ยอดผู้ป่วยมาลาเรียตัวเลขยังเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดพบในคนไทยกว่า 345 คน แรงงานต่างด้าวกว่า 1,000 คน ชี้ ยอดผู้ได้รับเชื้อสูงกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านๆ มา ชี้ อยู่ในขั้นควบคุมได้ ระบุ หากสถานการ์ไม่ดีขึ้นจะเปิดบริการผู้ป่วยในวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย วันที่ 8 มิ.ย. นายชัยสมบัติ ใจสว่าง หัวหน้ากลุ่มโรคติดต่อนำโดยแมลงสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จ.นครศรีธรรมราช ลงตรวจพื้นที่ใน อ.กระบุรี จ.ระนอง หลังจากมีตัวผู้ป่วยไข้มาลาเลียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังรับทราบสถานการณ์ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และลงไปในสถานที่ ที่มีการแพร่ระบาดอย่างมาก
นายชัยสมบัติ กล่าวว่า จากการเจาะเลือดตรวจเชื้อไข้มาลาเลียในคนไทยประมาณ 29,000 คนเศษ พบว่ามีเชื้อข้ามาลาเลีย จำนวน 345 คน คิดเป็นร้อยละ 1.1 % ในแรงงานต่างด้าวมีการเจาะเลือดประมาณ 6,000 กว่าคนเศษ พบที่มีเชื้อประมาณ 1,000 คนเศษ สำหรับเชื้อที่พบส่วนใหญ่มีอยู่ 2 ชนิด คือ เชื้อฟัลซิปารัม หรือ pf และเชื้อไวแวกซ์ หรือเชื้อ pv ซึ่งผู้ป่วยบางคนอาจจะพบเชื้อทั้ง 2 ชนิดในคนเดียวกัน เป็นจำนวนที่มากกว่าในปีที่ผ่านๆ มา
"สาเหตุหลักๆ ขอการติดเชื้อมาลาเรียที่ จ.ระนอง ส่วนใหญ่ แบ่งออกเป็น 3 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ 1. พื้นที่ในจังหวัดระนองเป็นพื้นที่ป่าเขาและชื้นมาก มีความทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะมียุงก้นปล่องมาก ประกอบกับ เป็นช่วงเดียวกันกับที่ประชากรทั้งชาวไทยและแรงงานต่างด้าวมีการย้ายถิ่นเข้าออกมาก โดยมียุงเป็นตัวเชื่อมในการแพร่เชื้อจากคนกลุ่มหนึ่งที่ย้ายออก ไปหาคนอีกลุ่มหนึ่งที่ย้ายเข้า" นายชัยสมบัติ กล่าวและว่า
2 . การฉีดพ่นยาในช่วงตั้งแต่เดือน มีนาคมถึงเดือนเมษายน ที่เป็นช่วงก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝน ที่นำมาสู่การแพร่เชื้อ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดพ่นยาได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีการย้ายถิ่นหรือกลับบ้าน โดยเฉพาะประชากรในพื้นที่ ที่มีการแพร่ระบาดเป็นคนจากภาคอีสาน เมื่อถึงช่วงเทศกาลก็จะกลับบ้านกันเป็นเวลานาน ที่เป็นช่วงเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ต้องไปพ่นยา และ 3. สาเหตุการคนไม่ชอบนอนกางมุ้งจะมากางเอาเมื่อเป็นแล้วเท่านั้น
เขา กล่าวด้วยว่า ในภาพรวมไข้มาลาเลียใน จ.ระนอง ถือว่ายังอยู่ในขั้นที่ยังควบคุมได้ ถึงแม้ตัวเลขจะสูงกว่าในปีที่ผ่านมา แต่เมื่อนำมาเทียบในระดับเขต ถือว่ายังไม่มาก เรามีการตั้งคลีนิคเล็กๆ ตามจุดต่างๆ ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก ๆ จำนวน 5 จุดคือ บ้านทุ่งพร้าว บ้านหาดจิก บ้านน้ำทุ่น ปากจั่น และลำเลียง เพื่อการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที แต่ละจุดสามารถให้บริการเจาะตรวจเลือดได้วันละประมาณ 60-100 คน แต่หากสถานการรุณแรงขึ้นอาจจะมีการเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย และ สิ่งที่เจ้าหน้าต้องทำต่อไปนอกจากการเจาะเลือดตรวจไข้มาลาเลีย ให้ยารักษา ฉีดพ่นยา ยังต้องมีการแจกจ่ายมุ้งให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย
ส่วนเรื่องยาและเวชภัณฑ์ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอจากส่วนกลาง โดยเฉพาะเรื่องยาได้มีการเพิ่มตัวยาให้กับผู้ป่วยมาอีก 1 ชนิดคือ ยา ATS จากเดิมที่มีเพียง 2 ตัวยาคือยาโฟมาฟีนร์ และยาเอ็ม เพื่อให้การรักษามีผู้ป่วยไข้เลือดออกมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เรื่องการควบคุม และรักษาผู้ป่วยทางเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานไม่มีปัญหาในส่วนนี้ แต่ที่กำลังเป็นปัญหาอย่างมากกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานคือ อยากขอร้องให้ส่วนกลางได้สนับสนุนงบประมาณ ในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ยานพาหนะโดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีความจำเป็นมากในพื้นที่จังงหวัดระนอง ในการเข้าไปค้นหาผู้ป่วย
เนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดระนองส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาสูง รถเก่า ๆ ของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปถึงพื้นที่ ในบางแห่งที่มีการแพร่ระบาดได้ ต้องรอให้ประชาชนเดินทางมาหาเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางครั้งกว่าที่ประชาชนจะออกมาหาเจ้าหน้าที่ได้ อาการก็หนักมากแล้ว หากเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปหาประชาชนเองได้ คิดว่าการทำงานน่าจะมีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่มาก