คมชัดลึก Komchadluek.com

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2547

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

ข้าราชการเฮ เลื่อนคัดทิ้ง! ไขลานทุก6เดือน ชี้ชะตาเมษายน49

รัฐบาลเลื่อนมาตรการโละข้าราชการ 5% "วิษณุ" ยันไม่เกี่ยวกระทบเสียงเลือกตั้ง แจงเลื่อนเพราะเกิดความสับสนแถมเปิดช่องผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งลูกน้องจนมีหนังสือร้องเรียนเพียบ ใช้มาตรการประเมินผลงานทุก 6 เดือนมาใช้แทน พร้อมนำผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าอบรมพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน ก่อนชี้ชะตางวดสุดท้ายเมษายน 49

นโยบายปฏิรูประบบราชการ ซึ่งมีการปรับลดข้าราชการ โดยรัฐบาลมี 3 มาตรการให้ลาออก คือ 1.ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 50 มาตรการ 2. ผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิรูประบบราชการ และ 3.ข้าราชการที่ไม่ผ่านผลประเมินต่ำสุด แต่เกิดปัญหาร้องเรียนว่ามีการกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชา ที่ข่มขู่ลูกน้องหลายรูปแบบเพื่อไม่ถูกให้ออก ทำให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้นัดประชุมพิเศษเรื่องนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.พ. เปิดเผยหลังการประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง และมีมติเลื่อนใช้มาตรการนี้ว่า ก.พ.เห็นว่ามาตรการ 3 เป็นมาตรการที่ดี เพราะหากไม่นำมาตรการดังกล่าวมาใช้ ข้าราชการที่หย่อนประสิทธิภาพก็อาจถูกประเมินให้ออกได้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือน ม.114 (6) โดยไม่มีการได้เงินเดือน 8 เท่า ทำให้มีรายงานว่า เมื่อมีข่าวการใช้มาตรการนี้ ก็พบว่ามีข้าราชการหย่อนยานประสิทธิภาพจำนวนหนึ่งก็กลับเนื้อกลับตัวทำงานดีขึ้น

"จุดบกพร่องของมาตรการนี้ คือการประชาสัมพันธ์อ่อน ข้าราชการเข้าใจแค่ว่าจะต้องมีการประเมินเอาคนออก 5% และก็เน้นเรื่องจำนวน 5% มากจนคนฝังใจ และยอมรับว่ามาตรการนี้เป็นการเปิดทางให้ผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาได้" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายวิษณุ ยังยอมรับว่า จุดอ่อนที่สำคัญอีกประการของมาตรการนี้ คือระยะเวลาการประเมินสั้นเกินไป คือใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือน หรือ 1 ปี ทำให้ข้าราชการร้องเรียนมาว่าทำงานดีตลอดมา แต่อาจมีปัญหาในช่วง 6 เดือนที่มีการประเมิน เช่น ป่วย หรือมีปัญหาครอบครัว ก็มีชื่อถูกให้ออก รวมถึงยังขาดมาตรฐานในการประเมินของแต่ละส่วนราชการ และแบบฟอร์มที่ใช้ประเมินไม่ชัดเจน

รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุมมีมติหลังประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง ให้ยุติมาตรการที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป แต่ยุติแบบมีเงื่อนไขและยังใช้ผลการประเมินที่ผ่านมาต่อไป เพราะทุกกรมประเมินเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 30 ก.ย.นี้ มาตรการที่ 3 ยังคงใช้กับข้าราชการที่เจ็บป่วย พิการ หรือมีปัญหาสุขภาพ และต้องการออกจากระบบราชการ ซึ่งสามารถแสดงความจำนงออกจากราชการโดยผู้บังคับบัญชาเห็นชอบ ก็จะได้เงินทดแทน 8 เท่าของเงินเดือน โดยต้องมีหลักฐานการแพทย์มายืนยัน ส่วนข้าราชการที่ไม่เจ็บป่วย แต่ผลประเมินออกมาว่าอยู่ในเกณฑ์ของมาตรการที่ 3 นั้น หากสมัครใจออก ก็จะได้รับเงินทดแทน 8 เท่า โดยไม่เสียประวัติใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์มาตรการที่ 3 แต่ยืนยันไม่ออก ก็ไม่ต้องออกโดยไม่ได้รับเงินทดแทนใดๆ หลังการประเมินรอบสอง ในวันที่ 30 เม.ย. 2548

อย่างไรก็ตาม แม้จะเลื่อนใช้มาตรการที่ 3 ออกไป แต่ที่ประชุม ก.พ.ก็มีมาตรการใหม่มาใช้แทนมาตรการที่ 3 ในวันที่ 1 ต.ค. 2547 คือมาตรการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ หรือมาตรการพัฒนาข้าราชการเอื้ออาทร เพราะตามกฎหมายกำหนดว่าข้าราชการต้องได้รับการพัฒนาและฟื้นฟู จึงจะมีการประเมินต่อไปทุกรอบ 6 เดือน ตามการประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือน และจะประเมิน 4 ครั้ง หรือ 2 รอบปีงบประมาณ

"มาตรการนี้ หากข้าราชการยังคงไม่ผ่านการประเมิน หากจำเป็นต้องให้ออกจากราช การ ก.พ.ก็สามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการพลเรือน ม.114 (6)" นายวิษณุ กล่าวและว่า

การประเมินทุก 6 เดือนดังกล่าว ก.พ.จะใช้แบบฟอร์มและกฎเกณฑ์ใหม่ในการประเมิน และไม่มีการรับรองว่าหลังการประเมินแล้วจะมีการให้ออกจากราชการหรือให้เงินทดแทนกี่เท่าของเงินเดือน รวมทั้งเปลี่ยนผู้ประเมินจากให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ประเมิน มาเป็น อ.ก.พ.กรม โดยผู้บังคับบัญชาเป็นเพียงผู้เสนอแนะ และให้มีคนนอกกรม เป็น อ.ก.พ.ด้วย รวมทั้ง ก.พ.จะให้ประชาชนและข้าราชการ ร่วมแสดงความเห็น เสนอคำแนะนำผ่านเวบไซต์ หรือจดหมายว่าการจะให้ข้าราชการมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร

"โดยสรุปคือจะไม่มีการให้ข้าราชการออกโดยไม่สมัครใจไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2549 และระหว่างนี้ข้าราชการที่ไม่ผ่านการประเมินก็ต้องได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นในวันที่ 1 เม.ย. 2549 ก็จะมีการพิจารณาดำเนินการสำหรับข้าราชการที่ยังคงไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นอาจมีข้าราชการที่ถูกให้ออกจากราชการจำนวนเท่าใดก็ได้ อาจเป็น 10% หรือไม่ถึง 3% ซึ่งเชื่อว่ามาตรการใหม่นี้ จะทำให้ข้าราชการตื่นตัวและมีประสิทธิภาพ เพราะต้องถูกตรวจสอบตลอดเวลา ผู้บังคับบัญชาก็ต้องให้ความสนใจในเรื่องการพัฒนาฟื้นฟูผู้ใต้บังคับบัญชามากขึ้น" นายวิษณุ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายงานผลการประเมินข้าราชการตามมาตรการที่ 3 ว่า ไม่มีกรมใดที่มีข้าราชการหย่อนประสิทธิภาพถึง 5% ซึ่งในส่วนของรายชื่อข้าราชการที่อยู่ใน 5% ตนได้สั่งการให้นำรายชื่อทั้งหมดพร้อมทั้งเหตุผลเข้า อ.ก.พ.กรม แล้วส่งให้ ก.พ.พิจารณา เพราะมีการร้องเรียนเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจำนวนมาก ดังนั้น ก.พ.ก็จะนำรายชื่อดังกล่าวมาพิจารณาว่ามีการกลั่นแกล้งจริงหรือไม่ โดยจะดำเนินการอย่างเป็นความลับ

ส่วนเงินงบประมาณที่จะนำมาจ่ายให้ข้าราชการที่สมัครใจออกตามมาตรการที่ 3 นั้น จะนำเงินที่เหลือจ่ายจากมาตรการที่ 1 และ 2 มาใช้ ซึ่งหากไม่พอ ก็จะใช้เงินจากงบกลางมาเพิ่มเติม โดย ก.พ.จะเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 28 ก.ย.นี้

"การยุติมาตรการนี้ไม่ได้ทำเพื่อผลการเลือกตั้ง แม้จะเลื่อนไปใช้หลังการเลือกตั้ง แต่ต้องเลื่อนใช้เพราะมีการร้องเรียนมามาก และรัฐบาลก็ยังจะให้ดำเนินการเรื่องนี้ต่อ ส่วนที่มีรัฐมนตรีบางคนระบุว่าจะกระทบฐานเสียง ก็เป็นความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ขอยืนยันว่าการแก้ไขครั้งนี้ ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์การเลือกตั้ง" นายวิษณุ กล่าว




พระเครื่อง คม ชัด ลึก

ก๊วน กวน ข่าว
ดูดวง
ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทยในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น
จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซองส่องไทย
นักข่าวชาวบ้าน ห้องสนทนา
เวบบอร์ด ทักทายบันเทิง
คุยเฟื่องเรื่องกีฬา


fujitsuVisit Libertasamsung
nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543