ทบ.ส่งอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ติดตามการทำงานการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผบ.ทบ.ยันส่งคณะทำงานลงพื้นที่ภาคใต้จะไม่ซ้ำซ้อนการทำงานของ กอ.สสส.จชต. และ ทัพภาคที่ 4 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการตั้งคณะทำงานที่ปรึกษาเพื่อติดตามสถานการณ์ และประเมินผลการทำงานของ กอ.สสส.จชต. และ กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า จำนวน 3 ชุด ว่า ได้มอบหมายให้ พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เสนาธิการทหารบก เป็นผู้กำกับดูแล โดยเน้นเป็นผู้ให้คำปรึกษา และชี้แนะการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติในงานพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ โดยจะเอาเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในพื้นที่ลงไป ทั้งนี้การส่งเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวลงไปไม่ได้แสดงว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดบกพร่อง แต่ส่งไปเพื่อติดตามดูว่ากองทัพยังไม่ได้ทำอะไรบ้าง เพราะที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร โดยเฉพาะการทำความเข้าใจกับประชาชน อยากให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาล หรือ กองทัพ กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เกิดความสงบสุข ดังนั้นคนที่อยู่ในประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ และ กฎหมายไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่คืบหน้า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าการทำงานไม่คืบหน้า มีความคืบหน้าตลอด แต่ต้องยอรับว่าความไม่เข้าใจของประชาชนในเรื่องของประวัติศาสตร์ ศาสนา การที่อยู่ร่วมกันในศาสนาอาจจะไปคิดว่าไม่สอดคล้องกับรัฐบาล ฉะนั้นอยากให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการสร้างสันติสุขอย่างถาวร
"สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้คิดว่ามีความเบาบางมาก ผู้ก่อความไม่สงบเป็นผู้คิดกระทำและพื้นที่กว้างมากคนร้ายอาจจะนำระเบิดไปผูกติดกับรถจักรยานยนต์แล้วไปจอดในพื้นที่ที่มีประชาชนเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นเรื่องง่ายต่อการกระทำของคนร้าย ส่วนการที่คนร้ายมุ่งเป้าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ก็ไม่เป็นไร แต่เจ้าหน้าที่จะต้องดูแลตัวเอง และต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา"ผบ.ทบ.กล่าว
เมื่อถามว่า แสดงว่าการปรับโครงสร้างของ กอ.สสส.จชต.ไม่ได้ผลเท่าที่ควร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตั้งใจทำงานเพื่อให้เกิดความสันติสุขอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ตนอยากขอร้องสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้การส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่จะไม่เป็นการทำงานซ้ำซ้อนในพื้นที่ พร้อมกันนี้จะมีการนำระบบคอนเฟอร์เรนท์มาใช้ในเรื่องการแถลงข่าวเพื่อให้เกิดความรวดเร็วด้วย
ต่อข้อถามว่า พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระบุว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ทหารมีการฝึกและเตรียมความพร้อมมากขึ้นก่อนที่จะปฎิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้นำกำลังจำนวน 35 กองร้อยสับเปลี่ยนหมุนเวียนฝึกในพื้นที่ตลอด ท่านคงไม่รู้เรื่อง อย่างไรก็ตาม กองทัพจะพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด แต่จะได้ผลขนาดไหนขึ้นอยู่กับประชาชน และสื่อมวลชน หากร่วมมือกันทุกอย่างสถานการณ์ก็จะดีขึ้น และขอให้เข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร เพราะทหารอยากให้เกิดความสงบสันติสุขอย่างแท้จริงและถาวร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะทำงานติดตามและประเมินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย พล.อ.พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 จะเป็นที่ปรึกษาคณะใหญ่เหมือนเป็นผู้แทนของ ผบ.ทบ. ให้คำปรึกษาในการทำงานของกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ส่วนคณะติดตามประเมินผล มี พล.ท.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ รองเสนาธิการทหารบก ดูแล และจะมี พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เสนาธิการทหารบก ดูแลภาพรวมทั้งหมดก่อนนำเสนอรายงานให้กับ ผบ.ทบ. ต่อไป