ชาวจีนแปรพักตร์คนที่สองยืนยัน มีสายลับจีน 1,000 คนทั่วออสเตรเลีย รายการ"เลท ไลน์"ของสถานีโทรทัศน์ของบรรษัทกระจายเสียงออสเตรเลีย ของเมื่อคืนที่ผ่านมาเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของนายเหา เฝิงจุน ชาวจีนแปรพักต์คนที่สองที่ยื่นเรื่องขอลี้ภัยทางการเมืองในออสเตรเลีย นายเหาอ้างว่าเขาทำงานในหน่วยงานตำรวจ ของหน่วยงานด้านความมั่นคงจีน ซึ่งรู้จักกันในนาม "610" และมีสำนักงานอยู่ที่เมืองท่าเทียนจิน ทางภาคเหนือของจีน เขาเดินทางเข้าออสเตรเลียเมื่อกุมภาพันธ์ในฐานะนักท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนคำกล่าวอ้างของนายเฉิน หยงหลิน กงศุลฝ่ายการเมืองวัย 37 ปี ของสถานกงศุลจีนประจำนครซิดนีย์ ซึ่งแปรพักตรเป็นคนแรกก่อนหน้านี้ ที่ว่าจีนมีสายลับมากถึง 1,000 คน ทำงานอยู่ทั่วออสเตรเลีย
นายเหากล่าวผ่านล่ามว่า เท่าที่เขาทราบนั้น จีนมีสายลับอยู่ในสถานกงศุล รวมทั้งมีเครือข่ายสายลับในออสเตรเลียด้วย เขากล่าวว่าหน่วยงานของเขาก็เหมือนกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ และสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะของจีน ที่ได้ส่งนักธุรกิจและนักศึกษาไปทำหน้าที่สายลับในต่างประเทศ พวกเขายังแทรกซึมเข้าไปอยู่ในกลุ่มสาวกลัทธิฟาหลุนกง กับกลุ่มผู้มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาลกลุ่มอื่นๆด้วย
นายเหาเปิดเผยในรายการว่า เขาพำนักอยู่ในออสเตรเลียโดยใช้วีซ่าชั่วคราว ระหว่างขอการตัดสินใจ
เรื่องคำขอลี้ภัยของเขา โดยกระทรวงผู้อพยพของออสเตรเลีย ขณะที่คำร้องขอลี้ภัยทางการเมืองฉบับแรกของนายเฉิน ซึ่งกำลังหลบซ่อนตัวพร้อมภรรยาและบุตรสาววัย 6 ขวบ ถูกออสเตรเลียปฏิเสธไปแล้ว และเขาได้ยื่นคำร้องฉบับที่สองไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่า เขากำลังถูกตามล่าโดยบรรดาสายลับจีน โทษฐานที่เขาให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยกลุ่มต่างๆของจีน มีรายงานว่าเขาได้พยายามติดต่อขอลี้ภัยในสหรัฐฯด้วย
ทั้งนายเหาและนายเฉินต่างอ้างว่าตนอาจถูกประหารชีวิตหากถูกส่งตัวกลับประเทศ นายเหากล่าวว่า
จีนรู้ดีว่าเขามีเอกสารลับอยู่ในครอบครอง ซึ่งบางฉบับเป็นเอกสารระดับ"ลับที่สุด" เขาถึงจะได้รับโทษหนัก เขาเชื่อว่าหากต้องกลับจีน เขาจะถูกประหารชีวิตอย่างแน่นอน
เมื่อวันจันทร์ มาดาม ฟู หยิง เอกอัครราชฑูตจีนประจำออสเตรเลีย หัวเราะเยาะคำอ้างของนายเฉินที่ว่าจีนมีเครือข่ายสายลับในออสเตรเลีย รวมทั้งการที่เขาแสดงความวิตกว่าจะถูกลักพาตัวและส่งตัวกลับ
จีนซึ่งเขาจะถูกประหารชีวิต เธอยืนยันว่าไม่มีเหตุผลใดที่นายเฉินจะต้องกลัว แต่เมื่อวันพุธ โฆษกสถานฑูต
แถลงว่าจะไม่มีการแสดงความเห็นเพิ่มเติมต่อข้ออ้างของนายเหา