รัฐบาลเลื่อนมาตรการโละข้าราชการ 5% "วิษณุ" ยันไม่เกี่ยวกระทบเสียงเลือกตั้ง แจงเลื่อนเพราะเกิดความสับสนแถมเปิดช่องผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งลูกน้องจนมีหนังสือร้องเรียนเพียบ ใช้มาตรการประเมินผลงานทุก 6 เดือนมาใช้แทน พร้อมนำผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าอบรมพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน ก่อนชี้ชะตางวดสุดท้ายเมษายน 49
นโยบายปฏิรูประบบราชการ ซึ่งมีการปรับลดข้าราชการ โดยรัฐบาลมี 3 มาตรการให้ลาออก คือ 1.ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 50 มาตรการ 2. ผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิรูประบบราชการ และ 3.ข้าราชการที่ไม่ผ่านผลประเมินต่ำสุด แต่เกิดปัญหาร้องเรียนว่ามีการกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชา ที่ข่มขู่ลูกน้องหลายรูปแบบเพื่อไม่ถูกให้ออก ทำให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้นัดประชุมพิเศษเรื่องนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.พ. เปิดเผยหลังการประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง และมีมติเลื่อนใช้มาตรการนี้ว่า ก.พ.เห็นว่ามาตรการ 3 เป็นมาตรการที่ดี เพราะหากไม่นำมาตรการดังกล่าวมาใช้ ข้าราชการที่หย่อนประสิทธิภาพก็อาจถูกประเมินให้ออกได้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือน ม.114 (6) โดยไม่มีการได้เงินเดือน 8 เท่า ทำให้มีรายงานว่า เมื่อมีข่าวการใช้มาตรการนี้ ก็พบว่ามีข้าราชการหย่อนยานประสิทธิภาพจำนวนหนึ่งก็กลับเนื้อกลับตัวทำงานดีขึ้น
"จุดบกพร่องของมาตรการนี้ คือการประชาสัมพันธ์อ่อน ข้าราชการเข้าใจแค่ว่าจะต้องมีการประเมินเอาคนออก 5% และก็เน้นเรื่องจำนวน 5% มากจนคนฝังใจ และยอมรับว่ามาตรการนี้เป็นการเปิดทางให้ผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาได้" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นายวิษณุ ยังยอมรับว่า จุดอ่อนที่สำคัญอีกประการของมาตรการนี้ คือระยะเวลาการประเมินสั้นเกินไป คือใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือน หรือ 1 ปี ทำให้ข้าราชการร้องเรียนมาว่าทำงานดีตลอดมา แต่อาจมีปัญหาในช่วง 6 เดือนที่มีการประเมิน เช่น ป่วย หรือมีปัญหาครอบครัว ก็มีชื่อถูกให้ออก รวมถึงยังขาดมาตรฐานในการประเมินของแต่ละส่วนราชการ และแบบฟอร์มที่ใช้ประเมินไม่ชัดเจน
รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุมมีมติหลังประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมง ให้ยุติมาตรการที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป แต่ยุติแบบมีเงื่อนไขและยังใช้ผลการประเมินที่ผ่านมาต่อไป เพราะทุกกรมประเมินเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 30 ก.ย.นี้ มาตรการที่ 3 ยังคงใช้กับข้าราชการที่เจ็บป่วย พิการ หรือมีปัญหาสุขภาพ และต้องการออกจากระบบราชการ ซึ่งสามารถแสดงความจำนงออกจากราชการโดยผู้บังคับบัญชาเห็นชอบ ก็จะได้เงินทดแทน 8 เท่าของเงินเดือน โดยต้องมีหลักฐานการแพทย์มายืนยัน ส่วนข้าราชการที่ไม่เจ็บป่วย แต่ผลประเมินออกมาว่าอยู่ในเกณฑ์ของมาตรการที่ 3 นั้น หากสมัครใจออก ก็จะได้รับเงินทดแทน 8 เท่า โดยไม่เสียประวัติใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์มาตรการที่ 3 แต่ยืนยันไม่ออก ก็ไม่ต้องออกโดยไม่ได้รับเงินทดแทนใดๆ หลังการประเมินรอบสอง ในวันที่ 30 เม.ย. 2548
อย่างไรก็ตาม แม้จะเลื่อนใช้มาตรการที่ 3 ออกไป แต่ที่ประชุม ก.พ.ก็มีมาตรการใหม่มาใช้แทนมาตรการที่ 3 ในวันที่ 1 ต.ค. 2547 คือมาตรการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ หรือมาตรการพัฒนาข้าราชการเอื้ออาทร เพราะตามกฎหมายกำหนดว่าข้าราชการต้องได้รับการพัฒนาและฟื้นฟู จึงจะมีการประเมินต่อไปทุกรอบ 6 เดือน ตามการประเมินเลื่อนขั้นเงินเดือน และจะประเมิน 4 ครั้ง หรือ 2 รอบปีงบประมาณ
"มาตรการนี้ หากข้าราชการยังคงไม่ผ่านการประเมิน หากจำเป็นต้องให้ออกจากราช การ ก.พ.ก็สามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการพลเรือน ม.114 (6)" นายวิษณุ กล่าวและว่า
การประเมินทุก 6 เดือนดังกล่าว ก.พ.จะใช้แบบฟอร์มและกฎเกณฑ์ใหม่ในการประเมิน และไม่มีการรับรองว่าหลังการประเมินแล้วจะมีการให้ออกจากราชการหรือให้เงินทดแทนกี่เท่าของเงินเดือน รวมทั้งเปลี่ยนผู้ประเมินจากให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ประเมิน มาเป็น อ.ก.พ.กรม โดยผู้บังคับบัญชาเป็นเพียงผู้เสนอแนะ และให้มีคนนอกกรม เป็น อ.ก.พ.ด้วย รวมทั้ง ก.พ.จะให้ประชาชนและข้าราชการ ร่วมแสดงความเห็น เสนอคำแนะนำผ่านเวบไซต์ หรือจดหมายว่าการจะให้ข้าราชการมีประสิทธิภาพควรทำอย่างไร
"โดยสรุปคือจะไม่มีการให้ข้าราชการออกโดยไม่สมัครใจไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2549 และระหว่างนี้ข้าราชการที่ไม่ผ่านการประเมินก็ต้องได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นในวันที่ 1 เม.ย. 2549 ก็จะมีการพิจารณาดำเนินการสำหรับข้าราชการที่ยังคงไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นอาจมีข้าราชการที่ถูกให้ออกจากราชการจำนวนเท่าใดก็ได้ อาจเป็น 10% หรือไม่ถึง 3% ซึ่งเชื่อว่ามาตรการใหม่นี้ จะทำให้ข้าราชการตื่นตัวและมีประสิทธิภาพ เพราะต้องถูกตรวจสอบตลอดเวลา ผู้บังคับบัญชาก็ต้องให้ความสนใจในเรื่องการพัฒนาฟื้นฟูผู้ใต้บังคับบัญชามากขึ้น" นายวิษณุ กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายงานผลการประเมินข้าราชการตามมาตรการที่ 3 ว่า ไม่มีกรมใดที่มีข้าราชการหย่อนประสิทธิภาพถึง 5% ซึ่งในส่วนของรายชื่อข้าราชการที่อยู่ใน 5% ตนได้สั่งการให้นำรายชื่อทั้งหมดพร้อมทั้งเหตุผลเข้า อ.ก.พ.กรม แล้วส่งให้ ก.พ.พิจารณา เพราะมีการร้องเรียนเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจำนวนมาก ดังนั้น ก.พ.ก็จะนำรายชื่อดังกล่าวมาพิจารณาว่ามีการกลั่นแกล้งจริงหรือไม่ โดยจะดำเนินการอย่างเป็นความลับ
ส่วนเงินงบประมาณที่จะนำมาจ่ายให้ข้าราชการที่สมัครใจออกตามมาตรการที่ 3 นั้น จะนำเงินที่เหลือจ่ายจากมาตรการที่ 1 และ 2 มาใช้ ซึ่งหากไม่พอ ก็จะใช้เงินจากงบกลางมาเพิ่มเติม โดย ก.พ.จะเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 28 ก.ย.นี้
"การยุติมาตรการนี้ไม่ได้ทำเพื่อผลการเลือกตั้ง แม้จะเลื่อนไปใช้หลังการเลือกตั้ง แต่ต้องเลื่อนใช้เพราะมีการร้องเรียนมามาก และรัฐบาลก็ยังจะให้ดำเนินการเรื่องนี้ต่อ ส่วนที่มีรัฐมนตรีบางคนระบุว่าจะกระทบฐานเสียง ก็เป็นความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ขอยืนยันว่าการแก้ไขครั้งนี้ ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์การเลือกตั้ง" นายวิษณุ กล่าว