อดีตประธานรัฐสภา อุกฤษ ทำจดหมายเปิดผนึกแนะทางแก้ปัญหาผู้ว่าฯสตง. 5 ข้อ ระบุคำวินิจฉัยศาลรธน.ถึงที่สุดแล้ว ให้วุฒิสภาเดินหน้าเสนอชื่อ วิสุทธิ์ ทูลเกล้าฯ เรียกร้อง คุณหญิงจารุวรรณ ลาออกยุติปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2548 มีบุคคลลึกลับนำเอกสารจดหมายเปิดผนึก เรื่อง ปัญหาการแต่งตั้งผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน" (สตง.) โดยเป็นเอกสารมีหัวกระดาษมูลนิธิ ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน โดยระบุชื่อผู้เขียนคือนายอุกฤษ มงคลนาวิน อดีตประธานรัฐสภา และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาวางไว้บริเวณ ห้องแถลงข่าวประจำรัฐสภา
ทั้งนี้ในจดหมายเปิดผนึกระบุว่า การแต่งตั้งคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา เป็นผู้ว่าฯสตง.ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายของ สตง.ตั้งแต่ต้น และเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้วจึงเป็นโมฆะถือเสมือนว่าบุคคลนั้นไม่เคยได้รับการแต่งตั้งเลย ดังนั้นเมื่อวุฒิสภามีมติเห็นชอบเลือกนายวิสุทธิ์ มนตรีวัต เป็นผู้ว่าสตง.คนใหม่ ประธานวุฒิสภาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป
จดหมายเปิดผนึก ระบุต่อว่า สำหรับความรับผิดชอบของผู้รับสนองพระราชโองการนั้น รัฐธรรมนูญมาตรา 231 บัญญัติว่า กฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดินต้องมีนายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญ เช่น ประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ถ้ามีบุคคลบางส่วนพอใจ หรือไม่พอใจสามารถวิจารณ์ได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการล่วงเกินหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ทั้งนี้ที่ผ่านมาตำแหน่งสำคัญ เช่น นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งล้วนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียหายถึงขั้นถูกประท้วงขับไล่ก็มีอยู่หลายคนใช่หรือไม่ รัฐมนตรีหลายคนถูกคำพิพากษาให้ จำคุกใช่หรือไม่
ถ้าถือว่าเป็นตำแหน่งที่โปรดเกล้าฯแล้วใครจะแตะต้องไม่ได้ จะเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วหรือ เป็นการปฏิบัติตามอารมณ์ และเป็นการเลือกปฏิบัติใช่หรือไม่ จดหมายเปิดผนึกระบุ และว่าการได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานตราจุลจอมเกล้าไม่ควรนำมาใช้เป็นประโยชน์ในทางที่ไม่เหมาะสม หรือไม่สมควร ในการกล่าวอ้างสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่า พระมหากษัตริย์ทรงโปรดปรานจนผู้ใดจะละเมิดมิได้
จดหมายเปิดผนึกของนายอุกฤษ ยังระบุถึงการแก้ปัญหาเพื่อระงับความสับสนของสังคม 5 ประการ คือ 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นยุติ และถึงที่สุดแล้ว เพราะได้วินิจฉัยยืนยันถึง 2 ครั้ง 2.การดำเนินการของวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบนายวิสุทธิ์เป็นผู้ว่าฯสตง.ถึงที่สุดแล้ว
3.หน้าที่ของประธานวุฒิสภาต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯเพื่อทรงแต่งตั้งนายวิสุทธิ์ เป็นผู้ว่าฯสตง.ตามมติของวุฒิสภาไม่ควรมีทางเลือกอื่น 4.แม้นายวิสุทธิ์จะถอนตัว และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะส่งรายชื่อบุคคลอื่นให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบอีกก็ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหา เพราะปัญหาจะวนเวียนเช่นนี้ตราบที่คุณหญิงจารุวรรณยังถือว่าตนเองอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯสตง.
5.คุณหญิงจารุวรรณ ควรเห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งเสีย แม้ว่าเรื่องที่ผ่านมาไม่ใช่ความผิดของคุณหญิงจารุวรรณ แต่การลาออกเพื่อยุติปัญหาต่างๆจะเป็นเกียรติยศแก่คุณหญิงเอง เพราะการไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญของคุณหญิงจารุวรรณเป็นต้นเหตุของปัญหาที่มีผลตามมามากมาย