บทเรียนฝรั่งนั่งบนเศียรพระพุทธรูป-ขวดไวน์พระ กระทรวงวัฒนธรรมเพิ่งตื่น สั่งค้นหาชื่อ ที่อยู่ที่แท้จริงของ "ฟิลลิปป์ คาแลนด์" แจกจ่ายให้ชาวพุทธทั่วโลกเคลื่อนไหวประณาม หากยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว เตรียมงัดมาตรการเด็ดขาดห้ามเข้าประเทศ พร้อมคลอดสมุดปกขาว ?ดูแอนด์ด้อนท์? สอนฝรั่งเข้าใจวัฒนธรรมไทย แจกต่างชาติตามแหล่งขายตั๋วเครื่องบิน บริษัททัวร์ โรงแรม สถานทูต และ สตม.ก่อนเข้าไทย ล่าสุด กมธ.ศาสนาเห็นชอบเตรียมเสนอ ?อนุรักษ์? ตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบแล้ว เหตุการณ์ชาวต่างชาติลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธรูปซึ่งเป็นสิ่งสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา ล่าสุดผู้กำกับชาวอเมริกัน "ฟิลลิปป์ คาแลนด์" ทำโปสเตอร์โฆษณาภาพยนตร์เรื่อง ฮอลลีวู้ด บูดดา (Hollywood Buddha) ย่ำยีพระพุทธศาสนาด้วยการให้นักแสดงนำขึ้นไปนั่งอยู่บนเศียรพระพุทธรูปนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ตนอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้จบไปง่ายๆ เพียงแค่นายฟิลลิปป์ยอมออกมาขอโทษ เพราะจากที่ดูแล้วนายฟิลลิปป์เจตนาจะลบหลู่พระพุทธศาสนาเพื่อสร้างความไม่พอใจให้ชาวพุทธทั้งโลกออกมาเคลื่อนไหว เพื่อสร้างความดังให้ภาพยนตร์ที่ตัวเองกำกับ ดังนั้น ตนจึงได้หารือกับ ดร.กล้า สมตระกูล รองปลัด วธ. คิดวิธีประณามฝรั่งคนนี้ในแบบภาคประชาคม ไม่ใช่การตอบโต้ระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ให้ได้รับบทเรียนที่สาสมกับการกระทำของตัวเอง
วิธีแรก ขณะนี้ตนได้พยายามค้นหาที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่แท้จริงของนายฟิลลิปป์ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน อีเมล บริษัทที่ทำภาพยนตร์ นายจ้าง พ่อแม่ คนที่นายฟิลลิปป์นับถือ ทุกอย่างที่จะติดต่อไปยังนายฟิลลิปป์ โดยจะติดต่อขอให้คนไทยในแอลเอ สหรัฐอเมริกา ช่วยเหลือหาข้อมูลให้ ในขณะเดียวกันจะสอบถามจากผู้กำกับในวงการภาพยนตร์ไทยที่รู้จักผู้กำกับภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ดมาประกอบกันให้มากที่สุด เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วจากนั้นตนจะส่งแจกจ่ายไปยังชาวพุทธศาสนิกชนทั่วโลกรับทราบและช่วยกันชี้แจง บอกเล่าถึงความรู้สึกและความคิดเห็นของชาวพุทธคนหนึ่งที่ถูกย่ำยีทางจิตใจให้นายฟิลลิปป์รับรู้ทุกวัน รวมถึงเจ้านาย ญาติพี่น้อง พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ที่เคยศึกษามา และที่ยังภาคภูมิใจในการกระทำของนายฟิลลิปป์ได้ทราบผลของการกระทำของเขาครั้งนี้ ว่านี่หรือบุคคลที่พวกเขาภาคภูมิใจ โดยให้ทยอยส่งไปเรื่อยๆ ทั้งจากชาวพุทธในไทย อินเดีย ศรีลังกา จีน ฯลฯ จนนายฟิลลิปป์อยู่ไม่ได้และไม่คิดจะกระทำการดูหมิ่นเช่นนี้อีก แทนที่จะส่งหนังสือชี้แจงจากกระทรวงการต่างประเทศไปฉบับเดียวแล้วจบไป ซึ่งตนคิดว่ามันไม่ได้ผล
วิธีที่ 2 จะขอความร่วมมือเครือข่ายที่เป็นระดับกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ใช้วิธีทางสันติเหมือนเป็นทูตวัฒนธรรม ไปขอพบกับนายฟิลลิปป์เพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวถึงที่มาที่ไปของการกระทำผิดครั้งนี้ที่คำว่าขอโทษเพียงคำเดียวไม่พอ แล้วรายงานผลกลับมายังกระทรวงวัฒนธรรม หากท่าทีของนายฟิลลิปป์ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการกระทำครั้งนี้ ต้องมีมาตรการเด็ดขาดห้ามเข้าประเทศ แต่หากมีท่าทีอ่อนลง อยากจะขอโทษคนไทยและชาวพุทธทั่วโลกจริงๆ ก็จะหาทางให้นายฟิลลิปป์เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยสักครั้ง เพื่อมาศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณี แต่หากกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิต ก็จะหาหาวิธีให้นัดเจอคนไทยในแอลเอ ให้เตรียมกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศไทย พูดคุยกันอย่างนุ่มนวลในลักษณะสันติวิธี อะไรที่ทำได้และอะไรที่ทำไม่ได้ ให้เข้าใจกันแบบสันติวิธี เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้มีการลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธศาสนาอีก
ด้าน ดร.กล้า กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะที่ดูงานด้านวัฒนธรรม มีโครงการผลิตสมุดปกขาวดูแอนด์ด้อนท์ (Do and Don't) หรือ คู่มือแนะนำสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ในสังคมไทย อย่างที่เห็นชัดเจนในเรื่องการนับถือพระพุทธรูปเป็นของสูงมีค่าต่อจิตใจมาก ใครจะมาย่ำยีลบหลู่ไม่ได้ ไม่ว่าจะนำมาเป็นเครื่องหมายการค้าติดที่รองเท้า ทำเป็นลวดลายชุดชั้นใน หรือเอาพระพุทธรูปไว้กลางบาร์ ล้วนเป็นสิ่งต้องห้าม
"ถ้าเราบอกเตือนแล้วเขายังทำอีก ชาวพุทธต้องช่วยกันประณามหรือห้ามเข้าประเทศไทย รวมถึงวัฒนธรรมที่ไม่ควรมองข้าม อย่างคนอายุน้อยมาจับหัวผู้ใหญ่ไม่ได้ การใช้เท้าชี้ เป็นวัฒนธรรมที่ฝรั่งยังไม่เข้าใจ ขณะเดียวกันคนไทยไปยกนิ้วกลางให้ฝรั่งจะถือมาก ขณะที่คนไทยยกกันเป็นว่าเล่น สมุดปกขาวนี้ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน แต่คงไม่สามารถทำให้การลบหลู่ดูหมิ่นหายไปอย่างสิ้นเชิงได้ เพราะยังมีคนที่ชอบแกล้งเป็นไม่รู้ ชอบใช้เป็นสื่อโฆษณาและคนที่ตั้งใจลบหลู่จริงๆ" รองปลัด วธ.กล่าว
ดร.กล้ากล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นจะเหลือเพียงคน 2 ประเภท คือ ไม่รู้แล้วทำ เราก็อภัยให้ได้ แต่ถ้ารู้แล้วหวังผลทางธุรกิจ หวังที่จะเหยียดหยามดูหมิ่น ตรงนี้เราสามารถที่จะห้ามเข้าประเทศได้ จะเป็นกี่ปีนั้นขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระการดูหมิ่นว่าเข้าข่ายรุนแรงแค่ไหน ซึ่งเบื้องต้นจะทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศให้พิจารณาการออกวีซ่าให้ชาวต่างชาติที่กระทำผิดว่า ฝรั่งคนนี้ ชื่อนี้ เคยกระทำดูหมิ่นเหยียดหยาม ประณาม เผาธงชาติไทย ก็สามารถห้ามเข้าประเทศ โดยจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับคนต่างชาติเข้ามา เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) บริษัทจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน บริษัททัวร์ โรงแรม และตามสถานทูตประเทศต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในไทยให้ช่วยกำชับและเผยแพร่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้นำเสนอเรื่องการผลิตหนังสือปกขาวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม วุฒิสภา ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และได้พูดคุยหารือกับทางกรมสารนิเทศ ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และวัฒนธรรมที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับมอบหมายบ้างแล้ว แต่ยังไม่เสนอเรื่องอย่างเป็นทางการ
ดร.กล้ากล่าวต่อไปว่า ดังนั้น ตนจะเร่งทำหนังสือเสนอเรื่องผ่าน ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ ปลัด วธ. และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมว.วธ. เห็นชอบแล้วตั้งคณะกรรมการขึ้นมารับผิดชอบโดยเฉพาะในหนังสือปกขาวดูแอนด์ด้อนท์จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยที่ควรทำหรือไม่ควรทำกี่ข้อ อะไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการเหยียดหยามศาสนา ผู้หญิงไทย การลักลอบการค้าวัตถุโบราณ และกระทำผิดต่อวัฒนธรรม เป็นต้น และออกมาตรการที่จะทำให้ชาวต่างชาติเกรงใจ ไม่ทำผิดจารีตประเพณีอันดีงามของไทย
ทั้งนี้ การที่ฝรั่งสนใจศิลปะและวัฒนธรรมประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยนั้น ตนมองว่าเพราะศิลปะและวัฒนธรรม ศาสนา คือจุดแข็งของเรา กว่ามันจะเกิดขึ้นมาได้ต้องใช้เวลานาน แต่ชาวต่างชาติอย่างฝรั่งตะวันตกไม่มีอะไรเหลือ ปล่อยอิสระจนกลายเป็นตัวทำลายวัฒนธรรมคนอื่น เช่น วัฒนธรรมทางเพศ ชายกับชาย หญิงกับหญิง หรือการมีกิ๊ก เปลี่ยนคู่นอน จนมองข้ามวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอง เด็กไทยก็รับเอามาทำ หากเป็นเช่นนี้เรื่อยไปแนวโน้มประเทศไทยชายกับชายจะต้องออกมาเรียกร้องให้สิทธิเสรีภาพในการครองคู่ จดทะเบียนสมรสกันได้เหมือนในบางประเทศได้