คนร้ายสุดโหด ควงปืนจี้กระเป๋ารถสองแถวสาย 1146 ชิงโทรศัพท์มือถือ แต่ถูกหนุ่มกระเป๋ารถฮึดสู้ สุดทนคว้าด้ามปืนฟาดหัว ก่อนล็อกคอจ่อยิงคอปางตาย หลังก่อเหตุเผ่นหนีลงจากรถ โชเฟอร์เผยกระเป๋าผู้เคราะห์ร้ายเป็นนักเรียนอาชีวะ ทำงานหารายได้พิเศษส่งตัวเองเรียน ขณะที่ตำรวจระดมกำลังไล่ล่า เหตุการณ์สะทือนขวัญคนร้ายยิงเด็กอาชีวะหลังชิงโทรศัพท์มือถือรายนี้ ถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 24 ก.ย. ร.ต.ท.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ร้อยเวร สภ.อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุพนักงานเก็บเงินรถโดยสารสองแถวรับจ้าง สาย 1146 พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ ถูกยิงบนรถสองแถวที่บริเวณหน้าปากซอยสง่างาม ถ.สุขสวัสดิ์ หมู่ 10 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย
ที่เกิดเหตุพบรถโดยสารสองแถวขนาดใหญ่ สีน้ำเงิน เบอร์ 203 เลขทะเบียน 10-3976 สมุทรปราการ จอดอยู่บนไหล่ทาง ตรวจสอบภายในรถดังกล่าวพบว่า ที่บริวณเบาะนั่งผู้โดยสารด้านซ้ายมีกองเลือดไหลนองเต็มเบาะ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือ นายกฤษฎา วงษ์ชาน้อย อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/1 ซ.สุขสวัสดิ์ 43 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นักเรียนแผนกช่างยนต์ ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการอาชีพพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งพลเมืองดีได้ช่วยนำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 3 ไปก่อนหน้านี้แล้ว
หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ได้รุดไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลดังกล่าวพบแพทย์และพยาบาลกำลังช่วยชีวิตนายกฤษฎา อยู่ภายในห้องไอซียู โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณลำคอด้านขวา กระสุนฝังในจำนวน 1 นัด อาการสาหัส นอกจากนี้ยังพบบาดแผลคล้ายถูกของแข็งตีอย่างแรงที่บริวณเหนือคิ้วข้างซ้ายและที่ศีรษะด้านขวาหลายแห่ง
จากการสอบสวน นายวิทูต จิตพิมาร อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 หมู่ 9 ต.ชุมพวง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา คนขับรถคันเกิดเหตุ ให้การว่า นายกฤษฎาเรียนอยู่ที่วิทยาลัยการอาชีพพระสมุทรเจดีย์ และหลังเลิกเรียนนายกฤษฎาก็จะมาหารายได้พิเศษเพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือ โดยได้ค่าจ้างจากการเป็นคนเก็บเงินค่าโดยสารรถสองแถววันละ 50 บาท
นายวิทูต กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถรับผู้โดยสารมุ่งหน้าไปทางสามแยกพระประแดง ทั้งนี้เมื่อรถวิ่งผ่านปากซอยวัดชังเรือง ต.บางจาก ได้มีผู้โดยสารชายหญิง 2 คน ลักษณะเหมือนวัยรุ่นทั่วไปขึ้นมาบนรถ และขณะรถจอดรับผู้โดยสารบริเวณปากซอยสง่างามที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า วัยรุ่นที่ขึ้นมาจากปากซอยวัดชังเรือง ได้แสดงตัวเป็นคนร้าย พร้อมชักอาวุธปืนแบบลูกโม่ ไม่ทราบขนาด มาจ่อหัวนายกฤษฎา จากนั้นได้บังคับให้ส่งโทรศัพท์มือถือให้ แต่นายกฤษฎาไม่ยอม และบอกว่าโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นของมารดา
"คนร้ายโมโหใช้ด้ามปืนฟาดหัวกฤษฎาหลายครั้ง และผู้โดยสารบนรถต่างร้องกันเสียงหลง ก้มหน้าหลบกันคนละทิศละทาง ผมเห็นดังนั้นจึงรีบจอดรถที่ไหล่ทาง คนร้ายเห็นว่า รถจอดจึงใช้มือซ้ายล็อกคอนายกฤษฎา แล้วจ่อยิงที่ลำคอของกฤษฎา จากนั้นได้วิ่งลงจากรถข้ามถนนหลบหนีไป" นายวิทูต กล่าว
ภายหลังสอบปากคำพยานเสร็จสิ้น ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายต้องการชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ แต่นายกฤษฎาไม่ยอมให้ จึงทำให้คนร้ายโมโหใช้ด้ามปืนตีที่ศีรษะและยิงปืนเข้าใส่นายกฤษฎา ก่อนวิ่งหลบหนีไป อย่างไรก็ตามตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามจุดต่างๆ แต่ขณะนี้ยังไร้ร่องรอยคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป เพราะถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก