ประชาธิปัตย์ฮึด ปลุกกระแสประชาชนร่วมทวงคืนประเทศไทย "บัญญัติ" ถล่มรัฐบาลบริหารล้มเหลว แถมมีผลประโยชน์ทับซ้อนอื้อ "ชวน" จี้สอบ ส.ป.ก.ให้หมดทั้งประเทศ ทรท.เตรียมซัด "เนวิน" อาทิตย์หน้า "พงศ์เทพ" ชิงเข้าเคลียร์ปัญหา "มหาจำลอง" พรรคประชาธิปัตย์จัดงานสัมมนาสมาชิกพรรค พร้อมกับเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กว่า 200 คน โดยมีแกนนำของพรรคและ ส.ส.ในพรรคร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค และนายโพธิพงษ์ ล่ำซำ รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการจัดการสัมมนา
นายบัญญัติ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ในการสัมมนาพรรคที่ จ.ระยอง ที่ผ่านมา พรรคได้เคยเตือนรัฐบาลในหลายเรื่อง และหลายเรื่องพรรคได้วิเคราะห์ถูก โดยเฉพาะปัญหาที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไข้หวัดนกที่รัฐบาลปกปิด จนส่งผลต่อการควบคุมในปัจจุบัน ที่ขณะนี้ มีการระบาดถึง 41 จุด
นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องมีการลดช่องว่างระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการสร้างความเป็นเอกภาพในพื้นที่ แต่รัฐบาลกลับใช้มาตรการตาต่อตาและมาตรการอุ้ม และขณะนี้ข้าราชการในภาคใต้ ยังเกิดความหวั่นไหวไปทั่ว เพราะไม่มีคนอารักขาในรัศมี 5 กิโลเมตรเหมือนกับนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ผลกระทบจากข้อตกลงของการเปิดเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ราคาผลไม้จากจีนมาตีตลาด ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรที่มีการประเมินเมื่อสิ้นปี 2546 พบว่า มีรายได้ลดลง 6% จึงไม่สงสัยว่าทำไมเสียงพรรคไทยรักไทยในภาคเหนือกำลังตกต่ำ และเศรษฐกิจของชาวบ้านจะเกิดปัญหา
นายบัญญัติ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่าหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นถึง 103,904 บาทต่อครัวเรือน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 4.4% แต่มีหนี้เพิ่มขึ้น 11.7% และรายจ่ายเพิ่มขึ้น 5.4% โดยรายจ่ายที่เพิ่มคือ การซื้อรถกระบะมือสองและโทรศัพท์มือถือ และค่าใช้จ่ายในภาคราชการที่สูงสุด คือค่ายานพาหนะกับค่าใช้จ่ายด้านสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งสภาพัฒน์ ก็หวังดีไม่อยากให้ประชาชนหลงทาง จึงออกมาแถลงชัดเจนว่า 5 ปีนับจากปี 2548 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะมีโอกาสขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และขาดดุลการค้า แม้จีดีพีจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยกเลิกมาตรการลดข้าราชการ 5% โดยจัดการให้มีการประเมินประสิทธิภาพและอบรมพัฒนาแทนว่า เรื่องนี้ฝ่ายค้านเคยเตือนแล้วก่อนหน้านี้แล้ว เพราะวันนี้ระบบการประเมินข้าราชการยังไม่มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบาย อาจจะเกิดอันตรายเพราะยังขายมาตรฐาน ยังปล่อยให้เป็นดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา ซึ่งหากได้ผู้บังคับบัญชาที่มีคุณธรรมก็ดีไป แต่ถ้าเป็นผู้บังคับบัญชาที่ปราศจากคุณธรรม ประเมินแบบเล่นพรรคเล่นพวกเหมือนที่รัฐบาลทำ ก็ไม่รู้ว่าข้าราชการจะหวานอมขมกลืนไปนานแค่ไหน
เตือนทัวร์นกขมิ้นติดไข้หวัดนก
?ในช่วงหลังนโยบายอะไรที่กระทบต่อเสียงรัฐบาลก็ถอยหมด เพราะฉะนั้นป้ายที่เคยขึ้นว่าจะไม่เอาชนะทางการเมืองนั้นก็เป็นเรื่องไม่จริง ดังนั้นผมมั่นใจว่ารัฐบาลนี้จะต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งจุดแข็งของรัฐบาลชุดนี้คือการตลาด โดยมียุทธศาสตร์ 4 สร้าง คือสร้างภาพ สร้างเรื่อง สร้างความหวัง และสร้างข่าวกลบข่าว แต่ผมว่าไม่ใช่การตลาดแต่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อมากกว่า โดยหลังจากนี้เป็นต้นไปรัฐบาลจะโฆษณาชวนเชื่อมากขึ้น มีทั้งลด แลก แจก แถม อย่างทัวร์นกขมิ้น ก็เป็นวิธีการกลบความล้มเหลวของรัฐบาลวิธีหนึ่ง แต่ผมอยากบอกว่า การใช้ชื่อนกก็ให้ระวังหน่อย เพราะนกติดไข้หวัดนกง่าย เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน? นายบัญญัติ กล่าว
ส่วนการที่รัฐบาลจะประกาศปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นขนานใหญ่ ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ นายบัญญัติ กล่าวว่า อยากถามนายกรัฐมนตรีว่า 3 ปีเศษที่ผ่านมา เหตุใดไม่ปราบปรามคอรัปชั่นกับคนใกล้ตัวนายกฯ แล้ววันนี้คิดการใหญ่ก็เป็นเพียงการตลาดโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น
นอกจากนี้รัฐบาลนี้ยังทำลายงบประมาณ และทำลายความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการออกนโยบายเอสเอ็มแอล ที่นำภาษีของประชาชนมาแจกชาวบ้าน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างรัฐบาลกับประชาชนในหมู่บ้าน แทนที่จะสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการจัดสรรงบประมาณให้เขาบริหารจัดการกันเอง
พร้อมกันนี้นายบัญญัติได้กล่าวให้กำลังใจกับผู้สมัครใหม่ของพรรคว่า อย่าหวั่นไหววิตกท้อแท้และท้อถอย ส่วนผู้สมัครเก่า ตนไม่ห่วง เพราะฝ่าอุปสรรคและเจอแรงดูด มาเยอะแล้ว แต่ยังสามารถอยู่ได้ จึงห่วงเพียงแต่ผู้สมัครรายใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านการตลาด และการโฆษณาชวนเชื่อ ทำให้อาจหวั่นไหวได้
"ประวัติศาสตร์การเมืองได้บอกไว้แล้วว่า อะไรที่เกินจริงก็อยู่ไม่ได้ และการเมืองไทยเมื่อถึงบทเปลี่ยน จะเปลี่ยนเร็ว เพราะฉะนั้นต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลา" นายบัญญัติ กล่าว
เปิดป้ายทวงคืนประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายบัญญัติได้นับถอยหลังร่วมกับสมาชิกพรรคเพื่อเปิดการสัมมนา พร้อมทั้งเปิดแผ่นป้ายขนาดใหญ่สีฟ้า มีข้อความว่า ?ถึงเวลา...ร่วมทวงคืนประเทศไทย? และได้มีการฉายวีดิทัศน์แสดงความล้มเหลวในการบริหารงานด้านต่างๆ ของรัฐบาล เช่น สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การปกปิดข้อมูลเรื่องไข้หวัดนก ปัญหาน้ำมันแพง ปัญหาเขตการค้าเสรี และการทุจริตคอรัปชั่นและปัญหาเศรษฐกิจ
ทั้งนี้มีการสรุปในตอนท้ายว่าหากปล่อยเช่นนี้ต่อไป พรุ่งนี้คนไทยจะอยู่อย่างไร ถึงเวลาที่ต้องร่วมทวงคืนประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้แจกเอกสารให้กับสมาชิกพรรคที่เข้าร่วมประชุมใน 7 ประเด็น ที่พรรคจะร่วมทวงคืนประเทศไทยร่วมกับประชาชน คือ 1.สิทธิเสรีภาพที่สูญเสียไป 2.ทรัพย์สินของประชาชนที่ถูกโกง 3.อำนาจของประชาชนที่ถูกลิดรอน
4.อำนาจขององค์กรอิสระเพื่อป้องกันนักการเมืองฉ้อฉล 5.ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกปล้นเอาไป 6.รัฐวิสาหกิจที่ถูกนายทุนฮุบไปเป็นสมบัติส่วนตัวคืนมา และ 7.คืนความสงบร่มเย็นกลับคืนมาโดยเร็ว
หลังจากนั้น นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวรายงานความคืบหน้าในการเตรียมการเลือกตั้งว่า พรรคได้มีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก ในวันที่ 26 ก.ย.จะมีการเปิดตัวผู้สมัครครั้งแรกที่คณะกรรมการบริหารพรรคให้การรับรอง จำนวน 246 คน และจะมีการเปิดตัวครบ 400 เขตภายในเดือน พ.ย.นี้
?วันนี้เราต่อสู้กับรัฐบาลที่ลุแก่อำนาจ เป็นรัฐบาลที่คุกคามเสรีภาพของสื่อและประชาชน มุ่งแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ต้องต่อสู้กับรัฐบาลที่ไม่ฟังเสียงประชาชน ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันทวงคืนประเทศไทย? นายประดิษฐ์ กล่าวและว่า ที่ผ่านมาพรรคได้หาเสียงใน 11 จังหวัดภาคใต้ และ 3 จังหวัดในภาคกลาง ในเดือน ต.ค.นี้ พรรคจะไปเดินสายปราศรัยในภาคอีสานด้วยรูปแบบคาราวานประชาธิปไตยและจะรณรงค์หาเสียงแบบเข้มข้นให้ครบในทุกภูมิภาคของประเทศ
"ชวน" เตือน "เนวิน" ใช้ ก.ม.มาตรฐานเดียวกัน
ด้าน นายชวน หลีกภัย กล่าวถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าเป็นคนสั่งตรวจสอบที่ดินของมูลนิธิพล.ต.จำลอง ศรีเมือง จ.สุพรรณบุรี โดยไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ว่า เรื่องนี้ต้องยึดหลักข้อเท็จจริงและกฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกจังหวัด ทุกกรณี
ส่วนที่มีการมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นทางการเมืองนั้น ตนไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องภายในพรรคไทยรักไทย แต่อย่างที่บอกว่า ต้องถือหลักว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เข้ากับกฎหมายมาตราไหน ก็ต้องทำให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ แต่ในแง่ของกฎหมาย ถ้ายังไม่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง ก็ต้องใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
"ทักษิณ" เครียดสั่ง "เนวิน" ยุติสอบที่ดินมูลนิธิ
รายงานข่าวจากพรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากการเยือนสาธารณรัฐอิตาลีและราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการเมื่อเช้าวันที่ 25 ก.ย. นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรฯ กับนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ได้ไปรอต้อนรับและเข้าหารือกับนายกฯ
ทั้งนี้นางสุดารัตน์ ได้รายงานถึงเรื่องปัญหาการระบาดไข้หวัดนกรอบสองที่พบผู้ป่วยเฝ้าระวังเสียชีวิต และผลสำรวจของเอแบคโพลล์ ที่ระบุคะแนนนิยมของพรรคไทยรักไทยและนายกฯ ตกลงทุกภาค รวมถึงสถานการณ์การเมืองในพรรคที่มีความขัดแย้ง หลังเกิดกรณีการตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.ของมูลนิธิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
โดยนายเนวิน ได้ร่วมชี้แจงเรื่องการตรวจสอบ ส.ป.ก.ของมูลนิธิด้วย ซึ่งนายกฯ ไม่ได้รู้สึกหนักใจปัญหาอื่น แต่เครียดเรื่องปัญหาพรรคกับ พล.ต.จำลอง อย่างมาก พร้อมได้สั่งให้นายเนวิน ยุติการสอบสวนเรื่อง ส.ป.ก.ไว้ก่อน และได้สั่งให้นางสุดารัตน์ กำชับ ส.ส.กทม.และ ส.ส.ภาคอื่น ให้ยุติวิจารณ์เรื่องนี้
"เนวิน" ประกาศรับผิดชอบแต่ผู้เดียว
นายเนวิน ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ ก็ไม่ได้สอบถามเรื่องมูลนิธิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.กว่า 500 ไร่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ดูเหมือน ส.ส.พรรคไทยรักไทยบางส่วนในพรรคแสดงความไม่พอใจ ถึงขนาดออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้มีการปรับ ครม. นายเนวิน กล่าวว่า ตนทำตามหน้าที่และรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ สื่อมวลชนและสังคมสามารถตรวจสอบในสิ่งที่ตนทำได้ เป็นหน้าที่ของตนในฐานะ รมช.เกษตรฯ ที่ต้องดำเนินการกับผู้ที่ครอบครองที่ดินรายใหญ่ที่มีประมาณ 200 กว่ารายทั่วประเทศ
โดยกระบวนการของตนคือการดำเนินการเพื่อให้มีการพิสูจน์สิทธิตามกฎหมาย ซึ่งถ้าสามารถพิสูจน์สิทธิได้ว่า ที่ดินที่มีการครอบครองเป็นแสนๆ ไร่จากผู้ครอบครอง 200 กว่ารายทั่วประเทศเขามีสิทธิ เพราะครอบครองก่อนที่จะมีการประกาศเขตป่าและเขตปฏิรูปที่ดิน ก็จะได้รับสิทธินั้นไป แต่หากใครพิสูจน์ไม่ได้และปรากฏหลักฐานว่ามาอยู่ภายหลังการประกาศเขตป่าและเขตปฏิรูปที่ดิน ตนก็ต้องนำที่ดินดังกล่าวมาจัดสรรให้กับพี่น้องคนจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และมาขึ้นทะเบียนคนจนไว้ 1,300,000 ราย
"ผมทำอย่างตรงไปตรงมาตามอำนาจหน้าที่ของ รมช.เกษตรฯ และผมพร้อมรับผิดชอบในทุกเรื่อง สังคมสามารถตรวจสอบได้ และผมก็พร้อมที่จะชี้แจงในพรรค ไม่มีปัญหา" นายเนวิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้จะมีกระแสกดดันยังยืนยันที่จะเดินหน้าตรวจสอบต่อไปหรือไม่ นายเนวิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของการทำตามหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบ้านเมือง เวลาที่เราจะทำอะไรกับคนที่มีฐานะทางสังคมมักมีปัญหาแบบนี้เสมอ จนไม่มีใครกล้าทำ ซึ่งในฐานะที่ตนเป็นรัฐมนตรีที่ดูเรื่องการปฏิรูปที่ดิน จะให้ตนยืนดูคน 200 กว่าคนที่ครอบครองที่เป็นแสนๆ ไร่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ในขณะที่ยังมีคนจนไม่มีที่ดินทำกิน 1,300,000 คนต่อไปอีกหรือ
ส่วนกรณีที่ นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทย อยากให้ใช้ระบบรัฐศาสตร์มากกว่าใช้หลักกฎหมาย นายเนวิน กล่าวว่า วันนี้กระบวนการพิสูจน์สิทธิใช้หลักรัฐศาสตร์ ตนยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งข้อหาจับกุมใครเลย เพียงแต่ออกหนังสือเชิญให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ ซึ่งเป็นหลักการทางรัฐศาสตร์ โดยยึดวิธีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเครื่องตัดสิน ถ้าถูกก็รับไป ถ้าผิดก็คืนมา การคืนมาเราก็ยังไม่ดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยซ้ำ พิสูจน์สิทธิแล้วผู้ครอบครองไม่ชอบด้วยกฎหมายตนก็ดำเนินคดี ก็ใช้หลักนิติศาสตร์
"วันนี้ผมบอกให้มาพิสูจน์สิทธิ เมื่อได้มาโดยไม่ชอบ ผมก็จะขอคืน เพื่อนำไปจัดสรรให้คนจน แต่ก็ไม่ได้ดำเนินคดี แต่ถ้าใครไม่ยอมคืน ทั้งๆ ที่พิสูจน์แล้ว ก็เป็นเรื่องที่ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องดำเนินคดี โดยยึดหลักนิติศาสตร์" นายเนวิน กล่าว
"สุดารัตน์" ยันยังไม่หารือปลด "เนวิน"
นางสุดารัตน์ ยอมรับว่า มี ส.ส.ในพรรคไม่สบายใจการตรวจสอบที่ดินมูลนิธิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ของนายเนวิน จริง แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวที่จะปรับ ครม.เพื่อปลดนายเนวินออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์
"ในส่วนของพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องปรับ ครม. และยังไม่ได้พูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งในพรรคอาจจะมีกลุ่มที่ไม่พอใจ ไม่สบายใจ จับเข่าคุยกัน เป็นการคุยกันของคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ระดับผู้บริหารพรรคยังไม่ได้มีการคุยอะไร" นางสุดารัตน์ กล่าว
ส่วนที่ ส.ส.จะให้นายเนวินไปชี้แจงเรื่องตรวจสอบที่ ส.ป.ก.ในที่ประชุมพรรควันอังคารนี้ นางสุดารัตน์ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิของ ส.ส.ที่สามารถซักถามได้
นายภิมุข สิมะโรจน์ รองโฆษกไทยรักไทย กล่าวว่า ผู้ใหญ่ในพรรคก็ให้สมาชิกทุกคนหยุดแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ควรรอการชี้แจงข้อเท็จจริงของนายเนวินในการประชุมพรรควันอังคารนี้ก่อน หากสมาชิกมีอะไรสงสัยก็ให้ซักถามนายเนวินได้อย่างเต็มที่
"พงศ์เทพ" เคลียร์ "จำลอง"
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม กล่าวยอมรับว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ย. ได้ไปพบกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เพื่ออธิบายเรื่อง ส.ป.ก. โดยเดินทางไปพบก่อนที่ นายกฯ จะมีคำสั่งให้ไปชี้แจง ทั้งนี้เพื่ออธิบายเหตุผลการตรวจสอบเรื่อง ส.ป.ก. ซึ่ง พล.ต.จำลอง ก็ได้เล่าที่มาที่ไปของที่ดินผืนดังกล่าว รวมทั้งกระบวนการการยื่นขอเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. และ พล.ต.จำลอง ได้กล่าวเพียงสั้นๆ ด้วยว่า หากทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็ไม่ติดใจอะไร