คมชัดลึก Komchadluek.com

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2547

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

477 บัญชีดำป่วนใต้ ค้นรังอุสตาสกระสุนอื้อ

ตร.ยะลา ค้นบ้านอุสตาสพบกระสุนปืน-แม็กกาซีนอาก้าเพียบ แต่ไม่พบตัวเจ้าของบ้าน ขณะที่หน่วยข่าวเผย 477 บัญชีผู้ต้องสงสัยป่วนใต้ส่งถึงมือ "จิ๋ว" แล้ว ระบุมีผู้นำ-ครูสอนศาสนากว่า 40 คน องค์กรครูชี้โจรใต้เล็งเป้าทำร้ายครู เตรียมแผนเร่งปิดภาคเรียนเร็วขึ้น แถมยืดเวลาเปิดภาคเรียน ยอมรับครูไม่มีสมาธิสอนหนังสือ ยัน ต.ค.นี้ ครูร่วม 2 พันจ้องขอย้ายออกจากพื้นที่ให้ได้ ด้านกองทัพภาคที่ 4 คุมเข้มป้องกันคนร้ายลักไก่ใส่เครื่องแบบทหาร ระบุหากพบเชิญตัวมาสอบทันที พร้อมขอความร่วมมือห้ามขายเสื้อผ้าคล้ายทหาร

หลังเกิดเหตุสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่เดือน ม.ค. โดยการซัดทอดของผู้ต้องหาที่ถูกจับได้และเยาวชนส่วนหนึ่งเข้ามอบตัวกับทางการว่ามีอุสตาส หรือครูสอนศาสนา ร่วมอยู่ด้วยนั้น ล่าสุดพบว่าบัญชีรายชื่อผู้ต้องสงสัย 477 รายของหน่วยข่าวความมั่นคง มีรายชื่อของผู้นำศาสนา 13 ราย ครูสอนศาสนาอีก 33 ราย และมีการบุกค้นบ้านพักของอุสตาสรายหนึ่งใน จ.ยะลา พบกระสุนปืนอาวุธสงครามจำนวนมาก

ค้นบ้านอุสตาสเจอกระสุนอื้อ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ก.ย. พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชัยทัต บุญขำ รอง ผกก.2 ป.นำกำลังตำรวจ สภ.อ.เมืองยะลา และชุดเฉพาะกิจยะลา เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 30 ซอยจะปะกียา ในเขตเทศบาลนครยะลา บ้านพักของ นายอหมัด ตือง๊ะ อุสตาส (ครูสอนศาสนา) โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา บุคคลในบัญชีเป้าหมายของเจ้าหน้าที่

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากเจ้าของบ้านไม่อยู่ และประตูบ้านถูกล็อกอย่างแน่นหนา จึงประสานช่างเหล็กมาตัดกลอนประตูจนสามารถเข้าตรวจค้นภายในบ้านได้ จากการตรวจค้นอย่างละเอียด พบกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 8 นัด กระสุนปืนขนาด .40 จำนวน 74 นัด กระสุนปืน .38 จำนวน 7 นัด และกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด

นอกจากนั้นยังพบแม็กกาซีนปืนเอชเค 1 แม็กกาซีน และแม็กกาซีนปืนขนาด .40 อีก 1 แม็กกาซีน เป้สนาม ไฟฉายสนาม ซองปืน ถุงทะเล 4 ใบ ชุดปฐมพยาบาล เครื่องมือทำความสะอาดปืน และลูกประคำ 13 เส้น

ในการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบบัตรประจำตัวระบุชื่อ นายอหมัด ตือง๊ะ สังกัดโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ เลขรหัส 0106 ตำแหน่งอาจารย์ผู้สอน และยังพบป้ายชื่อนายอหมัด ตือง๊ะ ระบุเป็นผู้ช่วยฝ่ายปกครอง รวมถึงพบบัตรสมาชิกศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เทศบาลนครยะลา และภาพถ่ายตลอดจนเอกสารจำนวนหนึ่ง

หลังตรวจค้น พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา ได้จัดกำลังประสานกับตำรวจ สภ.อ.บันนังสตา จ.ยะลา เนื่องจากคาดว่า นายอหมัด ยังกบดานอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา เพื่อติดตามตัวต่อไป

เผยเป็นแค่คนดูแลยานพาหนะ

ขณะที่ นายมะดาโอ๊ะ ยะลาแป ผู้จัดการโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา เปิดเผยว่า นายอหมัด มีหน้าที่ดูแลยานพาหนะในโรงเรียนเท่านั้น ก่อนตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพัก โรงเรียนได้รับหนังสือจากตำรวจ ทหาร และจังหวัดในการขอความร่วมมือจากนายอหมัด เพื่อเข้าให้ข้อมูล หลังจากนั้นจังหวัดยะลา ได้มีหนังสือคำสั่งให้บุคลดังกล่าวเดินทางไปดูงานด้านการศึกษาที่กรุงเทพฯ โดยเจ้าตัวรับปากในครั้งแรกที่ได้รับมอบหมายงาน แต่แล้วเมื่อถึงเวลาและกำหนดเดินทาง เมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา กลับไม่ยอมเดินทางไปเสียดื้อๆ

นายมะดาโอ๊ะ กล่าวอีกว่า นายอหมัด จบการศึกษาด้านศาสนาชั้นสิบ จากโรงเรียนประทีปวิทยา ใน จ.ยะลา เคยเป็นทหารมาก่อนที่จะมาเป็นผู้ดูแลยานพาหนะของโรงเรียน และไม่ได้เป็นผู้ช่วยฝ่ายปกครองแต่อย่างใด

"ไม่สามารถยืนยันว่าเจ้าตัวหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไร ทราบเพียงว่านายอหมัด มีบ้านพักมากกว่า 1 แห่ง ใน จ.ยะลา ส่วนพฤติกรรมอื่นๆ ขณะอยู่ในโรงเรียน ไม่มีอะไรที่แสดงหรือบ่งบอกให้เห็นว่ามีส่วนร่วมในการสร้างสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้" ผู้จัดการโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ กล่าว

เผยบัญชีดำป่วนใต้ 477 รายในมือ "จิ๋ว"

แหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูงในพื้นที่ เปิดเผยว่า บัญชีรายชื่อผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่รายงานไปยัง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี นั้น มีทั้งหมด 477 คน โดย จ.ยะลา มีชื่อในบัญชี 151 คน เป็นผู้นำศาสนา 11 คน ครูสอนศาสนา 25 คน ที่เหลือเป็นแนวร่วมและสมาชิกขบวนการเบอร์ซาตู จ.ปัตตานี มีชื่อในบัญชี 46 คน เป็นครูสอนศาสนา 1 คน ที่เหลือเป็นแนวร่วมและสมาชิกขบวนการ และ จ.นราธิวาส มีชื่อในบัญชี 280 คน เป็นผู้นำศาสนา 2 คน ครูสอนศาสนา 7 คน ที่เหลือเป็นแนวร่วม ซึ่งในบัญชีดังกล่าว ยังพบผู้ที่มีรายชื่อบางส่วน เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมไปถึงอดีตทหารเกณฑ์ในพื้นที่

โรงเรียนใต้เร่งปิดภาคเรียนเร็วขึ้น

แหล่งข่าวรายหนึ่งจากองค์กรสมาพันธ์ครูชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์คนร้ายพุ่งเป้าลอบทำร้ายข้าราชการครู และมีการเผยรายชื่อผู้บริหารสถานศึกษาที่อาจตกเป็นเป้าหมายนั้น ได้มีการประชุมแกนนำครูในพื้นที่กับ นายสุธรรม แสงประทุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีการขอให้เร่งปิดภาคเรียนเร็วขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้าที่จะถึง พร้อมทั้งเลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากกลัวตกเป็นเป้าของกลุ่มคนร้าย ที่สำคัญขณะนี้ไม่มีสมาธิสอนหนังสือ ทั้งนี้เชื่อว่าเหตุที่คนร้ายพุ่งเป้ามายังข้าราชการครูและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เพราะต้องการกดดันและสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล

"ทุกครั้งที่ครูตกเป็นเหยื่อคนร้าย บุคลากรและองค์กรครูในพื้นที่จะออกมาเคลื่อนไหว และกดดันรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่เข้าทางผู้ก่อความไม่สงบ เพราะจะมีผลกระทบตามมาอย่างต่อเนื่องในส่วนอื่นๆ ทั้งการเรียนการสอนก็ไม่สามารถทำได้ แถมกำลังทหาร ตำรวจ ถูกจัดไปคุ้มครองครู ช่องว่างที่คนร้ายจะก่อเหตุในส่วนอื่นก็จะมีมากขึ้น" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในเดือน ต.ค.นี้ ครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 2,000 คน จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอโยกย้ายออกนอกพื้นที่ โดยพร้อมจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ เพราะไม่ต้องการเผชิญกับความหวาดผวาอีกต่อไป เมื่อถึงเวลานั้นปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ครูในชายแดนภาคใต้มีไม่เพียงพอ เพราะรัฐไม่ได้เตรียมหามาตรการรองรับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น

ส่วนการหยุดเรียนชั่วคราวของโรงเรียนในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังจากผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะเปาะ ถูกลอบยิงนั้น แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวว่ายังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ได้หรือไม่ เนื่องจากกระแสข่าวลอบทำร้ายครูยังออกมาอย่างต่อเนื่อง และครูทั้งหมดจะขอรอดูท่าทีและมาตรการในการป้องกันเหตุของทุกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง

ขอความร่วมมืองดขายเสื้อคล้ายทหาร

กรณีที่มีรายงานว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการก่อเหตุและสร้างความวุ่นวายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสวมเสื้อผ้าที่มีสีและลักษณะคล้ายทหาร ตระเวนก่อเหตุนั้น พ.ท.อาคม พงศ์พรหม ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า หน่วยเฉพาะกิจทักษิณ เปิดเผยว่า การกระทำในรูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ประชาชน ข้าราชการรู้สึกตายใจและไม่คิดว่าเป็นคนร้ายแต่กลับคิดว่าเป็นทหาร จึงลงมือก่อเหตุโดยที่เหยื่อไม่เฉลียวใจ ขณะนี้ ทางกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ได้คุมเข้ม โดยหากพบผู้ที่สวมใส่เครื่องแต่งกายไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หรือกางเกง ที่มีลักษณะคล้ายทหาร จะเชิญตัวไปสอบสวนทันทีทุกกรณี

"ในสถานการณ์เช่นนี้เราจำเป็นต้องสอบถามถึงเหตุผล และที่มาที่ไปว่าทำไมต้องแต่งกายลักษณะเช่นนี้ เพราะอาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนนำมาซึ่งช่องว่างในการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายได้? พ.ท.อาคม กล่าว

ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า นอกจากเชิญตัวมาสอบถามสาเหตุ ทหารจะตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เนื่องจากบางครั้งอาจจะเป็นกลุ่มผู้สร้างสถานการณ์แฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ สำหรับร้านค้าที่จำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่มีรูปแบบ สี คล้ายกับชุดทหาร ทางกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า คงไม่สามารถสั่งห้ามจำหน่ายได้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องของสิทธิ แต่จะขอความร่วมมือและทำความเข้าใจมากกว่า เพราะพื้นที่ชายแดนใต้ขณะนี้เป็นพื้นที่พิเศษ จำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์ และร่วมมือกับทางการเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง

แนะทุกฝ่ายยุติความรุนแรงเดือน "รอมฎอน"

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างงานสัมมนาสร้างเสริมสัมพันธ์กับผู้สอนศาสนาอิสลาม (อุสตาส) จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจัดโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ว่าการแก้ปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจ ไม่ใช่ระบบตาต่อตาฟันต่อฟัน การใช้ความรุนแรงเข้าหากันไม่สามารถแก้ปัญหาได้เด็ดขาด

"หัวใจของการแก้ปัญหาคือห้ามใช้ความรุนแรงเข้าหากัน เพราะจะไม่มีจุดจบ มีแต่เพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์มากขึ้น จนไปถึงจุดหนึ่งที่ทำลายทุกอย่าง ซึ่งมีความพยายามของคนไม่หวังดีต้องการให้มีการตอบโต้กันอย่างรุนแรง มีความประสงค์ซ่อนเร้นเพื่อให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องนั่งลงพูดจากันเพื่อหาข้อยุติว่าต้องการอะไร ซึ่งผมเสนอทฤษฎีให้ถอยคนละ 3 ก้าว เพื่อให้มีโอกาสมานั่งพูดจากัน" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ชวลิต กล่าวอีกว่า ขอฝากให้อุสตาสทุกคนไปพูดคุยกับคนในสังคม เพราะตนยังยืนยันในแนวทางการแก้ปัญหาคือทฤษฎีดอกไม้หลายสีที่มีความงดงามคู่แผ่นดินไทย ซึ่งมีความแตกต่างกันแต่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยถือว่าความแตกต่างเป็นสิ่งที่งดงาม

"ผมขอเสนอว่าให้เรามานัดกัน โดยเริ่มในเดือนรอมฎอน เพื่อยุติการปฏิบัติการความรุนแรงในภาคใต้พร้อมกัน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และพี่น้องที่สร้างปัญหาความไม่สงบให้หยุด โดยฝากไปถึงคนที่ก่อเหตุความไม่สงบเพื่อจะมานั่งทำความเข้าใจกัน" พล.อ.ชวลิต กล่าว

พล.อ.ชวลิต กล่าวด้วยว่า ปัญหาในวันนี้มีอยู่เรื่องเดียวที่เป็นเรื่องใหญ่ คือคนขี่จักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันแล้วเอาปืนไปไล่ยิงคนบริสุทธิ์ ซึ่งเราต้องจัดการ แต่เมื่อจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็ต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า มีคนบริสุทธิ์ถูกยิง แม้กระทั่งผู้พิพากษา แสดงว่าผู้ก่อเหตุไร้ซึ่งความเมตตา ไม่มีความเข้าใจในปัญหา

"ยืนยันว่าวันนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น เมื่อก่อนอาจจะตาย 4 แต่วันนี้เหลือ 2 หรือเหลือ 1 ทั้งนี้ประเทศไทยถือว่าเราให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชน ซึ่งพี่น้องมุสลิมทราบกันดี" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

เผยไฟใต้ระอุต้องใส่เสื้อเกราะเก็บหลักฐาน

พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังถูกตั้งค่าหัว 1,000,000 บาท ว่ากระทรวงยุติธรรมมีนโยบายเสริมสร้างความยุติธรรมให้กับชาวบ้านใน 3 จังหวัดใต้ โดยเฉพาะการให้ความรู้ในการจัดเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุคดีอาญา เพื่อนำวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วยคลี่คลายคดี แต่ระยะเริ่มแรกไม่ได้รับการตอบสนองจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ส่วนหนึ่งมาจากการไม่เห็นความสำคัญ ปล่อยให้สถานการณ์บานปลายจนถึงขั้นรุนแรง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จึงถูกส่งลงไปช่วยงานในภาคใต้ โดยทีมงานนักนิติวิทยาศาสตร์ได้ลงไปเก็บหลักฐานในคดีฆ่าผู้พิพากษา คดีฆ่าผู้ใหญ่บ้าน คดีลอบสังหารครู และคดีลอบวางเพลิงหลายแห่ง แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้จะเดินทางไปปฏิบัติราชการพร้อมทหาร แต่ก็ต้องสวมเสื้อเกราะตลอดเวลา เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ความไม่ปลอดภัยและความอึมครึมในภาคใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ลงไปปฏิบัติงานเกิดความตึงเครียดบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกท้อถอยหรือหวั่นเกรงกับงาน แต่เหนื่อยและท้อใจกับมนุษย์ที่ไม่เข้าใจการทำงานมากกว่า และหนักใจแทนประชาชนในพื้นที่ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทีมงานนักนิติวิทยาศาสตร์จะทำงานในพื้นที่ต่อไป ส่วนตนจะเดินทางกลับไปในจังหวัดชายแดนอีกเมื่อไรนั้น ขอปกปิดเป็นความลับ เพื่อความปลอดภัย

รถคุ้มกันผู้พิพากษาส่งถึงปัตตานีแล้ว

สำหรับความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี อย่างอุกอาจ พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ผบช.ภ.9 กล่าวว่า มีการตรวจสำนวนและสอบพยานไปแล้ว 10 ปาก คนร้ายที่ถูกออกหมายจับมี 4 คน ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามจับกุมมาดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถหุ้มเกราะ 2 คัน ที่จะใช้คุ้มกันผู้พิพากษาจังหวัดปัตตานี ถูกส่งมาถึงพื้นที่แล้ว โดยรถดังกล่าวเป็นรถตู้ 6 ล้อติดแอร์ มีทางขึ้นด้านหลังรถ และมีประตูฉุกเฉินทางด้านซ้าย นอกจากนี้มีช่องมองซึ่งเป็นกระจกกันกระสุนสีเข้มทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 3 ช่อง ทั้งนี้ จะรับส่งผู้พิพากษาจากบ้านพัก ที่อยู่ ถ.ถ้ำน้ำ ต.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี โดยจะรับส่งช่วงเช้าเวลา 08.00 น.และช่วงเย็นเลิกงานเวลา 16.00 น. คาดจะเริ่มให้การอารักขาในวันที่ 27 ก.ย.นี้

วันเดียวกัน สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดสัมมนาเรื่อง "มาตรการป้องกัน และรักษาความปลอดภัยของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เนื่องจากสถารณการณ์ความไม่สงบในภาคใต้" ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมเชอราตัน จ.เชียงใหม่ โดยมีนายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ ประธานศาลฎีกา นายชัช ชลวร เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมเข้าร่วมงานกว่า 500 คน ซึ่งมีการหารือถึงการตั้งคอร์ท มาร์แชล หรือหน่วยงานอารักขาข้าราชการฝ่ายตุลาการขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงการเสนอร่างระเบียบเพื่อช่วยเหลือข้าราชการฝ่ายตุลาการ กรณีการเสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ราชการ




พระเครื่อง คม ชัด ลึก

ก๊วน กวน ข่าว
ดูดวง
ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทยในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น
จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซองส่องไทย
นักข่าวชาวบ้าน ห้องสนทนา
เวบบอร์ด ทักทายบันเทิง
คุยเฟื่องเรื่องกีฬา


fujitsuVisit Libertasamsung
nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543