สงครามยุคใหม่เตรียมใช้หุ่นยนต์ประจัญบานแทนมนุษย์ โดยกระทรวงกลางโหมสหรัฐ ทุ่มทุนนับล้านล้านบาทพัฒนาหุ่นยนต์นักรบแห่งอนาคต หวังใช้เป็นกองกำลังหลักในการต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม เชื่อไม่เกินสิบนี้ได้ยลโฉมแน่นอน หุ่นยนต์ทหารใต้สังกัดกองทัพสหรัฐ จะไม่รู้จักคำว่า 'หิว' ไม่หวาดกลัวสิ่งใด และปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างไม่มีบิดพลิ้ว แถมยังไม่สนใจด้วยว่าคู่หูข้างกายจะถูกยิงหรือได้รับบาดเจ็บหรือไม่ โดยผู้บัญชาการกองทัพร่วมแห่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน ยืนยันว่าทหารไฮเทคพวกนี้ทำงานได้ดีกว่ามนุษย์แน่นอน
ทหารสมองกลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบการสู้รบแห่งอนาคตมูลค่าราว 6 ล้านล้านบาท นับเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของกองทัพสหรัฐ ที่ตั้งเป้าจะพัฒนากองกำลังรบอัตโนมัติ หรือทหารสายพันธุ์ใหม่ ส่งผลให้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ในปี 2553
ปัจจุบันงบประมาณจัดซื้ออาวุธใหม่ของกองทัพเพิ่มขึ้น 52% จาก 3 ล้านล้านบาท เป็นเกือบ 5 ล้านล้านบาทในปี 2553 โดยฝ่ายวางแผนประจำเพนตากอน บอกว่าหุ่นยนต์ทหารที่กำลังพัฒนาขึ้นมานี้ จะสามารถคิด และมีปฏิสัมพันธ์เหมือนมนุษย์ แต่ในขั้นต้นอาจต้องใช้ระบบควบคุมทางไกลมาช่วยก่อน
แต่เมื่อเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาขึ้น หุ่นยนต์นักรบเหล่านี้ จะมีรูปลักษณ์ที่หลากหลายมากขึ้น มีความฉลาดมากขึ้น และแน่นอนจะสามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ
ทีมพัฒนาหุ่นยนต์เชื่อว่า นักรบสมองกลแห่งอนาคตจะมีลักษณะท่าทาง และเคลื่อนที่ได้เหมือนมนุษย์ หรืออาจเป็นเหมือนกับนกฮัมมิงเบิร์ด รถแทรกเตอร์ รถถัง แมลงสาบ หรือแม้แต่จิ้งหรีด
และด้วยความก้าวหน้าของนาโนเทคโนโลยี หุ่นยนต์เหล่านี้จะกลายเป็น "หุ่นยนต์ฝุ่น" ได้ในท้ายที่สุด ซึ่งเพนตากอนตั้งใจไว้ว่าจะพัฒนาหุ่นยนต์ให้ปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย ทั้งเป็นตัวช่วยขนสัมภาระ ค้นหาเป้าหมาย และเข้าต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยความฉลาดของตัวเอง
ทั้งนี้ หุ่นยนต์ทหารเป็นสิ่งที่เพนตากอนฝันมานานร่วม 30 ปี แม้ว่าบางตัวอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยกว่า 30 ปี ถึงจะทำฝันให้เป็นจริงได้ แต่ทีมวิจัยก็เชื่อว่าเป้าหมายนั้นไม่น่าจะเกินไขว่คว้า
ขณะที่โรเบิร์ต ฟินเกลสไตน์ ประธานเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของบริษัทโปโตแมค เห็นว่ากว่าความฝันของเพนตากอนจะเป็นจริงได้นั้น อาจต้องยาวไกลถึงปี 2578 เพราะไม่ง่ายนักที่จะสามารถพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีลักษณะ สามารถคิดได้เอง และต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้เหมือนกับทหารตัวจริง