คมชัดลึก Komchadluek.com

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2548

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

รัฐแก้รธน.มาตราเดียว ปลดล็อกหาปปช.30วัน

รัฐสภาถกวันนี้ แก้ รธน. "ทักษิณ" เปรี้ยงกลาง ครม.แก้เฉพาะ ม.297 "วิษณุ" เผยเพิ่ม "ผู้นำฝ่ายข้างมาก" เป็น กก.แทนประธานสภา เผย 3 วาระทันกรอบเวลาแน่ ด้านฝ่ายค้านยันเสนอแก้ 3 มาตรา นักวิชาการชี้ เกมนี้รัฐได้เปรียบ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของรัฐบาลว่า ครม.ได้แสดงความเห็นกันอย่างหลากหลาย โดยนายกฯ ได้เปิดประเด็นว่าจะขอแก้ทั้ง 3 ประเด็นคือแก้การสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปพร้อมๆ กัน หรือจะแก้เฉพาะประเด็นที่เป็นปัญ?หาใน มาตรา 297 ในเรื่องการสรรหา ป.ป.ช.ก่อน

โดยนายกฯ ได้เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีแต่ละคนแสดงความเห็นเรียงตัว ในที่สุด ครม.ได้มีมติสมควรแก้ไขเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหาเท่านั้น คือ การสรรหา ป.ป.ช.ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ 1.กรอบระยะเวลาซึ่งมีค่อนข้างจำกัด ประการที่ 2.รัฐธรรมนูญ?ฉบับนี้ ยกร่างขึ้นโดยการแสดงความเห็นที่หลากหลาย หากจะแก้ในส่วนที่ยังไม่เป็นปั?ญหาในขณะนี้ คือ ส่วนของ กกต. และศาลรัฐธรรมนู?ญ ก็จะทำให้มีปั?ญหาว่า จะเอาองค์ประกอบใหม่อะไรใส่เข้าไปในการสรรหา จนกลายเป็นการเปิดประเด็นให้หลากหลายออกไปอีก ทำให้ตกผลึกไม่ได้ในเวลาอันจำกัด จะทำให้ออกมาลวกๆ และรวบรัด แตกต่างกับประเด็นของ ป.ป.ช. ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและผู้คนได้แสดงความเห็นมาค่อนข้างหลากหลายแล้ว

รองนายกฯ กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช.ที่รัฐบาลจะเสนอในร่างและจะส่งไปยังสภา ประกอบด้วยกรรมการสรรหาจำนวน 15 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากประธาน 3 ศาล คือ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ? ประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานศาลฎีกา

สัดส่วนที่สองเป็นอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งเป็นนิติบุคคล เดิมมี 7 คน ครั้งนี้ลดเหลือ 6 คน เพราะจะต้องเอาจำนวนไปเพิ่มในสัดส่วนอื่นที่เพิ่มเข้ามา

สัดส่วนต่อไปที่เพิ่มเข้ามาคือ ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ?ได้แก่ ประธาน กกต. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือ 1 คน

สัดส่วนสุดท้ายที่เดิมรัฐบาลเสนอให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้านในสภานั้น เนื่องจากมีเสียงทักท้วงคัดค้านมา โดยเฉพาะตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่โดยหลักต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่สมควรจะลงไปสู่ตำแหน่งนี้ จึงคิดว่าในต่างประเทศเขามีผู้นำฝ่ายค้าน (Minority Leader) และผู้นำฝ่ายข้างมาก (Majority Leader) จึงกำหนดเพิ่มตำแหน่งนี้ให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนอีกตำแหน่งได้พิจารณาเทียบเคียงกับกรณีผู้นำฝ่ายค้านตาม มาตรา 120 ว่าด้วยผู้นำฝ่ายค้าน จึงกำหนดให้มีผู้นำฝ่ายข้างมาก ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายที่ไม่ได้มีลักษณะตามมาตรา 120 นั่นเอง สนับสนุนกันเองขึ้นมา 1 คน เป็นผู้นำฝ่ายรัฐบาล

ดังนั้น สัดส่วนจะเป็น 3-6-4-2 รวม 15 คน เวลาสรรหาจะต้องให้ได้คะแนน 3 ใน 4 คือ 12 เสียง และต้องสรรหาให้เสร็จภายใน 30 วัน เราก็แก้เป็นว่า ครั้งนี้ให้ 30 วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญ?แก้ไขนี้ใช้บังคับ

"อะไรที่ทำมาก่อน ถ้าหากทำได้ก็ทำไป ถ้าไม่ได้ก็หยุด วันที่รัฐธรรมนู?ญแก้ไขออกมาใช้บังคับอะไรค้างอยู่ ให้เลิกหมดแล้วให้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียว จะทำให้ทันกรอบเวลาที่มีอยู่ โดยการพิจารณาจะอภิปรายรวม แต่เวลาโหวตจะแยกโหวตโดยการขานชื่อไล่ตามตัวอักษร 700 คน จากนั้นก็มาตั้งกรรมาธิการ ส่วนจะมีการแปร?ญัตติกี่วันก็แล้วแต่ แต่ที่รัฐบาลคิดเอาไว้คือ วันที่ 8 มิถุนายน เข้าวาระที่ 1 ตั้งกรรมาธิการ 7 วัน แล้วกลับมาวาระที่ 2 ในวันที่ 15 มิถุนายน จากนั้นทิ้งเอาไว้ 15 วัน ประมาณวันที่ 1 กรกฎาคม จะเข้าสู่วาระที่ 3 ซึ่งวาระ 3 คงใช้เวลาไม่นานก็สามารถจบได้ จากนั้นก็สามารถนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายได้เลย หากทำตามวิธีนี้จะเร็ว และในวันที่ 2 กรกฎาคม ก็จะปิดสมัยประชุม

เล็งตั้ง "พงศ์เทพ" เป็นตัวแทนเสียงข้างมาก

ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาเหตุที่แก้เพียงมาตราเดียวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแก้ที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าไปแก้ในหลักการมากเกินไป จะทำให้เกิดคำถามว่ามันถูกต้องหรือไม่ ส่วนองค์กรอิสระอื่นๆ นั้น วันหลังค่อยมาแก้ไข

"ถ้าลงไปแก้หลักการจะเรื่องมาก แล้วหลายคนก็พูดกันคนละทีสองที และหลากความคิดเห็น ในเมื่อรัฐธรรมนูญนี้เราเรียกฉบับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมามีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเป็นจำนวนมากในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นตอนนี้ขอเลือกที่จะแก้เฉพาะที่มีประเด็นปัญหาก่อน เพื่อให้กรรมการสรรหาเดินหน้าไปได้ ถ้าข้างหน้าพบปัญหาอะไรอีก ก็พร้อมให้มีการแก้ไข" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวและว่า ร่างแก้ไขนั้น เข้าสภาได้ในวันที่ 8 มิถุนายน

ส่วนผู้แทนเสียงข้างมากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรครัฐบาล เหมาะสมที่สุด

เผยทักษิณทุบโต๊ะให้แก้ประเด็นเดียว

แหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม.เปิดเผยว่า ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 297 นายวิษณุได้พยายามให้เหตุผลว่า ได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่า ควรจะมีการแก้ไขประเด็นเดียวคือ มาตรา 297 เพราะไม่ควรจะไปแตะต้องประเด็นอื่นๆ และมาตราอื่นๆ ที่ยังไม่เกิดปัญหา

จากนั้นที่ประชุม ครม.ได้มีการถกเถียงในประเด็นว่า ควรจะมีการแก้ไขใน 3 มาตราหรือมาตราเดียว โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานวิปรัฐบาล และนายอดิศร เพียงเกษ รมช.คมนาคม รองประธานวิปรัฐบาล ได้เสนอให้แก้ไข 3 ประเด็นในคราวเดียวกัน เพราะถือเป็นประเด็นที่เกี่ยวพันกัน แต่ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าควรจะแก้ไขประเด็นเดียว ไม่ควรไปแตะประเด็นที่ยังไม่เป็นปัญหา ท้ายสุดนายกรัฐมนตรีจึงได้ตัดสินใจเลือกที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 297 เพียงประเด็นเดียว

3 ฝ่ายตกลงถกวันเดียวจบวาระแรก

ช่วงสายวันเดียวกัน นายโภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา ได้เรียกประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรครัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านและฝ่ายวุฒิสภาที่มีนายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา เข้าหารือเพื่อกำหนดกรอบการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายโภคิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้มี 2 ร่าง คือ ร่างของฝ่ายรัฐบาลที่ให้แก้มาตราเดียวในส่วนของคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช. ส่วนร่างของพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้แก้ 3 มาตรา คือ กรรมการสรรหา ป.ป.ช. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ซึ่งฝ่ายค้านได้มองเลยไปถึงยังไม่เกิดปัญหาแต่ก็ทำเผื่อไว้ก่อน แต่รัฐบาลมองในเรื่องเร่งด่วนในส่วนที่เป็นปัญหาก่อน ดังนั้น รายละเอียดก็ต้องไปอภิปรายกันในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ซึ่งในการหารือร่วมกันมีข้อตกลงว่า ในช่วงพิจารณาจะอภิปรายร่วมกันไปทั้งหมด แต่เวลาลงมติทางฝ่ายรัฐบาลขอให้แยกกันลงมติ คือ ลงมติทีละร่าง ในขณะที่ฝ่ายค้านขอให้ลงมติร่วมกันเลย แต่พิจารณาแล้วถือว่าเป็นคนละหลักการ ถึงแม้จะมีเรื่องเหลือบกันอยู่ ดังนั้นการลงมติต้องแยกออกจากกัน

ส่วนกรอบเวลาการพิจารณาตนอยากให้จบภายในวันที่ 8 มิถุนายน โดยในหลักการนั้นการอภิปรายแบ่งออกเป็นฝ่ายละ 3 ชั่วโมง คือ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภารวมเวลาอภิปราย 9 ชั่วโมง

ส่วนการลงมติจะต้องใช้วิธีการขานชื่อ ซึ่งสมาชิกทั้งหมด 700 คน ก็ต้องใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง จากนั้นตั้งกรรมาธิการและแปรญัตติตามข้อบังคับก็ใช้เวลา 7 วัน แต่อาจจะใช้เวลาสั้นลงได้แล้วแต่ที่ประชุม ถ้าพิจารณาเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ตนก็จะบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมในวันพุธที่ 15 มิถุนายน เพื่อพิจารณาวาระ 2 หากไม่ทันก็ต้องเลื่อนเวลาออกไปอีก ซึ่งตนได้หารือกับรัฐบาลแล้วว่า ไม่ขัดข้องหากไม่ทันก็ขยายเวลา หรือเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี นายโภคิน กล่าวว่า หากฝ่ายค้านจะยื่นมาก็ควรทำแต่เนิ่นๆ เพื่อให้รัฐบาลเตรียมตัวไม่ใช่ยื่นวันศุกร์แล้วขออภิปรายในการประชุมวันพุธ ซึ่งกระชั้นชิดเกินไป เพราะถ้านับช่วงเวลาประชุมสมัยนี้ที่เหลืออยู่เพียง 2 สัปดาห์ หากยื่นมาเร็ว ตนก็จะได้พิจารณาเข้าสู่ระเบียบวาระประชุมได้เร็ว เนื่องจากช่วงปลายเดือนมิถุนายนจะต้องพิจารณาเรื่องบประมาณรายจ่ายประจำปี 2549

"เสนาะ" ปลอบแก้กฎ 90 วันไว้วันหลัง

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า แม้จะมีข่าวว่าจะมี ส.ส.บางส่วนจะขอพ่วงประเด็นอื่นด้วย โดยเฉพาะประเด็น ส.ส.สังกัดพรรค 90 วัน แต่เชื่อว่าการลงมติรับหลักการในวันที่ 7 มิถุนายน คงไม่มีปัญหา ทุกคนจะลงมติอย่างพร้อมเพรียง เพราะนายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่า สาเหตุจากจุดเดียว ควรแก้จุดนั้นก่อน

ส่วนกรณี ส.ส.วังน้ำเย็นที่เคยออกมาคัดค้านเรื่องการแต่งตั้งผู้ว่าการ สตง.นั้น เชื่อว่าครั้งนี้นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค เป็นผู้ใหญ่พอที่จะเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรค เพราะรัฐบาลประกาศเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุมพรรค ขอให้ ส.ส.ทุกคนเข้าประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะเป็นการประชุมระดับประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวติดตลกกับ ส.ส.ว่า "พรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญที่เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบอย่างมาก ใครต้องเข้าโรงพยาบาล อยู่ห้องไอซียูก็ให้บอก จะให้รัฐมนตรีสาธารณสุขไปรับถึงที่"

แหล่งข่าวจากกลุ่มวังน้ำเย็น พรรคไทยรักไทย เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวในการแก้รัฐธรรมนูญของท่าทีกลุ่มว่า แม้ว่านายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้ากลุ่ม สนับสนุนให้มีการแก้ประเด็นเรื่องกฎการย้ายพรรค 90 วันนั้น แต่ขณะนี้เมื่อนายกฯ ประกาศจะแก้เฉพาะที่มาของคณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช. ก็ต้องฟังไว้ก่อน โดยนายเสนาะ บอกกับ ส.ส.ในกลุ่มว่า ไม่เป็นไร เพราะเชื่อว่าหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้เสร็จ เชื่อว่าจะมีเชื้อการแก้ไขในส่วนอื่น

"เติ้ง" ส่ง "สมศักดิ์" ร่วมวงถกแก้รธน.

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช รองประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมว่า วิปฝ่ายค้าน ขอยืนยันในหลักการเดิมในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือให้ตัดสัดส่วนตัวแทนพรรคการเมืองออกจากกรรมการสรรหาองค์กรอิสระทั้งหมด และเพิ่มสัดส่วนยึดโยงให้มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าไป โดยมั่นใจว่าจะพิจารณาได้เสร็จทันภายใน 30 วัน ตามเงื่อนเวลาที่กำหนด

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลเสนอร่างแก้ไขโดยกำหนดให้มีตัวแทนฝ่ายเสียงข้างมากในสภา ร่วมเป็นกรรมการสรรหา ป.ป.ช.ด้วย นายชินวรณ์ กล่าวว่า จะยิ่งเป็นการยึดโยงการเมืองมากขึ้น

น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ โฆษกพรรคชาติไทย กล่าวถึงการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคเห็นด้วยที่จะแก้ไขตามร่างของพรรคร่วมฝ่ายค้าน สำหรับการอภิปราย ได้มอบหมายให้นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นผู้อภิปรายในสัดส่วนของหัวหน้าพรรคชาติไทย ส่วนสมาชิกที่ต้องการจะอภิปรายก็เสนอสัดส่วนไปที่วิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ พรรคจะมอบหมายให้นายสมศักดิ์ และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นกรรมาธิการแก้ไข




พระเครื่อง คม ชัด ลึก

ก๊วน กวน ข่าว
ดูดวง
ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทยในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น
จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซองส่องไทย
นักข่าวชาวบ้าน ห้องสนทนา
เวบบอร์ด ทักทายบันเทิง
คุยเฟื่องเรื่องกีฬา


fujitsuVisit Libertasamsung
nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543