ยานสำรวจอวกาศยุโรป (http://www.esa.int) พบสิ่งที่ดูเหมือนเป็นทะเลน้ำแข็งยักษ์ใกล้เส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร หลังจากใช้คลื่นวิทยุกวาดสำรวจตามพื้นผิวดาว นับเป็นครั้งแรกที่พบน้ำห่างจากน้ำแข็งขั้วดาวอังคาร หลังจากที่ มาร์ส เอ็กซ์เพรส ยานสำรวจจากองค์การอวกาศยุโรป (อีซา) โคจรสำรวจดาวอังคารและถ่ายภาพรอบดาวมา 1 ปี นักวิทยาศาสตร์จากยุโรปก็ได้พบสิ่งที่ดูคล้ายเป็นทะเลน้ำแข็งยักษ์ แม้ว่าภาพที่ถ่ายด้วยความละเอียดสูงครั้งนี้จะกินพื้นที่ไม่กี่สิบตารางกิโลเมตร แต่ก็สามารถประเมินพื้นที่ที่เป็นทะเลน้ำแข็งได้ว่าน่าจะมีอาณาเขตประมาณ 800x900 กิโลเมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวปกคลุมไปด้วยเถ้าภูเขาไฟเป็นชั้นหนา
ภาพที่สำนักงานอวกาศอีซานำมาเผยแพร่นี้ เป็นภาพที่ราบที่รายล้อมไปด้วยพื้นผิวที่มีลักษณะเป็นแผ่นสูงๆ ต่ำๆ โดยนักวิทยาศาสตร์ของอีซา กล่าวว่า แผ่นเหล่านี้คล้ายกับแพน้ำแข็งในทะเลที่นอกชายฝั่งแอนตาร์กติกบนพื้นโลกแตกออกเป็นแผ่นๆ ส่วนน้ำที่รวมตัวเป็นทะเล เป็นน้ำที่ทะลักขึ้นมาจากใต้พื้นผิว ผ่านรอยแตกขึ้นมาท่วมกินพื้นที่กว้าง มีความลึกประมาณ 45 เมตร
ในรายงานยังระบุด้วยว่า ขณะที่น้ำแข็งจับตัวแข็งมันได้แตกออกเป็นแผ่นๆ ซึ่งต่อมาถูกเถ้าภูเขาไฟทับซ้อนเป็นชั้นๆ น้ำแข็งบนผิวดาวอังคารมีสถานะไม่คงที่ เนื่องจากดาวดวงนี้มีแรงกดอากาศต่ำ ทำให้มันเปลี่ยนสถานะจากน้ำแข็งไปเป็นไอทันที โดยไม่ผ่านสถานะจากน้ำแข็งมาเป็นน้ำก่อน แต่แพน้ำแข็งบางส่วนดูเหมือนจะมีเถ้าภูเขาไฟคอยคลุมไว้ไม่ให้ระเหย ส่วนน้ำในทะเลน้ำแข็งที่ไม่มีเถ้าภูเขาไฟทับจะระเหิดเป็นไอเหลือไว้แต่เนินน้ำแข็งที่ล้อมรอบด้วยก้อนหิน
เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีแอ่งกระทะปรากฏอยู่เลย แสดงว่าทะเลเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยหลังมีอายุไม่เกิน 5 ล้านปี และจากการตรวจสอบด้วยสายตาพบว่า แอ่งกระทะที่อยู่ข้างใต้มีลักษณะตื้น แปลว่าน้ำแข็งส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในแอ่งกระทะ นอกจากนี้ยังทราบด้วยว่าพื้นผิวราบมาก
ขณะเดียวกัน องค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐ หรือนาซา ได้ค้นพบแบคทีเรียที่ถูกแช่แข็งอยู่บนโลกของเราถึง 30,000 ปีมาแล้ว และยังคงมีชีวิตอยู่ พอน้ำแข็งเริ่มละลายมันก็เริ่มกระดุกกระดิกแหวกว่ายไปมา จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตแบบเดียวกันนี้อยู่บนดาวอังคาร
แบคทีเรียที่ว่านี้มีชื่อว่า คาร์โนแบคทีเรียม ไพลสโตซีเนียม บางทีอาจมีชีวิตในยุคไพลสโตซีน ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับแมมมอธที่มีขนยาว และเสือเขี้ยวโง้ง แบคทีเรียดังกล่าวพบใกล้กับเมืองฟอกซ์ อลาสกา ในอุโมงค์ที่เจาะผ่านส่วนผสมของน้ำแข็ง ดิน และหิน ซึ่งถูกเก็บรักษาที่อุณหภูมิคงที่ที่ลบ 4 องศาเซลเซียส