NATIONZONE : Education


ครบรอบ 50 ปี โรงเรียนศรีวิกรม์

"ทยา ทีปสุวรรณ" ผู้จัดการ (คนเก่ง) โรงเรียนศรีวิกรม์ และวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิกรม์บริหารธุรกิจ

   “ตระกูลศรีวิกรม์” ยุคเฟื่องฟูพิสมัยงาน “การศึกษาเพื่อสร้างคน” ด้วยการริเริ่มก่อตั้งและเป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนศรีวิกรม์และวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิกรม์บริหารธุรกิจ จากรุ่นคุณพ่อ “เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์” อดีตนักการเมืองน้ำดีชื่อดังระดับรองนายกรัฐมนตรีและอดีตกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐตูนิเซียประจำประเทศไทย สู่รุ่นคุณแม่ “คุณหญิงศศิมา (วุฑฒินันท์) ศรีวิกรม์” นักธุรกิจหญิง (แสนสวย) ระดับแถวหน้าของเมืองไทยเจ้าของหนังสือ “บังเอิญ” ที่ให้ข้อคิดจากประสบการณ์จริงของ “คุณหญิงศศิมา” เป็นบทเรียนสอนใจหญิงครองเรือนก่อนจะสายเกินแก้ไข
 
   เมื่อการศึกษาไม่ใช่ “ธุรกิจ” ที่จะหวังเพียงผล “กำไร” ในสายตา “ตระกูลศรีวิกรม์” ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของการบริหารจัดการ 2 สถานศึกษาเลื่องชื่อจึงไม่มีข้อจำกัดในการทุ่มเททรัพยากรเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ “สร้างคนดีออกรับใช้สังคม” ด้วยวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ “เน้นความเป็นเลิศทางภาษาและนำสู่มาตรฐานสากลบนพื้นฐานความเป็นไทย ใฝ่ใจพัฒนาจิตสาธารณะ” 
 
   แม้ “โรงเรียนศรีวิกรม์” ถูกส่งต่อถึงมือรุ่นลูก คนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง “ผศ.พิมล ศรีวิกรม์” และ “อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ” บุตรสาวคนเดียวในพี่น้องทั้งหมด 4 คน ด้วยพี่น้องอีก 3 คนล้วนเป็นชาย คือ คุณพิมล คุณชัยยุทธ และคุณวิกร ซึ่ง พี่น้องคู่ชายหญิงนี้สลับกันชิมลางงานการเมือง เมื่อครั้ง “บิ๊กเอ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์” พี่ชายก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ทางการเมืองในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยุค “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ขณะที่ “น้องสาว” อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ ก็ได้รับเชิญจาก “คุณชาย-ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร” ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร เมื่อ 4 ปีที่แล้วให้มาช่วยงานในตำแหน่ง “รองผู้ว่าฯ กทม.” นั้น “บิ๊กเอ” ได้รับความไว้วางใจจาก “ครอบครัว” ให้มารับ “ไม้ผลัด” ต่อจาก “น้องสาว” ในฐานะผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนศรีวิกรม์ และวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิกรม์บริหารธุรกิจ ตำแหน่งเดิม ที่คุณพ่อ “เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์” เคยรับผิดชอบ
 
   เหนืออื่นใด “โรงเรียนศรีวิกรม์” ยุคนี้อยู่ภายใต้การบริหารงานของคนรุ่นใหม่ไฟแรง มีการผ่องถ่ายอำนาจการบริหารจัดการด้วยกันหลายตำแหน่ง นอกจากมี “บิ๊กเอ” ผศ. พิมล ศรีวิกรม์ ผู้บริหารหนุ่มอารมณ์ดีเป็นผู้รับใบอนุญาตฯแล้ว ยังมี “น้องสาว” อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ หวนคืนตำแหน่งผู้จัดการ (คนเก่ง) โรงเรียนศรีวิกรม์ และวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิกรม์บริหารธุรกิจเป็นสมัยที่ 2 แทนคุณน้าคุณทมยันตี โปษยานนท์ ที่กลับไปทำงานเขียนตามที่ใจรัก ขณะเดียวกันก็ขยับเก้าอี้ “ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีวิกรม์” ให้ “อาจารย์แอ๊ด-อัญชลี ภู่ประเสริฐ” นั่ง ส่วนเก้าอี้ “ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิกรม์บริหารธุรกิจ” ยังเป็นของ “นางจารุพร แก้วมีชัย”
 
   อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ สาวขาลุย อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ทางด้านการศึกษาการท่องเที่ยวและกีฬา 4 ปี เป็นศิษย์เก่าอนุบาล โรงเรียนศรีวิกรม์และโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย, ประถมศึกษา โรงเรียนประถมสาธิตประสานมิตร, มัธยมศึกษาโรงเรียนสาธิตปทุมวัน แผนกศิลป์คำนวณ, ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโทที่ London School of Economics (LSE) ประเทศอังกฤษ, ปริญญาโท MBA ที่สถาบันศศินทร์ อดีตพนักงานแผนก สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (2 ปี) และอดีตผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์ สู่ตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์ ก่อนลาออกชิมงานการเมืองในตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552 และหวนคืนสู่ตำแหน่งเดิม “ผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์” เมื่อปีการศึกษา 2556 
 
   “ดีใจมากที่ได้กลับมาทำงานที่ใจรัก เพราะ 4 ปีในตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. ได้เปิดโลกทัศน์ในมิติที่ใหญ่ขึ้นระดับชาติ ได้คลุกคลี ได้เรียนรู้หลากหลายประสบการณ์ การศึกษาจาก 438 โรงเรียนกทม. ได้ดูงานทั้งในและต่างประเทศ จะนำความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นกลับมา ต่อยอดพัฒนาโรงเรียนศรีวิกรม์และวิทยาลัยเทคโนโลยี ศรีวิกรม์บริหารธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป” ผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
 
   ช่วงว่างเว้นจากงานวุ่นบนเก้าอี้ผู้บริหารการเมืองท้องถิ่นของ “ทยา ทีปสุวรรณ” พร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจและ มันสมองเพื่อขับเคลื่อน “ศรีวิกรม์” ในทุกมิติควบคู่กับการดูแลทายาทลูกหญิงชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสาม “น้องเฟย์” ณฤทัยน้องฟินน์” นรุตม์ และน้องนุชสุดท้อง “น้องฟีฟ่า” ณฤพล ให้ได้รับไออุ่นรักจากพ่อแม่ “ตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กทม.เขต 26 ราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ หัวหน้าครอบครัวและเท้าช้างเคียงข้างอย่าง “อีฟ” ทยา ผู้เป็นแม่
 
   “4 ปีที่ผ่านมาทำงานหนักแต่มีความสุขมากๆ ได้คิด นอกกรอบ คุณชาย (ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร) ปล่อยให้ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง ได้รับบทเรียนที่ล้ำค่าจากกทม.ใหญ่มาก ต้องปรับตัวในการทำงานทุกวันและไม่ค่อยให้เวลาครอบครัวเต็มที่ก็เลยขอเบรกการเมืองไว้ก่อน อีกทั้งเป็นช่วงที่ลูกๆ กำลังโตเป็นวัยรุ่นด้วย ก็นั่งคุยกันว่าถ้าอีก 4 ปี ยังทำงานการเมืองอยู่อาจจะไม่ได้อยู่ดูแลพวกเขาในช่วงที่ต้องการเรา ตอนนี้คนโตก็ 13 ปี คนกลาง 11 ปี ส่วนคนเล็ก 6 ปี พ่อบ้านก็ยุ่งมากในบทบาท ส.ส. และผอ.พรรค (ประชาธิปัตย์) จริงๆ สนุกกับงานมาก แต่ก็ตัดสินใจว่าต้องเลือกระหว่างลูกกับงานที่เรารัก เลยคิดว่าอยากดูแลลูก เป็นบทบาทที่เรามีความสุขในการดูแลเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ”  
 
   สำหรับมุมมองในการปลูกฝังทัศนคติเชิงสร้างสรรค์ให้กับเยาวชน ตามหลักสูตร “โตไปไม่โกง” ที่ “อีฟ” ทยา เป็นผู้ริเริ่มโครงการอยู่ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลูกฝังให้นักเรียนเป็นคน “เก่ง” และ “ดี”
 
   หลักสูตร “โตไปไม่โกง” จะสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลเพื่อปลูกฝังค่านิยมและคุณลักษณะที่ดีแก่เด็กได้ซึมซับเป็นพลเมืองดีในอนาคต
“เราจะร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในการเตรียมพร้อม อบรมคุณครูเพื่อสอน หลักสูตรนี้จะเน้นให้เด็กของเราเป็นคนเก่งและดี โตไปไม่โกงบ้านเมือง เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ ซึ่งร.ร.กทม.สอนหลักสูตรโตไปไม่โกง ในทุกระดับชั้นเรียนแล้ว เป็นการฉีดวัคซีนความดีให้เด็กโตขึ้นโดยมีค่านิยมของความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนของสังคม การปลูกฝังทัศนคติในเชิงสร้างสรรค์นั้นไม่ง่ายแต่ไม่ยากเกินความสามารถ 
 
   “อีฟ” ทยา ได้ต่อยอด “โตไปไม่โกง” จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ทั้งจากพ่อแม่ ครู นักเรียน และอาจารย์จากนิด้า และทำหนังสั้นซีรีย์ “โตไปไม่โกง” จำนวน 15 เรื่อง ฝีมือผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังจากค่าย GTH ที่โด่งดังจากซีรีย์ดัง “ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น” ที่ช่วยกันคิดเพื่อขยายผลไปสู่กลุ่มวัยรุ่นอื่นๆ นอกเหนือจากเด็ก กทม. ผ่านฟรีทีวี และ You Tube (ยูทูป) 
 
   “เราตั้งใจปลูกฝังเด็กว่าโตขึ้นต้องซื่อสัตย์ในทุกๆ เรื่องและต้องต่อต้านคอร์รัปชั่นด้วย เด็กๆ ได้ดูก็บอกว่าหนังสั้นสนุกและมีความคิดเห็นสอดแทรกเข้าไปว่าตรงนั้นน่าจะอย่างนั้น..อย่างนี้..ส่วนลูกๆ เขาภูมิใจว่าหนังที่แม่ทำไปฉายที่โรงเรียน (โชรส์เบอรี่อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล) เพื่อนๆ ชอบ สนุก และมีความคิดดี เราก็ภูมิใจในสิ่งที่ทำให้โรงเรียนกทม. ประสบความสำเร็จในการสร้างน้ำดีต่อไป ในอนาคตจะนำมาต่อยอดที่โรงเรียนศรีวิกรม์”
 
   ขณะเดียวกัน “อีฟ” ทยา ยังมุ่งพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนแบบประถมนานาชาติ หรือ International Primary Curriculum (IPC) จากประเทศอังกฤษ มาบูรณาการกับหลักสูตรการศึกษาของไทย เพื่อใช้ในระดับอนุบาลและประถมทั้งหลักสูตร English Programme (EP) Intensive Programme (IP) และ Child Centred Programme (CC) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเยาวชนไทยในการแข่งขันในเวทีสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเตรียมพร้อมรับประชาคมอาเซียนในปี 2558 
 
   ณ วันนี้ 50 ปี “โรงเรียนศรีวิกรม์” ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ในปีการศึกษา 2555 โรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบ 3 ในระดับ “ดีมาก” สำหรับระดับปฐมวัย และระดับ “ดี” สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องว่า “โรงเรียนศรีวิกรม์เป็นโรงเรียนเอกชนเพียงโรงเรียนเดียวที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นโรงเรียน ชั้นนำเทียบเท่ากับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา”
 
“ศรีวิกรม์” ย่อโลกการศึกษาแบบครบวงจร
“ศรีวิกรม์” ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะวิชาการ
 
   เพราะมีความเชื่อว่าการเรียนรู้ตามความสามารถและความสนใจจะทำให้นักเรียนเกิดทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตจริง โรงเรียนจึงมุ่งเน้นทักษะการคิด ทักษะสังคม ความเป็นผู้นำ การเปิดรับความเป็นสากล การมีจิตสาธารณะ และที่สำคัญคือค่านิยมและคุณธรรม ในการเป็นพลเมืองที่ดี รวมทั้งความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย 3 หลักสูตรที่เปิดสอน (CC, EP, IP) ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึง ม.6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 1,009 คน
 
   “เราจัดนักเรียนในแต่ละแผนการเรียนให้เหมาะสมกับวัยของของผู้เรียนและกลวิธีการสอนของแต่ละแผนการเรียน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพมากกว่าเน้น “ปริมาณ”
 
   สำหรับทีมครูชาวไทยและบุคลากรสนับสนุนการศึกษามีจำนวน 89 คน และมีครูต่างชาติ 20 คน ระดับประถมศึกษา ครูต่างชาติจะสอน 4 วิชาหลัก คือ วิทย์ คณิต อังกฤษ สุขศึกษา แต่ในอีกหลายวิชาสอนสลับกันระหว่างครูต่างชาติและครูไทย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาคทฤษฏีกับครูไทย และได้ฝึกปฏิบัติกับครู ต่างชาติ เช่น วิชาศิลปะ พลศึกษา คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังบูรณาการหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการกับหลักสูตร IPC (International Primary Curriculum) ของประเทศอังกฤษเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ในระบบสากลบนพื้นฐานความเป็นไทย 
 
   “เทอมหน้าเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ห้องเรียน EP ทุกห้องเรียนจะถูกติดตั้งกระดาษอัจฉริยะ (Active Board) ซึ่งนักเรียนจะได้เปิดโลกการเรียนรู้สู่ภายนอกห้องเรียนและตำรานอกจากนี้นักเรียน EP และ IP ตั้งแต่ชั้น Grade4 ขึ้นไปจะได้เรียนจาก iMac และ iPad ขณะเดียวกันก็เตรียมเทรนนิ่งครู เพื่อปรับตัวให้ทันสมัยมากขึ้นเพราะเด็กๆ สมัยนี้เก่งไอที.มาก หากครูผู้สอนไม่รู้เรื่องไอที. ความน่าเชื่อถือก็จะไม่มี” ผู้จัดการ ร.ร.ศรีวิกรม์กล่าว
 
   ในระดับมัธยมศึกษา ทุกวิชาสอนเป็นภาษาอังกฤษ ยกเว้นวิชาภาษาไทยและวิชาสังคมศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีนโยบายเปิดสอนการเตรียมความพร้อม เข้าสู่มหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ คือหลักสูตร SAT (Scholastic 
Assessment Test) การสอบวัดระดับการวิเคราะห์ทางด้านคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยและ IELTS (International English Language Testing System) การสอบ IELTS หมายถึง การทดสอบเพื่อวัดระดับความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับผู้สนใจทั่วไป
 
   “การสอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาทุกวันนี้มีความ ซับซ้อนมากขึ้น โรงเรียนเปรียบเหมือนต้นน้ำ ให้คำแนะนำเด็ก ก่อนจะก้าวออกจากรั้วโรงเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัย เด็กต้องมีความพร้อมมากที่สุด ที่โรงเรียนศรีวิกรม์มีการเตรียมพร้อมทุกอย่าง ทั้งวิชาการ ดนตรี กีฬาว่ายน้ำ เทควันโด เพื่อให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้นเพราะเราเตรียมทุกอย่างเอาไว้แบบครบวงจรจริงๆ” 
 
   ในวาระ 50 ปีโรงเรียนศรีวิกรม์ ทยากล่าวว่า.. 
   “เราไม่หยุดยั้งพัฒนาตัวเองตลอดเวลาเพื่อต้อนรับนักเรียนจากประชาคมอาเซียนจาก 9 ประเทศในปี 2558 ให้สามารถเดินทางมาเรียนต่อในเมืองไทยได้ และด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบาย มีรถไฟฟ้า BTS ผ่านหน้าโรงเรียน.. โรงเรียนศรีวิกรม์ เตรียมสร้างหอพักรองรับเด็กม.ปลายที่จะเดินทางจากต่างจังหวัดและต่างประเทศมาเรียนกับเรา ภายใต้การดูแลเอาใจใส่จากครูและ ผู้บริหารโรงเรียนอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเด็กของเราเมื่อเรียนจบ ออกไปได้สร้างชื่อให้โรงเรียน สอบได้ทุนทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เด็กของเราเป็นคนมีความสุข มีความรู้รอบด้าน มีทัศนคติที่ดี เป็นคนดีมีคุณธรรม รับใช้ชุมชนและสังคม”
 
   ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบ 50 ปี โรงเรียนศรีวิกรม์ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดงานเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ก้าวใหม่การศึกษาไทยสู่ AEC” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิระดับแถวหน้าของประเทศไทยร่วมเสวนา อาทิ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร 
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พระมหาวุฒิชัย (ท่าน ว.วชิรเมธี) นายวิกรม กรมดิษฐ์ ซีอีโออมตะนคร และผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยได้รับเกียรติอย่างสูงจากคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ณ โรงเรียนศรีวิกรม์
 
สำรองที่นั่งโทร. 02-7121001-4 ต่อ 514 
ภายในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556
www.srivikorn.ac.th
www.facebook.com/srivikornschool.sk