"กันตธีร์" ระบุ ตัวแทนโอไอซียอมรับหลังมาไทยเข้าใจสถานการณ์ภาคใต้มากขึ้น ซึ่งปัญหาไม่เกี่ยวกับศาสนา เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิย.นายกันตธีร์ ศุภมงคล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายซาอิด การซิม อัลมาซรี อดีตผู้ช่วยเลขาธิการองค์การการประชุมอิสลาม ในฐานะหัวหน้าคณะล่วงหน้าของเลขาธิการโอไอซี ว่า โอไอซีหารือกับถึงข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้พบเห็นจากที่ลงพื้นที่ภาคใต้ทำให้สร้างความกระจ่างได้มากขึ้น และมีความชัดเจนว่าปัญหาภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาศาสนา แต่บุคคลบางคนและบางกลุ่มใช้ความรุนแรงและใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างทำให้ผู้บริสุทธิ์หลงเชื่อ
นายกันตธีร์ กล่าวว่า โอไอซีย้ำว่าไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้างทางศาสนาและดีใจที่คนไทยมองเรื่องปัญหาภาคใต้ที่เป็นข้อเท็จจริง อีกทั้งยังไม่หลงเชื่อว่าเป็นเรื่องศาสนาเพราะมีหลายประเทศในโลกที่มักจะโทษศาสนาเวลามีปัญหาอะไร และยินดีที่ไทยแก้ปัญหาโดยใช้สันติวิธีและกระบวนการยุติธรรม การแก้ปัญหาของไทยจึงไม่น่ายากนักซึ่งมุสลิมสายกลางพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาและความรุนแรงในโลก ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ช่วยให้ชาวโลกเข้าใจว่ามุสลิมสายกลางช่วยแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายในเวทีโลกโดยโอไอซีจะหารือกับโอไอซีอย่างใกล้ชิดต่อไป
ด้านคณะผู้แทนโอไอซี กล่าวว่า การมาเยือนไทยครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ข้อมูลคลาดเคลื่อนและหลังจากกลับไปโอไอซีที่กรุงเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบียแล้วจะทำรายงานฉบับใหม่ขึ้นมา เพื่อทดแทนรายงานฉบับก่อนหน้านี้ที่เสนอข้อมูลผิดพลาดไปซึ่งจะช่วยให้ชาวโลกมีการรับรู้ที่ถูกต้องพร้อมทั้งจะนำเสนอรายงานดังกล่าวต่อนายเอกมาเลดดิน อิห์ซาโนกลู เลขาธิการโอไอซี และที่ประชุมรัฐมนตรีต่อไป
พร้อมทั้งชี้ว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์กรือเซะและตากใบ แต่ว่าไม่สามารถนำศาสนามาเป็นประเด็นได้และได้ยินจากชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้ว่าพวกเขาต้องการร่วมงานในการปรึกษาหารือกับรัฐบาลเพื่อแก้ไขสาเหตุของปัญหา อย่างไรก็ตาม โอไอซีจะให้ความช่วยเหลือตามที่ถูกเสนอ โดยจะมอบทุนการศึกษาแก่สตรีในนราธิวาสและโรงเรียนที่ถูกไฟไหม้ในยะลา
ส่วนนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า โอไอซีย้ำถึงข้อมูลที่ได้รับทราบมาก่อนหน้านี้ที่ไม่ตรงกับความจริงและชื่นชมชาวไทยที่ไม่คิดว่าปัญหาภาคใต้เป็นเรื่องศาสนาซึ่งคณะผู้แทนโอไอซีจะนำเรื่องนี้ไปกล่าวในที่ประชุมโอไอซีด้วยว่าคนไทยไม่มีอคติทางศาสนาพร้อมกับย้ำว่าต้องให้กลุ่มมุสลิมสายกลางมีเสียงมากขึ้นทั้งในโลกและประเทศไทยเพราะความจริงมุสลิมในโลกมีจำนวนมากกว่าพวกหัวรุนแรงที่มีจำนวนน้อยและก่อความรุนแรง
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า กรณีตากใบและกรือเซะนั้น โอไอซีให้ความสำคัญกับการลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิด
การชดใช้ค่าเสียที่ไม่ใช้เงิน แต่เป็นอาชีพและการฟื้นฟูทางจิตใจของคนในพื้นที่ และป้องกันไม่ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งฝ่ายไทยชี้แจงว่ามีการชดใช้แล้วและจะนำเครื่องมือมาใช้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ส่วนประเด็นที่โอไอซีติงว่าแม้มีการลงโทษทางวินัย แต่ยังไม่มีการลงโทษทางกฎหมาย ฝ่ายไทยชี้แจงว่ากระบวนการทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุดซึ่งทำให้โอไอซีมีความพอใจ