สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ทรงห่วงใย อส.และทหารพรานเหยื่อบึ้ม ทรงให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์เข้าเยี่ยม มอบเงินพระราชทาน พระราชเสาวนีย์ระบุขอให้หายปกติกลับมาทำงานเพื่อชาติต่อไปโดยเร็ว เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 27 ก.ย. 2547 ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้เป็นผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ พร้อมกับ พล.ท.พิศาล วัฒนวงค์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าเยี่ยมและมอบเงินพระราชทานส่วนพระองค์และสิ่งของพระราชทานให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครและทหารพราน ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดในงานสมโภชหลักเมือง ซึ่งยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจำนวน 8 นาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายพลากร เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้นำพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ มากล่าวต่อผู้ได้รับบาดเจ็บว่า สมเด็จพระราชนินีทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บ และขอให้ทุกคนหายโดยเร็วและกลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป ซึ่งสร้างความปราบปลื้มปิติแก่เจ้าหน้าที่ทุกนายเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนความคืบหน้าคดีนี้ ล่าสุด ร.ต.อ.เชิดศักดิ์ แก้วมณีโชติ รอง สว.วิทยาการเขต 12 ยะลา พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิด ซึ่งอยุ่บริเวณหน้าประตูทางเข้างานหลักเมืองประตู 2 อีกครั้ง
จากการตรวจสอบ พบเศษตะปู เศษพลาสติก รวมทั้งเศษซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือและเศษดินในที่เกิดเหตุ ซึ่งจะต้องนำเศษดินไปพิสูจน์อีกครั้งที่กรมสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสามารถสรุปได้ว่าเป็นดินระเบิดชนิดใด ส่วนหลักฐานอื่นๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในเบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นตัวจุดชนวน
น.พ.วัฒนา วัฒนายากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เปิดเผยว่า อาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่บาดเจ็บสาหัสมีจำนวน 2 คนคือ อส.นุงระดิง หะยีดือแน อายุ 40 ปี มีแผลโดนสะเก็ดระเบิดที่ขาทั้ง 2 ข้าง ด้านหลัง และข้อศอกขวา ส่วนอีกคนคือ อส.รอซะ จิตรา อายุ 40 ปี มีแผลโดนสะเก็ดระบิดที่ข้อศอกซ้าย ขาขวาและแขนซ้ายหัก จึงต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลปัตตานี เนื่องจากมีแพทย์เฉพาะทาง ส่วนผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ อาการโดยรวมดีขึ้น
น.พ.วัฒนา กล่าวอีกด้วยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนมากใต้ถี่ขึ้น ทางโรงพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้านแล้ว ทั้งเลือดและเจ้าหน้าที่บุคคลากร ที่สำคัญคือได้มีการฝึกแผนเผชิญเหตุและได้มีการประสานกับโรงยาบาลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการส่งตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ตลอดเวลา