใดคนหนึ่งมาสั่งได้ว่าจะไม่อุทธรณ์ ซึ่งขอยืนยันว่าอัยการจะพิจารณาทุกเรื่องด้วยความเป็นธรรมถูกต้อง ปราศจากอคติ ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นเหตุเป็นผลและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนพิจารณาคดีของศาล" นายปรีชา กล่าว




พระเครื่อง คม ชัด ลึก

ก๊วน กวน ข่าว
ดูดวง
ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทยในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น
จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซองส่องไทย
นักข่าวชาวบ้าน ห้องสนทนา
เวบบอร์ด ทักทายบันเทิง
คุยเฟื่องเรื่องกีฬา


fujitsuVisit Libertasamsung
nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543