คมชัดลึก Komchadluek.com

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2547

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

โจรใต้ลอบปาบึ้ม งานหลักเมืองยะลา

บึ้มงานหลักเมืองยะลาวันสุดท้าย อส.-ทหารพราน เฝ้าประตูรับเคราะห์ บาดเจ็บ 9 ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ขณะที่เหตุชาวบ้านชุมนุมประท้วงไม่พอใจทหารพรานที่ จ.นราธิวาส แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้ข้อยุติ ด้าน รมว.กลาโหม แคลงใจมีชาวบ้านกว่าพันคนมาร่วมกันขับไล่ คล้ายผ่านการจัดตั้งอย่างลงตัว

สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด บริเวณปากทางเข้างานสมโภชศาลหลักเมืองยะลา เป็นเหตุให้ทหารพรานและเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส.) 9 นาย ที่ไปรักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.ย. โดยได้เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นที่บริเวณทางเข้างานสมโภชหลักเมืองยะลา ที่มีการจัดงานมาตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. จนถึงวันที่ 26 ก.ย.ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ที่เกิดเหตุอยู่ด้านประตูหลังศาลากลาง สี่แยกถนนผังเมือง 2 ตัดกับถนนวงเวียน 3 ซึ่งเป็นจุดที่มีกำลังอาสาสมัคร (อส.) และทหารพรานที่ 41 รักษาการณ์อยู่ แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ อส.บาดเจ็บ 7 นาย ทหารพรานบาดเจ็บอีก 2 นาย ได้แก่ อส.นูรุดดิน ลีดือแน, อส.รอซะ จิตรา ทั้งคู่บาดเจ็บสาหัส อส.มะตอเย๊ะ แวกาจิ, อส.การียา หะยีลาเต๊ะ, อส.มะลาเซ็ง ยาบู, อส.มานะพงษ์ เจ๊ะนิ, อส.อับดุลเลาะ วามะ โดยทั้งหมดเป็น อส.สังกัด อ.ยะหา จ.ยะลา และทหารพราน (ทพ.) จรัล พรหมมาลา และ ทพ.มนัสชัย ศรีวารี ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา อย่างเร่งด่วน

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ธานี ทวิชศรี รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ปริญญา ขวัญยืน ผบก.ยะลา, นายบุณยสิทธิ์ สุวรณรัตน์ พร้อมกับชุดเก็บกู้ระเบิดจาก กก.ตชด.ที่ 44 เจ้าหน้าที่กองวิทยาการเขต 12 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รุดไปยังที่เกิดเหตุ และกันประชาชนให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีระเบิดลูกที่ 2 ซุกซ่อนไว้อีก แต่จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติอื่นๆ

ในที่เกิดเหตุ พบรถกระบะหมายเลขทะเบียน 6 ณ 4668 กทม. ของกรมการปกครอง พาหนะของเจ้าหน้าที่ อส.ได้รับความเสียหาย กระจกหลังแตกละเอียด รอบรถเป็นรูพรุนจากสะเก็ดระเบิด ข้างรถมีหลุมระเบิดกว้าง และเศษท่อพีวีซี คาดว่าวัตถุที่คนร้ายใช้น่าจะเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่คนร้ายลอบมาวางไว้ ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน

จากการสอบสวนทราบว่า กำลัง อส.และทหารพราน ที่รักษาการณ์ตรงจุดเกิดเหตุมีทั้งหมด 15 นาย ขณะที่เสียงระเบิดดังขึ้น เจ้าหน้าที่คนอื่นคิดว่าเป็นการโจมตีด้วยระเบิดชนิดขว้าง จึงยิงตอบโต้ไปหลายนัด แต่กลับเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายซุกซ่อนไว้

อส.มะลาเซ็ง ยาบู หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ในระหว่างที่กำลังลงจากรถและขนย้ายเก้าอี้ เพื่อเตรียมรักษาความปลอดภัยทางประตูเข้างานที่ 2 ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายนายดังกล่าว

มทภ.4 พบชาวบ้านหลังมีม็อบไล่

รายงานข่าวจาก จ.นราธิวาส แจ้งว่า หลังจากคืนวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ชาวบ้านหมู่ 4 บ้านไอบาตู ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และใกล้เคียงประมาณ 1,000 คน ได้ชุมนุมขับไล่กำลังทหารพรานที่ 43 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากไม่พอใจกรณี นางซาปีเย๊าะ ซำซูเด็ง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/1 หมู่ 4 บ้านไอบาตู และนายสาลาฮูดิง สะแลแม อายุ 15 ปี บุตรชาย ขี่จักรยานยนต์ผ่านหน้า โรงเรียนบ้านไอบาตู ที่ทหารพรานกำลังตรวจค้นอยู่ ได้ถูกกระสุนลึกลับยิงเข้าที่หน้าแข้ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งนางซาปีเย๊าะกล่าวหาว่า กระสุนน่าจะถูกยิงมาจากฝ่ายทหารพราน กระทั่งผู้บังคับบัญชาต้องรีบนำกำลังชุดดังกล่าวออกนอกพื้นที่อย่างเร่งด่วน ก่อนที่เหตุการณ์จะลุกลาม จนชาวบ้านที่มาชุมนุมสลายตัวในที่สุดนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ก.ย. พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางไปที่บ้านของนางซาปีเย๊าะ ซำซู เพื่อเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับนางซาปีเย๊าะและครอบครัว เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจ ซึ่งนางซาปีเย๊าะยืนยันว่านายซาราฮูดิง ลูกชายที่ขี่จักรยานยนต์ไปด้วยกัน เป็นคนเห็นทหารกำลังใช้ปืนยิงสัตว์ แต่กระสุนพลาดมาโดนขาของนางซาปีเย๊าะ ต่อมา พล.ท.พิศาล ได้เรียก จ.ส.อ.วีระ เพชรสวี หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 4302 พร้อมผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 8 นายที่ถูกกล่าวหามายังบ้านของนางซาปีเย๊าะ เพื่อให้ชี้ตัว สร้างความพอใจให้กับทุกฝ่าย

จากนั้น พล.ท.พิศาล เดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี โดยได้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และตัวแทนของชาวบ้าน เพื่อสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับหาข้อยุติ พล.ท.พิศาล กล่าวในที่ประชุมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งใจ ก่อนเกิดเหตุทหารพรานนำปืนอัดลมออกไปยิงกระรอก แต่กระสุนพลาดไปโดนนางซาปีเย๊าะจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อทำความผิดจริงก็ต้องลงโทษตามระเบียบของทหาร

รมว.กห.ปักใจม็อบไล่ ทพ.มีเตรียมการ

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวที่กรุงเทพฯ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนมีการชุมนุมเกิดขึ้นตามมา 800-1,000 คน แสดงว่ามีการเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว และยอมรับว่าการข่าวของเจ้าหน้าที่ยังไม่ดีพอ ทำให้เรื่องราวลุกลามออกไป "เรื่องการข่าวถือว่ายังไม่มีที่สุด ทำอย่างไรก็จะมีช่องว่าง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการไปลือว่าเจ้าหน้าที่ทหารไปยิงชาวบ้าน ยิ่งเมื่อเป็นผู้หญิงด้วย จึงทำให้ชาวบ้านต้องออกมา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างไม่ได้รุนแรงถึงขั้นนั้น" พล.อ.เชษฐา ระบุ

รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ชุมนุมของชาวบ้านในวันเสาร์ที่ 25 ก.ย. มีความเป็นมาจากการเตรียมการของกลุ่มก่อการร้าย ตั้งแต่ให้กลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ซ้อน 2 คน ไปที่ด่านตรวจและไม่พกบัตรประชาชน เมื่อถูกเรียกไปอบรมว่าจะต้องพกบัตรก็ไม่พอใจ หลังจากถูกปล่อยตัวจึงไปจัดการเกณฑ์ชาวบ้านมา โดยบอกว่ามีผู้หญิงในหมู่บ้านโดนยิงที่ขา หลังจากมาถึงก็ทำการล้อมทหาร โดยมี 3 วง วงแรกเป็นกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 60 คนเข้าล้อม และวงที่สองเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน ส่วนวงสุดท้ายเป็นวงของชาวบ้านที่ถูกหลอกว่ามีผู้หญิงถูกยิง หลังจากล้อมเรียบร้อย กลุ่มวัยรุ่นที่อยู่วงในพูดจายั่วยุให้ทหารโกรธ เพื่อจะได้ยิงปืนออกมา แต่ทหารไม่ได้ยิงและยอมถอยเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง

ทำแผนผู้ต้องหาร่วมทีมฆ่าผู้พิพากษา

เวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ย. พ.ต.อ.สมศักดิ์ นาคะโยคี รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ ผกก.สภ.อ.เมือง พ.ต.ท.อรุณ กุลสิรวิทย์ รอง ผกก.สภ.อ.เมือง พร้อมกำลังตำรวจรวม 50 นาย ได้ควบคุมตัวนายอับดุลเลาะห์ ปะซี อายุ 21 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมกันฆ่า นายรพินทร์ เรือนแก้ว อดีตผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกจับตัวได้ในวันเดียวกัน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพท่ามกลางความสนใจของประชาชน ทั้งนี้ในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลงมือยิงอดีตผู้พิพากษาศาลปัตตานี ซึ่งผู้ตายขับรถติดสัญญาณไฟแดงบริเวณสี่แยกโรงเหล้า สาย ข. ระหว่างที่ทำแผนนั้น มีชายคนหนึ่งแหวกฝูงชนที่กำลังมุงดูการทำแผนเข้าไปยังนายอับดุลเลาะห์ และใช้มือตบหลัง 1 ครั้ง จนมีเสียงดัง ทำให้ตำรวจต้องกันตัวชายคนดังกล่าวออกไป ซึ่งต่อมาทราบว่าชายคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ส่วนสาเหตุที่ทำรุนแรงกับผู้ต้องหา น่าจะเป็นความไม่พอใจส่วนตัว

ขอหมายศาลจับ "อหมัด"

ผู้สื่อข่าวยะลา รายงานความคืบหน้าการติดตามตัว นายอหมัด ตือง๊ะ เจ้าหน้าที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา บุคคลในบัญชีเป้าหมาย หลังเจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้านพัก แล้วพบกระสุนปืน แม็กกาซีนปืนอาก้า และอุปกรณ์สนามหลายรายการ แต่นายอหมัดหลบหนีไปได้ เหตุเกิดวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมือง ยะลา ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานงานกับตำรวจ สภ.อ.บันนังสตา ตามล่าตัว นายอหมัด ที่คาดว่ากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา

บุกยิงชาวสวนลองกองดับคาที่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ก.ย. พ.ต.ท.ชาตินัย สังข์ทอง รอง ผกก.สส.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงภายในสวนลองกองบริเวณเขตเทือกเขาบูโด เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ บริเวณสวนลองกอง พบศพนายลาเต๊ะ เจ๊ะแว อายุ 49 ปี ภูมิลำเนา อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นเจ้าของสวนลองกองดังกล่าว มีบ้านพักห่างจากสวนลองกองประมาณ 3 กิโลเมตร สภาพศพถูกคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่ลำตัว หน้าท้อง ลำคอ รวม 3 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 -3 ชั่วโมง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นการสังหารไว้ 2 ประเด็นคือ ในเรื่องธุรกิจของผู้ตาย และเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปในเรื่องสถานการณ์ เพราะตรวจสอบในเบื้องต้น ผู้ตายไม่มีความขัดแย้งกับผู้ใด

ส่อง11 มม. ลูกจ้างชลประทานดับ

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 ก.ย.47 ร.ต.ท.เจนวิทย์ อุ่นเสียม ร้อยเวร สภ.อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณงานก่อสร้างฝายทดน้ำ บ้านบือแน ม.4 บ.บองอ ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ไมตรี แสงอรุณ รักษาการ ผกก. สภ.อ.ระแงะ รีบไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงทราบว่า ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลระแงะ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสงัด วิเชียรรัตน์ อายุ 32 ปี ลูกจ้างประจำของโครงการชลประทานนราธิวาส อยู่บ้านเลขที่ 62 ม.2 บ.ตันหยงลิมอ ต.ตันหยงลิมอ ในอำเภอเดียวกัน ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. เข้าที่แขนซ้าย 1 นัด กลางหลัง 2 นัด แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล

สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายสงัด ที่เป็นผู้คุมงานก่อสร้างฝายดังกล่าว กำลังยืนรอรถรับส่งคนงานในช่วงเลิกงาน แต่ยืนแยกกลุ่มไปจากคนอื่นๆ จึงสบโอกาสให้คนร้าย 2 คน ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ สี ทะเบียน เข้ามาในระยะใกล้ประกบยิงเสียชีวิตดังกล่าว ในที่เกิดเหตุพบเพียงปลอกกระสุนขนาด 11 มม. เพียง 1 ปลอก เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

ยิงรายวันคนงานโรงน้ำแข็งบาดเจ็บ

เวลา 00.20 น. วันที่ 26 ก.ย. ศูนย์วิทยุ สภ.อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้เกิดเหตุยิงกันภายในบริเวณโรงงานน้ำแข็งและน้ำดื่ม หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังได้รับแจ้ง พ.ต.ท.สักรินทร์ บำเพ็ญสมัย รอง ผกก.ป.สภ.อ.บันนังสตา พร้อมด้วยกำลังตำรวจ รุดไปยังที่เกิดเหตุพบมีผู้บาดเจ็บ ชื่อนายพุฒ อินคำ อายุ 41 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณแขนซ้ายและบริเวณขาหนีบ จำนวน 3 นัด

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 1 หัว และยังพบกระสุนปืนขนาด 11 มม.ที่ยังไม่ได้ใช้อีก 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพุฒซึ่งทำงานเป็นคนงานของโรงน้ำแข็ง และมีบ้านพักอยู่ในบริเวณโรงงาน มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้ามาใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จากนั้นคนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นการยิงไว้ 2 เรื่อง คือ มาจากเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับเหตุทะเลาะวิวาท และเหตุการณ์ความไม่สงบที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

อบต.ขอรัฐคุ้มครองเทียบเท่าผู้พิพากษา

รายงานข่าวแจ้งว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์ปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่อุทยานนกน้ำ บึงบอระเพ็ด ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีกรรมการบริหารเข้าร่วมประมาณ 80 คน โดยมีนายเชื้อ ฮั่นจินดา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำยบล (อบต.) หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก ฐานะประธานสมาพันธ์ปลัด อบต.เป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของหนักงานส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

นายเชื้อกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่า พนักงานทุกคนจะต้องได้รับการคุ้มครองดูแลเท่ากับผู้พิพากษา จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาพนักงาน อบต.ยังไม่ได้รับการดูแล ไม่มีรถหุ้มเกราะ ไม่มีรถรับส่ง ไม่มีคนคุ้มกัน ทั้งๆ ที่พนักงานฯเองต้องปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เหมือนกัน ทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน

"ทุกวันนี้มีพนักงานเหลืออยู่น้อยแล้ว หลายคนทำเรื่องขอย้ายออกมาก็ไม่ได้รับอนุมัติและไม่มีใครทำเรื่องขอ

ย้ายเข้าไปอยู่ เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ควรจะให้มีการพกพาอาวุธปืนได้" นายเชื้อ กล่าว




พระเครื่อง คม ชัด ลึก

ก๊วน กวน ข่าว
ดูดวง
ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทยในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น
จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซองส่องไทย
นักข่าวชาวบ้าน ห้องสนทนา
เวบบอร์ด ทักทายบันเทิง
คุยเฟื่องเรื่องกีฬา


fujitsuVisit Libertasamsung
nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543