การเมือง

'ดีเอสไอ'อายัดบัญชี18แกนนำกปปส.

'ดีเอสไอ' อายัดบัญชี '18 แกนนำกปปส.' สั่งแช่แข็งห้ามเบิกถอนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมร่อนหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ขู่ผิดนัดเจอหมายจับ

 

            18 ธ.ค.56 เวลา 15.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวกถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดหลายฐานความผิดอันเนื่องจากมาจากการชุมนุมในนามกปปส.นัดแรกว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน 2 เรื่องคือ 1.การออกหมายเรียกแกนนำ 17 คนให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันเป็นกบฎ, กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่ สั่งการ และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกไปแต่ไม่เลิก หลังก่อนหน้านี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เคยขอศาลออกหมายจับแต่ศาลสั่งให้ออกหมายเรียกก่อนดังนั้นดีเอสไอจะดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งศาล โดยตนจะส่งหมายเรียกไปยัง 17 แกนนำในวันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค.) เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแบ่งเป็น 2 ชุด คือในวันที่ 26 และ 27 ธ.ค.นี้

            นายธาริต กล่าวอีกว่า เรื่องที่ 2. ดีเอสไอจะออกคำสั่งอายัดบัญชีแกนนำ รวม 18 คน คือ 17 คนที่ถูกออกหมายเรียกและนายสุเทพที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว โดยทั้งหมดจากการสอบสวนของตำรวจก่อนหน้านี้ถือว่าเข้าข่ายน่าเชื่อว่าร่วมกันกระทำความผิด ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดจึงขอให้อำนาจตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ออกคำสั่งแจ้งไปยังธนาคารทุกแห่งให้อายัดบัญชีแกนนำทั้ง 18 คน ในทุกบัญชี ทุกประเภท ทุกธนาคาร โดยให้แต่ละธนาคารจัดส่งสเตทเม้นท์ หรือหลักฐานการเดินบัญชี ย้อนหลัง 6 เดือนมาให้ดีเอสไอตรวจสอบทันที ซึ่งตนจะทำหนังสือแจ้งไปยังธนาคารทุกแห่งวันพรุ่งนี้(19 ธ.ค.) ทั้งนี้ นอกจากบัญชีดังกล่าวดีเอสไอจะสั่งอายัดบัญชีที่แกนนำกปปส.เปิดไว้เป็นบัญชีเพื่อรับบริจาคเงินสนับสนุนการชุมนุมอีก 2 บัญชี โดยทุกบัญชีจะถูกอายัดไว้จนกว่าการสอบสวนคดีจะแล้วเสร็จ เบื้องต้นจะยังไม่ตรวจสอบไปยังบัญชีบุคคลใกล้ชิด

            “ดีเอสไอเชื่อว่าหลังการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังแล้วจะทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของกระแสการเงินและจะทำให้ทราบว่ามีผู้ใดให้การสนับสนุนในลักษณะท่อน้ำเลี้ยงที่ให้เงินผ่านบัญชีแกนนำและบัญชีรับบริจาคกี่คน กี่ครั้งและเป็นจำนวนเท่าใดบ้าง จึงขอเตือนให้กลุ่มทุนหรือผู้สนับสนุนการชุมนุมที่ผิดกฎหมายหยุดการสนับสนุนหากยังฝ่าฝืนจะถือว่ามีเจตนาสนับสนุนหรือร่วมกระทำผิดกับบรรดาแกนนำอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้การชุมนุมเมื่อปี 2553 ดีเอสไอก็เคยอายัดบัญชีแกนนำไว้ตรวจสอบจำนวนกว่า 300 บัญชี แต่ครั้งนี้ดีเอสไอเลือกตรวจสอบเฉพาะบัญชีแกนนำ 18 คน ไม่ใช่การเหวี่ยงแหเหมือนเมื่อก่อน” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

            นายธาริต กล่าวต่อว่า ดีเอสไอจะเรียกออกหมายเรียกเจ้าของยานพาหนะ บริษัท ร้านค้า ที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมมาสอบสวนด้วย เนื่องจากมีข้อมูลว่ามีเจ้าของยานพาหนะ บริษัท ร้านค้า ให้การสนับสนุนการชุมนุม โดยดีเอสไอจะต้องคัดกรองบุคคลเหล่านี้เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าร่วมให้บริการเพราะรับจ้างหรือจงใจมาสนับสนุน ทั้งนี้ ดีเอสไอมีข้อมูลรถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการส่งกำลังบำรุง และยานพาหนะที่มาร่วมชุมนุมจากภูมิภาคต่างๆ

            ผู้สื่อข่าวถามว่าดีเอสไอได้มีการหารือเกี่ยวกับการจับกุมนายสุเทพที่ถูกออกหมายเรียกหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ได้มีการหารือว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ได้ตัวมาสอบสวน แต่ทุกอย่างต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริง หากการบุกจับกุมแล้วจะก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกับผู้ชุมนุมก็จะยังไม่ดำเนินการ โดยคดีดังกล่าวมีอายุความ 20 ปี จึงไม่จำเป็นต้องรีบเข้าไปจับกุม พร้อมกันนี้ขอเตือนไปยังผู้ที่ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกปั่นอาจเข้าข่ายร่วมกระทำผิดและต้องถูกออกหมายเรียกมาสอบสวนด้วย

            ผู้สื่อข่าวถามว่า หากในวันนัดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาผู้ชุมนุมมาปิดล้อมจะทำอย่างไร นายธาริต กล่าวว่า หากมีการปิดล้อมเกิดขึ้นดีเอสไอจะบรรยายสำนวนว่า เมื่อพนักงานสอบสวนเรียกแกนนำเข้ารับทราบข้อกล่าวหากลับมีการปลุกระดมให้ม็อบมาปิดล้อม อย่างไรก็ตามในการออกหมายเรียกผู้ต้องหาสามารถแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนตามนัดได้ เช่น กรณีเจ็บป่วยหรือมีภารกิจสำคัญ แต่จะต้องไม่ใช่การอ้างว่าไม่ว่างเพราะกำลังเป็นแกนนำการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย

            สำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายเรียก 17 คน ประกอบด้วย 1. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 2. นายชุมพล จุลใส 3. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 4. นายอิสระ สมชัย 5. นายวิทยา แก้วภราดัย 6. นายถาวร เสนเนียม 7. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 8. นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ 9. นางอัญชลี ไพรีรัก 10. นายนิติธร ล้ำเหลือ 11. นายอุทัย ยอดมณี 12. ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ 13. พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 14. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 15. นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ 16. พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ และ17. นายสมบูรณ์ ทองบุราณ