"ทักษิณ" ประชดเปิดสนามหลวง จัดงาน "รวมพลคนด่ารัฐบาล" กลาง ต.ค.นี้ เปิดโอกาสให้คนเกลียดรัฐบาลขึ้นเวทีด่าได้เต็มที่ พร้อมให้ ครม.-ส.ส.มาร่วมฟัง ด้านคนรู้ทันทักษิณเมินร่วมเวที ชี้แค่หาทางลงให้ตัวเอง เย้ยรัฐแก้เกมตื้นๆ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมจัดงาน ?มหกรรมรวมพลคนด่ารัฐบาล? ที่บริเวณท้องสนามหลวง ประมาณกลางเดือน ต.ค.นี้ โดยจะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดงานด้วยตนเอง และจะให้รัฐมนตรี และ ส.ส.ของพรรคอยู่ฟังการอภิปราย เพื่อดูว่ามีเรื่องใดบ้างที่มีประโยชน์ก็รับฟังและนำมาแก้ไข แต่เรื่องใดที่ไม่มีประโยชน์จะปล่อยให้พูดไป
สำหรับรูปแบบการจัดงานนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ใครไม่พอใจรัฐบาลเรื่องใดก็เปิดโอกาสให้พูดได้อย่างเต็มที่ โดยมีอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการอย่างพร้อมเพรียง สาเหตุการจัดงานครั้งนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ได้แสดงออกบนเวที เพราะไม่ต้องการให้ไปเคลื่อนไหวหรือใช้วิธีการชุมนุมต่างๆ
ชี้ ปชป.ทำทุกทางเพื่อให้ได้อำนาจคืน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ก.ย. นายภิมุข สิมะโรจน์ พร้อมด้วย น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รองโฆษกพรรคไทยรักไทย ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้การสัมมนาของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ ?ทวงคืนประเทศไทย? โดยนายภิมุข กล่าวว่า การตั้งหัวข้อสัมมนาคำว่า ?ทวงคืนประเทศไทย? ชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เองต้องการกลับมาเป็นรัฐบาล ทั้งที่ในหลายนโยบายที่พรรคทำมา ได้รับความพึงพอใจจากประชาชน
ด้าน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า การสัมมนาของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่สนามหลวงและที่มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีการตั้งหัวข้อ ทั้ง ?ล้มรัฐบาล? และ ?ทวงคืนประเทศไทย? แสดงให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์พยายามแย่งอำนาจคืนเท่านั้น เพื่อให้ตนเองได้เป็นรัฐบาล ไม่สนต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้น อย่างกรณีการส่งคนออกมาเปิดเผยข้อมูลการปั่นหุ้นในช่วงที่ผ่านมากระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ ชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทำอะไรก็ได้ ขอให้กลับมาเป็นรัฐบาลเท่านั้น 57 ปีของพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิม ถนัดแต่ประดิษฐ์สำนวนโวหารโจมตีคนอื่น ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม เพราะไม่ได้บอกเลยว่า เมื่อกลับมาเป็นรัฐบาลแล้วจะให้อะไรแก่ประชาชนบ้าง
"สุทิน" อัด "เอกยุทธ" จับมือ ปชป.ล้มรัฐ
นายสุทิน คลังแสง รองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีการปราศรัยที่ท้องสนามหลวงของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานกรรมการบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า อยากให้ตั้งข้อสังเกตว่า นายเอกยุทธ เปิดปราศรัยวันเดียวกับการสัมมนาของพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ?ถึงเวลาร่วมทวงคืนประเทศไทย? อย่างไรก็ตามตนไม่อยากกล่าวหาว่า เป็นกระบวนการหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ประชาชนมองออก
"นายเอกยุทธและคนที่ไปร่วมปราศรัยนั้น เห็นได้ชัดว่าพวกไร้สาระ หน้าเดิม เช่น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ซึ่งเป็นแบ็คอัพหน้าเดิม อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ว่าเล่นการเมืองเพื่อจ้องล้มรัฐบาล มักออกมาป่วนเมืองเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง" นายสุทิน กล่าว
ขู่พาดพิงครอบครัวนายกฯ เจอฟ้องแน่
ส่วนที่ นายเอกยุทธ ระบุว่า มีข้อมูลความไม่ชอบมาพากลในธุรกิจของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น นายสุทิน กล่าวว่า หากมีข้อมูลดังกล่าวจริง ขอให้นายเอกยุทธพูดออกมาให้หมด อย่าเอาแต่ทำเป็นเล่นลิ้น ว่าจะเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลของครอบครัวนายกฯ และขอฝากไปถึงนายเอกยุทธด้วยว่า ขณะนี้พรรคไทยรักไทยกำลังจับตาดูนายเอกยุทธอยู่ หากมีการพาดพิงใดๆ เกิดขึ้น พรรคได้เตรียมทนายไว้แล้ว เพื่อดำเนินคดีกับนายเอกยุทธได้ทันที
ผู้พิพากษาหนุน "ทักษิณ" เปิดเวที
นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 2 (จ.ระยอง) ให้สัมภาษณ์ในฐานะนักวิชาการ ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาลเตรียมจัดงาน "มหกรรมรวมพลคนด่ารัฐบาล" ที่บริเวณท้องสนามหลวง ประมาณกลางเดือน ต.ค.นี้ เพื่อรับฟังเรื่องและนำมาแก้ไขว่า เห็นว่าเป็นเรื่องที่สนใจและเป็นความฉลาดของนายกรัฐมนตรี ที่จะกล้าออกมารับฟังความคิดเห็นซึ่งจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ส่วนตัวคิดว่า กลุ่มเป้าหมายที่จะมาร่วมแสดงข้อคิดเห็นแก่รัฐบาล อาจจะไม่ใช่กลุ่มฝ่ายค้าน นักวิชาการ กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) หรือชมรมคนรู้ทันทักษิณ ที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐบาลจริงๆ แต่ผู้เข้าร่วมอาจเป็นเพียงกลุ่มคนธรรมดาทั่วไป ทั้งนี้เพราะหากกลุ่มที่คัดค้านออกมาแสดงความเห็น รัฐบาลก็จะถูกซักถามและตอบคำถามอีกมากมาย
"เอกยุทธ" เย้ยรัฐหาเวทีลงให้ตัวเอง
นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานกรรมการบริหารใน เครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจัดเวทีรวมพลคนด่ารัฐบาลว่า ตนและเพื่อนคงไม่ไปร่วมอย่างแน่นอน เพราะมองว่าเวทีที่รัฐบาลจะเปิดนั้น คงเป็นเพียงการจัดเวทีเพื่อลดกระแสกดดันในขณะนี้มากกว่า หากรัฐบาลมีเจตนารับฟังประชาชนจริง ก็ให้รัฐบาลมาชี้แจงที่ท้องสนามหลวงวันนี้เลย เพราะคนและกลุ่มที่วิจารณ์รัฐบาลก็อยู่กันครบ และงานก็มี 2-3 วัน ส่วนเวทีที่รัฐบาลจะจัด ตนไม่อยากมองแง่ร้าย แต่พูดได้เลยว่า ชาวบ้านไม่โง่ ใครๆ ก็มองออกว่า การจัดแบบนี้เป็นการจัดเวทีเพื่อให้รัฐบาลหาทางลงเคลียร์ตัวเอง ก็ต้องแอบเอาคนที่เชียร์รัฐบาลไปสอดแทรกไว้ด้วย คงเป็นเพราะรัฐบาลเมาหมัด ไม่สามารถหามุมเจอ
"ไม่คิดเลยว่า รัฐบาลที่ว่าคิดใหม่ ทำใหม่ คิดว่าตัวเองฉลาดจะแก้เกมการเมืองตื้นๆ ได้แค่นี้เองหรือ ถ้าทำแบบไม่จริงใจ ก็อย่าทำเลยดีกว่า" นายเอกยุทธ กล่าว
"เจิมศักดิ์" จี้ "ทักษิณ" ใช้เวทีสภาชี้แจง
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กทม. บรรณาธิการหนังสือ "รู้ทันทักษิณ" กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการรับฟังความเห็นประชาชนหรือต้องการชี้แจง ก็ควรมาที่สภา ซึ่งเป็นการถูกต้อง จะดีกว่ามาตอบกระทู้ และให้ ส.ส. ส.ว.วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า นายกฯ จะเอา ครม.ไปรับฟังประชาชนในวันเวลาใกล้เคียงกับการจัดเวทีที่ประชาชนจะไปชุมนุมกันอีก ตรงนี้เป็นการใช้กลวิธีทางการตลาด แย่งเครดิต และพยายามบิดประเด็น ซึ่งมองว่าหากรัฐบาลจะแก้กระแสขาลง ก็คงจะอยู่นิ่งๆ รับฟังประชาชนและจริงใจในการแก้ปัญหา รวมถึงการให้เสรีภาพกับสื่อและกลุ่มคนอื่นๆ ให้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ตนและ ส.ว.รวมถึงนักวิชาการที่เขียนรู้ทันทักษิณ คงไม่มีใครไปร่วมงาน
ปชป.ชี้ "ทักษิณ" หวังใช้เวทีรัฐแก้ตัว
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะเปิดเวทีใหญ่ให้คนที่เกลียดรัฐบาลออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่เข้าใจว่านายกฯ ทำเพื่ออะไร ก่อนหน้านี้ทำไมถึงไม่ฟังเสียงจากประชาชน และไม่รู้จักฟังความเห็นคนอื่นจะมาทำช่วงเลือกตั้งก็มองเห็นชัดเจนว่า ธาตุแท้ของรัฐบาลเป็นอย่างไร เมื่อพ้นเลือกตั้งกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่ ก็คงไม่ฟังใครอีก ทั้งนี้ตนคิดว่าเป็นนิสัยถาวรของรัฐบาลแล้ว ที่ไม่ฟังความเห็นใคร
"ผมไม่เชื่อว่า เจตนาลึกๆ นายกฯ ต้องการฟังความเห็นคนอื่น แต่เพื่อภาพลักษณ์ในการเอาตัวรอดเท่านั้น ส่วนจะจัดจริงหรือไม่คงต้องรอดู แต่ที่ผ่านมานายกฯ เพิ่งจะข่มขู่คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่หรือ ถึงขนาดใช้คำว่า จะกระทืบ" นายจุรินทร์ กล่าว
ปชป.เปิดตัวผู้สมัคร 249 เขตทั่วประเทศ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ก.ย. พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศเป็นครั้งแรก จำนวน 249 คน โดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบธงสีฟ้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการประกาศชัยชนะให้แก่รองหัวหน้าพรรค ที่ดูแลพื้นที่การเลือกตั้งแต่ละภาค นอกจากนี้ยังได้มีการฉายวีดิทัศน์สะท้อนให้เห็นการเพิกเฉยการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น รวมทั้งฉายวีดิทัศน์ถึงผลงานการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคในสภา
จากนั้น นายบัญญัติ ได้กล่าวปราศรัยปิดการสัมมนา ส.ส.ว่า พรรคจะยืนหยัด มุ่งมั่นที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ด้วยนโยบายและมาตรการรื้อ-แก้ไข-ลงโทษ-ทวงคืน คือ 1.ขึ้นบัญชีดำโครงการที่ไม่โปร่งใสเพื่อติดตามตรวจสอบ ยึดทรัพย์ เอาคนผิดเข้าโดยใช้กลไกแห่งรัฐทุกกลไก
2.สนับสนุนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามภาคประชาชน ซึ่งพรรคสนับสนุนองค์กรอิสระภาคประชาชน เพื่อจะช่วยให้องค์กรเหล่านี้ได้มีความพร้อมทางด้านเงินอุดหนุนช่วยเหลือ และมีความคล่องตัวในการทำงานคู่ขนานกันไปกับหน่วยงานของรัฐ 3.เร่งปฏิรูปและฟื้นฟูระบบสื่อเสรี 4.แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น 5.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันการครอบงำองค์กรอิสระ และ 6.จะเพิ่มอำนาจหน้าที่และเพิ่มความพร้อมให้องค์กรอิสระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบให้มีความพร้อมทุกด้าน
ปชป.ขึ้นบัญชีดำทุจริตรัฐบาล 25 โครงการ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวสรุปบัญชีดำทุจริตที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ว่า มีทั้งหมด 25 โครงการ ได้แก่ 1.การใช้ที่วัดทำสนามกอล์ฟอัลไพน์ มูลค่าการทุจริต 500 ล้านบาท 2.อนุมัติบริษัทจีนต่อเรือตรวจการณ์แลกผลประโยชน์ดาวเทียม มูลค่า 3,500 ล้านบาท 3.กรณีการแก้สัญญาสัมปทานไอทีวี มูลค่า 17,410 ล้านบาท 4.ค่าโง่ทางด่วน มูลค่า 6,200 ล้านบาท 5.ทุจริตจำนำพืชผลการเกษตร เช่น ข้าว ลำไย จัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ปลอม นมโรงเรียน มูลค่า 10,067 ล้านบาท 6.โครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทไม่กี่บริษัท มูลค่า 120,000 ล้านบาท 7.โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน มูลค่า 23,700 ล้านบาท 8.การทุจริตโครงการถนนวงแหวนด้านใต้ มูลค่า 15,300 ล้านบาท
9.การออก พ.ร.ก.แก้ไขอัตราภาษีสรรพสามิต เพื่อเอื้อธุรกิจมือถือ มูลค่า 100,000 ล้านบาท 10.โครงการอีลิทการ์ดที่เป็นโครงการบัตรเทวดาผลาญงบประเทศ มูลค่า 4,000 ล้านบาท 11.โครงการสายการบินอภิสิทธิ์ แอร์ เอเชีย ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ 12.โครงการก่อสร้างถนนสายรัชดา-รามอินทรา เพื่อเอื้อธุรกิจครอบครัวของนายกรัฐมนตรี มูลค่า 240 ล้านบาท
13.โครงการโซลาร์โฮม มูลค่า 7,631 ล้านบาท 14. การเช่าคอมพิวเตอร์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 3,000 ล้านบาท 15.การขายที่ดินกองทุนฟื้นฟูให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไม่โปร่งใส มูลค่า 1,228 ล้านบาท 16.การหาผลประโยชน์ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ 17.การหาผลประโยชน์ในสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ 18.การโกยเงินในตลาดหลักทรัพย์ 91,000 ล้านบาท 19.ผลประโยชน์ทับซ้อนเอฟทีเอ 20.ทุจริตจัดซื้อคอมพิวเตอร์ในกระทรวงสาธารณสุข มูลค่า 900 ล้านบาท 21.ทุจริตจัดซื้อรถพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข มูลค่า 500 ล้านบาท 22.ทุจริตโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยา กระทรวงสาธารณสุข มูลค่า 525 ล้านบาท 23.ทุจริตมอเตอร์เวย์ มูลค่า 80 ล้านบาท 24.การปล่อยเงินกู้ให้พม่า โดยมีผลประโยชน์ทับซ้อน มูลค่า 4,000 ล้านบาท และ 25.บีโอไอยกเว้นภาษีไอพีสตาร์ มูลค่า 16,000 ล้านบาท
คนรู้ทันทักษิณรุมจวกรัฐบาลผีปอบ
ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์จัดสัมมนาเรื่อง "อนาคตประเทศไทย ใครได้ประโยชน์" ซึ่งเป็นการจัดสัมมนาต่อเนื่องจากวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาคือ รศ.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และพระอาจารย์กิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ผู้ได้รับผลประโยชน์จากการคอรัปชั่นที่เห็นได้ชัดเจนจากนโยบายกองทุนหมู่บ้าน จำนวน 5 หมื่นล้านบาท คือบริษัทจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริษัทผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ เพราะเงินที่เข้าไปในหมู่บ้านจะเปลี่ยนเป็นโทรศัพท์มือถือกับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเท่ากับเงินได้แปลงสภาพเข้าสู่บริษัทที่เป็นนายทุนในรัฐบาล นอกจากนี้ตนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่จะก่อให้เกิดการคอรัปชั่น ที่ต้องการให้นักวิชาการของพรรคประชาธิปัตย์ไปเร่งติดตาม คือการได้ประโยชน์จากการชดเชยราคาน้ำมัน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นแหล่งคอรัปชั่นที่ใหญ่ที่สุดรองจากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งการคอรัปชั่นจะใช้วิธีการให้โรงกลั่น นำบิลมาเบิกค่าชดเชย ซึ่งตนสงสัยว่า โรงกลั่นน้ำมันในเมืองไทยจะไม่มีบิลผีที่นำมาเบิกกับรัฐบาลเลยหรือ
"ใครเป็นรัฐมนตรีพลังงานช่วยไปจัดการหน่อย ยิ่งอยู่ในรัฐบาลผีปอบ บิลผีก็ยิ่งมาก รวมถึงควรมีการตรวจสอบการทุจริตของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เกี่ยวกับการนำผลกำไรที่ได้มาใช้ว่า เป็นไปตามระเบียบใดหรือไม่" นายสมเกียรติ กล่าว
ขณะที่ พระกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ที่ จ.หนองคาย นายกฯ ระบุว่า คนที่เขียนหนังสือ "รู้ทันทักษิณ" เป็นคนโง่ อาตมาก็หวั่นใจว่าจะไม่มีใครนิมนต์ จึงรู้สึกขอบคุณที่พรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสในวันนี้ แต่ถ้าเรารู้ในความโง่ของเรา ก็ดีกว่าคนที่คิดว่าตัวเองฉลาด แต่ชอบทำอะไรโง่ๆ ซึ่งความโง่ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นเรื่องปกติ ในพุทธศาสนาความโง่ถือเป็นอวิชชา ที่จะทำให้เราลดทอนความไม่รู้ หรือความโง่ออกไป การโง่ก่อนแล้วฉลาดทีหลัง ดีกว่าทำตัวฉลาดแล้วมาสะดุดขาตัวเองตายในเรื่องโง่ๆ
"ส.ศิวรักษ์" นำทีมเอ็นจีโอขย่มรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ได้จัดอภิปรายโต๊ะกลมเรื่อง "อนาคตประชาธิปไตย ในรัฐบาลธุรกิจการเมือง จาก กตป.ถึง ปปง. ยุทธการยึดทรัพย์ประชาชนโดยอำนาจรัฐ" โดยมีผู้เข้าร่วมอภิปราย ประกอบด้วย นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และนายสมชาย หอมละออ อดีตเลขาธิการฟอรั่มเอเชีย
ส.ศิวรักษ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า วิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลนี้โดยการใช้เงินและอำนาจ ถือว่าเป็นอันตรายยิ่ง เพราะราษฎรจะหมดศักดิ์ศรีในความเป็นคนหรือเสรีภาพทางสื่อมวลชนด้วย ขณะเดียวกันยังมีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่ฝังรากลึก ขยายไปถึงการเอาเงินแผ่นดินไปใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายเพียงเพื่อตนและผลประโยชน์บริษัทตนเองและพวกพ้อง ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้คือ ต้องช่วยกันทุ่มทักษิณลงจากอำนาจ ในเมื่อเขาใช้โครงสร้างทางกลไกแห่งรัฐโดยมีธนาธิปไตยเป็นหลัก เราก็ต้องต่อสู้กับเขาด้วยกลไกทางสังคม ซึ่งมีธรรมาธิปไตยเป็นหลัก
ด้าน นายสมเกียรติ กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะเปิดเวทีให้กับคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลในวันที่ 15 ต.ค.นั้น ถือเป็นคำประกาศขอคืนดีกับคนที่เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งก็คงไม่มีใครไป เวลานี้รัฐบาลกำลังยืมมือ ปปง.เป็นเครื่องมือจัดการกับคนที่ต่อต้านรัฐบาล และทำให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นเครื่องมือของนักการเมืองบางกลุ่มที่เข้าไปดูทรัพย์คนอื่น
นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า ปปง.ควรเข้าไปจัดการ 3 เรื่องคือ 1.โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ที่บุคคลร่วมทุจริตยังร่วมรัฐบาล บุคคลนั้นทำผิดขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ถือว่ามีความผิดตามมูลฐานที่ 5 ของกฎหมาย ปปง. 2.จัดการกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งขูดรีดคนระดับรากหญ้า เวลานี้มีการทจุริตก่อสร้างอาคารแล้วมีการจ่ายเช็คให้รัฐมนตรีคนหนึ่ง 3.จัดการกับคนที่ประกาศจะดำเนินการกับคนรุกที่ ส.ป.ก.4-01 เนื่องจากพัวพันคดีบีบีซี