ยิงแสกหน้า "ส.ท.บู้" รองนายกเล็ก-นักธุรกิจร้อยล้านคนดังเมืองชุมพร ดับคฤหาสน์หรูช่วงดึก หลังยืนฉี่ข้างโรงรถ เผยคนร้ายสุดเหี้ยม ไล่ตามจ่อยิงหน้าผากซ้ำจนดับคาที่ ขณะที่เมียได้ยินเสียงปืน แต่ไม่เอะใจ สุดท้ายแม่บ้านมาพบศพช่วงเช้า ตร.พุ่งเป้าปัญหาร้าวฉานในครอบครัว หลังฟ้องหย่าเมีย แต่ไม่ทิ้งปมหักธุรกิจและการเมืองท้องถิ่น คดีคนร้ายก่อเหตุอุกอาจ บุกยิงแสกหน้ารองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมพรดับคาบ้านพักครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 25 ก.ย. ร.ต.อ.นภดล สมตน ร้อยเวร สภ.ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิสาร เปล่งขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.สุเทพ ก่อสกุล รอง ผกก.หน.สภ.ต.วิสัยเหนือ น.พ.วิบูลย์ ทองด้วง โรงพยาบาลชุมพร และกำลังเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านเลขที่ 46 บ้านคลองหนาย หมู่ 7 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวแบบคฤหาสน์หรู สร้างด้วยหินอ่อน ตั้งอยู่หลังปั๊มน้ำมัน ปตท.อภิสินธุ์ปิโตรเลียม ริมถนนสายเอเชีย 41 ขาล่องใต้ พบว่า มีร่างของนายมาโนช วัชรสินธุ์ หรือ ส.ท.บู้ อายุ 38 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ที่สนามหน้าบ้าน
สำหรับสภาพศพสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสลับลาย นุ่งกางเกงสีดำ สวมรองเท้าหนังสีดำ และเครื่องประดับราคาแพงหลายรายการ ที่มือขวากำกุญแจรถปิกอัพโตโยต้า 2 ตอน สีเทา ยังไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งจอดห่างจากศพเพียง 2 เมตร ส่วนที่ซิปกางเกงยังไม่รูดขึ้นมาจนสนิท กางเกงมีร่องรอยเปื้อนปัสสาวะ
จากการตรวจสอบสภาพศพของ น.พ.วิบูลย์ พบว่า ที่ไหล่ด้านขวามีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซอง 13 รู ส่วนที่ไหล่ซ้ายมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด ส่วนที่หน้าผากมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาด 9 มม. 1 นัด ทะลุออกศีรษะด้านหลัง เลือดที่ไหลเปรอะเปื้อนร่างกายเริ่มแห้งกรัง แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วร่วม 3 ชั่วโมง
ตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 4 นัด ปลอกปืนลูกซอง 2 นัด ส่วนที่กำแพงด้านหลังที่ติดกับสวนปาล์มขนาดใหญ่ มีร่องรอยของคนร้ายและรอยนิ้วมือจำนวนมาก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนางกาญจนา วัชรสินธุ์ อายุ 36 ปี ภรรยาของนายมาโนช ให้การว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ช่วงดึกของวันที่ 25 ก.ย. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น แต่ไม่ทราบว่าเป็นเสียงปืนจากไหน อีกทั้งบ้านที่พักอาศัยติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง และ
อาศัยอยู่กับแม่บ้าน และลูกๆ จึงได้แต่ลุกขึ้นมาแหวกผ้าม่านดู แต่ไม่เห็นเหตุการณ์อะไร เพราะห้องนอนอยู่ตรงข้ามกับจุดที่นายมาโนชถูกยิง จึงไม่ได้สนใจอะไร
ภรรยาผู้ตายอ้างว่า ช่วงเกิดเหตุโทรศัพท์ที่บ้านพักเสีย จึงไม่ได้แจ้งตำรวจในเวลานั้น กระทั่งเช้าเวลาประมาณ 06.00 น. แม่บ้านคือ นางบุญจบ มีเลิศ อายุ 55 ปี กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ได้สังเกตเห็นว่า ที่โรงจอดรถข้างบ้านมีร่างของนายมาโนชนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ จึงรีบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบดังกล่าว
นางกาญจนา ให้การอีกว่า ตนได้แต่งงานอยู่กินกับนายมาโนชมาตั้งแต่ปี 2536 จากเดิมที่ย้ายมาจาก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มาเริ่มต้นธุรกิจใน จ.ชุมพร จนมีฐานะร่ำรวย ปัจจุบันมีลูกสาวและลูกชายฝาแฝด รวม 3 คน ภายหลังสามีมีเรื่องระหองระแหงกับตน ไม่พูดจากันมานานร่วมปี แต่ยังอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน จนถึงเวลานี้ได้ฟ้องร้องเพื่อขอหย่า แต่ก็ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะรุนแรงแต่อย่างใด ถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ เพราะมีหุ้นส่วนธุรกิจด้วยกัน ซึ่งมีทั้งทรัพย์สินและหนี้สินร่วมร้อยล้านบาท ล่าสุดกำลังเริ่มธุรกิจปุ๋ยตัวใหม่
ส่วนเรื่องสาเหตุการสังหารนั้น นางกาญจนา ให้การว่า ไม่ทราบ เพราะปกติสามีไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง อีกทั้งเขามักจะออกเที่ยวเตร่และจะกลับเข้ามานอนที่บ้านในช่วงเช้าตรู่เสมอ
พล.ต.ต.วิสาร เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ย. นายมาโนชได้เดินทางไปร่วมงานแต่งงานในตัวเมืองชุมพร และเที่ยวเตร่ต่อจนกระทั่งดึก จากนั้นได้ขับรถปิกอัพคันดังกล่าวกลับบ้าน เมื่อมาจอดรถหน้าบ้านในอาการเมาเล็กน้อย ก็ได้เดินไปยังริมรั้วหลังบ้าน เพื่อปัสสาวะ ในจังหวะที่ยืนปัสสาวะไม่ทันเสร็จ ปรากฏว่า มีปืนมือ 2 คน ซุ่มอยู่ในสวนปาล์มที่ติดกับหลังบ้านใช้ปืนลูกซองยิงเข้าที่ไหล่ซ้าย นายมาโนชพยายามวิ่งกลับมาที่รถ เพื่อจะเอาปืน คนร้ายจึงยิงซ้ำด้วยปืนขนาด 9 มม.เข้าที่ไหล่ซ้ายอีกนัดจนล้มลง คนร้ายจึงปีนรั้วบ้านวิ่งตามมาที่ร่างของนายมาโนชที่ล้มลงก่อนถึงรถเพียง 2 เมตร ก่อนใช้ปืนขนาด 9 มม.จ่อยิงที่หน้าผาก ทะลุศีรษะด้านหลัง อีก 1 นัด จนแน่ใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงพากันปีนรั้วหลังบ้านหลบหนีไปในสวนปาล์ม
พล.ต.ต.วิสาร กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ลอบยิงครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นการสังหารไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องส่วนตัวในครอบครัว ซึ่งกำลังมีเรื่องฟ้องหย่ากับภรรยา ขัดแย้งในวงการธุรกิจ และเรื่องการเมือง
สำหรับนายมาโนช ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมพร สังกัดทีมศรีชัย ซึ่งมีนายศรีชัย วีระนรพานิชย์ เป็นนายกเทศมนตรี ซึ่งนายมาโนชมีธุรกิจทางด้านปั๊มน้ำมัน และธุรกิจอื่นๆ อีกหลายอย่าง มีทรัพย์สิน และเงินสดมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ที่สำคัญถือเป็นผู้มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งใน จ.ชุมพร ทั้งยังเคยเป็นนายกสมาคมกีฬา จ.ชุมพร แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า "ส.ท.บู้" เนื่องจากเป็นสมาชิกเทศบาลมานานหลายสมัย