เผยผลสำรวจการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และคอมพ์เพื่อการศึกษาของไทยอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉลี่ยนักเรียนใช้คอมพ์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้วิชาวิทยาศาสตร์มากสุด รศ.สุทธนู ศรีไสย์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาของนักเรียนไทยในภาพรวมอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยเฉลี่ยจะใช้คอมพิวเตอร์ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พิมพ์รายงาน แต่อีกครึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50 ก็ใช้เพื่อเล่นเกมเช่นกัน
โปรแกรมที่ใช้มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ไมโครซอฟท์เวิร์ด ไมโครซอฟท์-เอ็กซ์เซล และเพาเวอร์ พอยต์ โดยพวกเขาสนใจใช้คอมพ์ช่วยค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในวิชาวิทยาศาสตร์มากสุด ตามมาด้วย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ศิลปะและสังคมศึกษา ขณะที่นักเรียนร้อยละ 37.80 มีคอมพิวเตอร์ใช้ที่บ้าน และร้อยละ 41.50 สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เอง
เมื่อสำรวจถึงความพร้อมของโรงเรียนในการบริหารจัดการสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฯ พบว่า โดยเฉลี่ยสถานศึกษามีเครื่องคอมพ์ร้อยละ 72 ใช้ในการเรียนการสอน และโดยเฉลี่ยแล้วแต่ละห้องเรียนจะมีเครื่องคอมพ์ 1 เครื่อง แต่เมื่อพิจารณาตามประเภทของโรงเรียนกลับพบว่า นักเรียนโรงเรียนเอกชนมีโอกาสเข้าใช้งานเครื่องคอมพ์สูงกว่านักเรียนโรงเรียนรัฐบาล
ด้านความทักษะความสามารถด้านการใช้คอมพ์ของอาจารย์ผู้สอน พบว่า ร้อยละ 62.96 ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ดี สามารถใช้ประโยชน์ในการผลิตสื่อการสอน รู้วิธีบำรุงรักษาและรับผิดชอบคอมพิวเตอร์ ขณะที่ส่วนหนึ่งมี อีเมล-แอดเดรส เป็นของตนเอง
รายงานวิจัยยังระบุถึงปัญหาสำคัญที่ทำให้ไม่อยากใช้งานคอมพ์ คือ เครื่องคอมพ์ไม่เพียงพอกับผู้เรียน เครื่องคอมพ์ล้าสมัย ความเร็วต่ำ งบประมาณไม่เพียงพอ ไม่มีการสร้างเครือข่ายระหว่างสถานศึกษาและไม่มีซอฟต์แวร์ใหม่ๆ