"พงศ์เทพ" ระบุ การเพิ่มสัดส่วนผู้นำฝ่ายค้าน-ตัวแทนเสียงข้างมากในสภาฯ เป็น กก.สรรหา ป.ป.ช.เป็นไปตามหลักการยึดภาคประชาชน เชื่อการพิจารณาร่างแก้ไขจะเสร็จสิ้นวันนี้และเข้าสู่วาระที่ 2 ในวันที่ 15 มิ.ย. เมื่อเช้าวันที่ 8 มิย. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรฯ ว่า กรรมการสรรหาปปช.ในร่างฯที่รัฐบาลเสนอมานั้นเสนอให้มีผู้นำฝ่ายค้านและรัฐบาลเพื่อให้เชื่อมโยงกับประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งเมื่อเข้ามาเป็นกรรมการสรรหาฝ่ายละ 1 คนก็จะไม่มีการบล๊อกโหวตอย่างที่มีข้อสงสัย
สำหรับระยะเวลาในการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งนายโภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา ได้เป็นประธานการประชุม ระหว่างตัวแทนวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้นได้กำหนดไว้ว่าแต่ละฝ่ายจะมีเวลาอภิปรายฝ่ายละ 3 ชั่วโมง รวม 9 ชั่วโมง จากนั้นจะมีการลงมติโดยใช้วิธีขานชื่อซึ่งแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ และคิดว่าการพิจารณาจะเสร็จสิ้นภายในวันเดียวกันนี้ และสามารถลงมติได้ทันที และเมื่อพิจารณาจากกรอบเวลาที่สภาฯจะประชุมนัดสุดท้ายในสมัยประชุมนี้ในวันที่ 1 ก.ค. ก็ควรจะมีการนำร่างฯกลับมาพิจารณาในวันพุธที่ 15 มิ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้นำฝ่ายค้านและผู้นำเสียงข้างมากแตกต่างจากผู้แทนพรรคการเมืองที่รัฐบาลว่าจะตัดออกอย่างไร นายพงศ์เทพ กล่าวว่า มีความแตกต่างกันเพราะผู้แทนพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ แต่ผู้นำฝ่ายค้านและผู้นำเสียงข้างมากต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญบอกว่าเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เป็นจุดยึดโยงกับประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและการที่มีตัวแทนจากรัฐบาลกับฝ่ายค้านฝ่ายละ 1 คนเข้าไปเป็นกรรมการสรรหานั้นก็ไม่มีข้อครหาที่จะบอกว่าฝ่ายไหนมากกว่ากัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าผู้นำเสียงข้างมากไม่มีกฎหมายรองรับ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เมื่อกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็ถือว่ามีกฎหมายรองรับแล้วและมีหน้าที่เดียวคือเป็นกรรมการสรรหากรรมการปปช.เท่านั้นเอง