หนุ่มใหญ่เจ้าถิ่นสุดโหด แค้นหนุ่มรุ่นกระทงวัย 15 ปีคุยไม่ถูกหู ใช้น้ำมันราดตัว-จุดไฟเผาลุกท่วมร่าง นอนดิ้นทุรนทุราย เพื่อนใช้น้ำราดอาการร่อแร่ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวขาดใจตายเวลาต่อมา เหตุการณ์หนุ่มใหญ่แค้นใช้น้ำมันราดเผาทั้งเป็นรายนี้ ได้รับการเปิดเผยเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 26 ก.ย. พ.ต.ต.อุทิศ จันทศรี ร้อยเวร สน.ลาดกระบัง รับแจ้งเหตุมีชายถูกไฟคลอกได้รับบาดเจ็บสาหัสหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ริมคลองจันทร์ แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งพบเพียงรอยไหม้หญ้าและเศษเสื้อผ้าไหม้ไฟเป็นหย่อมๆ ส่วนผู้บาดเจ็บ คือนายอิศรา พวงพุฒ อายุ 15 ปี มีพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ต่อมาแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่ามีอาการหนักมาก จึงส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำ ด.ญ.วนิดา บุญเสริม อายุ 14 ปี เพื่อนของผู้บาดเจ็บ จึงทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ขณะที่ตนนั่งฟังเพลงอยู่ในบ้านร่วมกับเพื่อน 3-4 คน ใกล้กับบ้านหลังที่เกิดเหตุ จึงได้ยินเสียงนายอิศรา ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เมื่อวิ่งมาดูพบว่า นายอิศรามีไฟลุกท่วมตัวจึงบอกให้เขากลิ้งไปมากับพื้นเพื่อดับไฟ แต่ไฟก็ยังไม่ดับ ในขณะนั้นเพื่อนอีกคนจึงวิ่งไปเอาน้ำมาราดจนไฟดับ และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลดังกล่าว โดยระหว่างนั้นนายอิศรายังมีสติพอที่จะเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นได้
"เพื่อนหนูเขาเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านน้าชาย ระหว่างนั้นนายสมปอง บัวถนอม อายุ 42 ปี นักเลงประจำซอยได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา และได้จอดรถในจุดที่เพื่อนนั่งอยู่ จากนั้นพอหยุดคุยกันสักพัก นายสมปอง เกิดไม่พอใจขึ้นมากะทันหัน จึงกลับไปบ้านเอาน้ำมันมาราดตัวเพื่อนโดยไม่ทันรู้ตัว พอหันไปอีกทีก็เห็นไฟลุกท่วมบริเวณด้านหลังแล้ว" ด.ญ.วนิดา กล่าว
ด.ญ.วนิดา กล่าวอีกว่า ปกตินายสมปองถ้าไม่ดื่มเหล้าจะเป็นเหมือนคนปกติ แต่ถ้ามีอาการมึนเมาเมื่อไร จะกลายเป็นคนโมโหร้ายทันที จนมีเรื่องทะเลาะกับชาวบ้านย่านนี้เป็นประจำ บางครั้งถึงขั้นชกต่อยกัน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ นายสมปอง คงมึนเมามา เมื่อพูดคุยกับนายอิศรา ไม่ถูกหูจึงก่อเหตุสยองดังกล่าว
ด้าน นางมาเรียม พวงพุฒ อายุ 44 ปี มารดาของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้เดินทางไปหาน้าชายที่บ้าน จากนั้นไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากน้องชายว่า ลูกถูกหนุ่มใหญ่เจ้าถิ่นนำน้ำมันมาราด และจุดไฟแช็กจนไฟลุกท่วมตัวอาการสาหัส เป็นตายเท่ากัน จึงรีบเดินทางมาเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาล
"พอทราบข่าวว่าลูกชายถูกทำร้ายฉันตกใจมาก เพราะปกติเขาจะเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เสพยาหรือดื่มเหล้า ทั้งยังช่วยครอบครัวแบ่งเบาภาระด้วยการหางานรับจ้างทั่วไประหว่างเรียน ถ้าช่วงไหนว่างจะไปเที่ยวหาน้าที่บ้านย่านลาดกระบัง แต่ไม่คิดว่าจะต้องมาโชคร้ายแบบนี้ และอยากให้ตำรวจตามจับตัวคนร้ายมารับโทษให้ได้" นางมาเรียม กล่าว
พ.ต.ต.อุทิศ กล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานหลายคนยืนยันว่า นายสมปองเป็นคนลงมือ และปกติก็มีนิสัยอันธพาล ชอบหาเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว โดยก่อนเกิดเหตุนายสมปองยังอยู่ในอาการมึนเมาได้ขี่รถจักรยานยนต์มาเจอนายอิศรานั่งอยู่หน้าบ้านน้าชายจึงถามว่า "มึงเป็นหลานใครวะ" นายอิศราจึงตอบว่า "เป็นหลานบังจ๋อง" จากนั้นนายสมปองจึงบอกให้พาไปหาน้าชายด้วยน้ำเสียงข่มขู่
"เมื่อนายอิศราตอบปฏิเสธจึงทำให้นายสมปองเกิดความโมโหมาก จึงขี่รถจักรยานยนต์กลับไปบ้าน ก่อนจะถือกระป๋องน้ำมันเบนซินราดตัวนายอิศรา แล้วจุดไฟเผาทันที ท่ามกลางเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทุรนทุรายของผู้บาดเจ็บที่ถูกไฟลุกท่วมร่าง ส่วนนายสมปองหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป จึงได้ประสานฝ่ายสืบสวนให้ออกติดตามตัวนายสมปองมาดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าแล้ว" พ.ต.ต.อุทิศ กล่าว
พ.ต.ท.สันติ ศิริวัฒนพรกุล รอง ผกก.สส.สน.ลาดกระบัง ระบุว่า หลังได้รับการประสานมา ได้ส่งชุดสืบสวนออกติดตามไล่ล่าผู้ต้องหาตามจุดต้องสงสัย แต่ยังไม่พบตัว คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถจะจับกุมได้ และจะพยายามออกติดตามอย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ขณะที่ น.พ.เอกกิตต์ สุรการ แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวถึงอาการของนายอิศราว่า หลังจากได้รับตัวคนไข้เข้ารักษาต่อ จากโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี คนไข้มีอาการช็อกอยู่ตลอดเวลา ความดันโลหิตต่ำ หายใจเร็ว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ปอดทั้งสองข้างมีฝ้าขาว และมีอาการอักเสบ ระหว่างนี้ได้ทำการดูดเสมหะ ให้ยาปฏิชีวนะ ส่วนแผลบริเวณลำตัวถูกไฟลวกไปกว่า 90% ความลึกระดับ 2 ลักษณะแผลยังอันตราย ไม่สามารถทำอะไรได้จนกว่าอาการจะพ้นวิกฤติ อาการสาหัสมาก การทำงานของไตไม่ดี จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่า คนไข้จะปลอดภัยได้เมื่อไร
ล่าสุดนายอิศราได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว แม้ว่าแพทยืจะพยายามรักษาเต็มที่