ศาสนา-พระเครื่อง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2557

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่13เม.ย.2557

คมเลนส์ส่องพระประจำวันที่ 13 เม.ย.2557 โดยแล่ม จันท์พิศาโล

                      ประกาศสงกรานต์ จุลศักราช ๑๓๗๖ พุทธศักราช ๒๕๕๗
 
                      นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าคณะโหรพราหมณ์ กองราชพิธี สำนักพระราชวัง เปิดเผยว่า คณะโหรพราหมณ์ได้ประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ ดังนี้
 
                      ในวันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติ ตรงกับวันจันทร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๐๘ นาฬิกา ๐๘ นาที ๐๘ วินาที โดยนางสงกรานต์ทรงนามว่า "โคราคะเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดาหาร ภักษาหารน้ำมัน พระหัตถ์ขวาทรงธนู (หรือไม้เท้า) พระหัตถ์ซ้าย ทรงพระขรรค์ เสด็จยืนมาเหนือหลังพยัคฆะ เป็นพาหนะ ส่วนวันที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๒ นาฬิกา ๐๙ นาที ๐๐ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น ๑๓๗๖
 
                      ปีนี้วันอาทิตย์เป็นวันธงชัย, วันจันทร์เป็นอธิบดี, วันเสาร์เป็นอุบาทว์, วันพุธเป็นโลกาวินาศ
 
                      ขณะที่ปีนี้ วันเสาร์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๔๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๘๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๒๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า นาคให้น้ำ ๖ ตัว
 
                      ส่วนเกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๐ ชื่อ "ปาปะ" ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผล ๑ ส่วน เสีย ๙ ส่วน มหาชนร้อนใจด้วยอาหารผล และเกณฑ์ธาราคุณ ตกราศีเตโช (ไฟ) น้ำน้อย
 
                      *** วันนี้...เข้าสู่...เทศกาลสงกรานต์...กันแล้วอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่อากาศในกรุงเทพฯ ก็ร้อนอย่างสุดหัวใจจริงๆ ผู้คนส่วนใหญ่พากันหลบร้อนออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา...ปีนี้ทางราชการประกาศ หยุดทำงาน เนื่องใน วันสงกรานต์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๒ ถึงวันพุธที่ ๑๖ เมษายน รวม ๕ วัน สร้างความสุข สนุกสนาน เบิกบานกันทั่วหล้า...ท่านที่ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดก็อย่าได้ประมาทอย่างเด็ดขาด อันตรายเกิดขึ้นได้ทุกวินาที...ขอให้ทุกท่านเดินทางอย่างปลอดภัย และมีความสุขสนุกสนานกับ เทศกาลสงกรานต์ กันอย่างเต็มที่
 
                      ** ช่วงนี้ สนามพระ คงเงียบเหงากว่าวันปกติ แต่รายงานข่าวแวดวงพระเครื่องก็ยังมีเหมือนเดิม...วันนี้ขอเริ่มด้วย พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี พระผงสุพรรณ มี ๓ พิมพ์ คือ พิมพ์หน้าหนุ่ม พิมพ์หน้ากลาง และพิมพ์หน้าแก่ โดยดูจากลักษณะของใบหน้าเป็นหลักในการแยกพิมพ์.... .เอกลักษณ์ของ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ คือ ใบหน้ามีลักษณะเหี่ยวย่นเหมือนหน้าคนแก่ ดวงตามองหลุบลงต่ำ พระกรรณ (หู) ขวายาวกว่าข้างซ้าย ปลายพระกโบร (ข้อศอก) ด้านซ้ายไม่คมชัด เห็นเพียงรางๆ ปลายพระองคุลี (นิ้วมือ) ซ้ายยาวไม่จรดพระพาหา (แขน) ขวา ใต้พระชงฆ์ (แข้ง) ซ้าย มีเนื้อเกินเป็นจุดเล็กๆ (มีเฉพาะพิมพ์หน้าแก่แทบทุกองค์) ฐานองค์พระคล้ายเรือสำเภา...โดยทั่วไปวงการนักสะสมจะยกย่อง พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ เป็นพิมพ์ยอดนิยมสูงสุด องค์สวยๆ เช่าหากันหลายล้านบาท องค์ในภาพนี้เป็นพระของ ป๋อง สุพรรณ
 
                      ** องค์ต่อไป เหรียญจอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร พิมพ์แข้งตรง เป็นเหรียญหล่อแบบโบราณ ด้วยเนื้อทองผสม วงการแยกออกเป็น ๔ พิมพ์ย่อย คือ พิมพ์แข้งชิด (หรือแข้งติด), พิมพ์แข้งตรง, พิมพ์ปลายเท้ากระดก และ พิมพ์ตาขีด เหรียญในภาพนี้ คือ พิมพ์แข้งตรง ดูจากปลายเท้าไม่มีลักษณะกระดกขึ้น และไม่มี "เม็ดโลหะ" เล็กๆ ระหว่างแข้ง (เท้า) ทั้ง ๒ ข้างที่วางซ้อนกัน ซึ่งเป็นลักษณะของ พิมพ์แข้งชิด (หรือแข้งติด)...เหรียญจอบเล็ก หลวงพ่อเงิน พิมพ์แข้งตรง นี้เป็นเหรียญของ นพ.มาณพ โกวิทยา ซึ่งมีความภาคภูมิใจกับเหรียญนี้มาก เนื่องจากเป็นเหรียญจอบเล็กที่มีความงดงามที่สุด ตั้งแต่เคยปรากฏพบเห็นมาก่อน และยังมี การเปียกทองเก่ามาแต่เดิม อีกด้วย นับเป็นเหรียญที่สวยสมบูรณ์คมชัดที่สุด จนได้รับการลงพิมพ์ในหนังสือ หลวงพ่อเงิน ทุกเล่ม และเป็นที่ยอมรับกันในวงการว่านี่คือ เหรียญแชมป์ของเมืองไทย เป็นเหรียญที่ นพ.มาณพ ได้พยายามเฝ้าติดตามมานานเกือบสิบปี จนมาถึงต้นปีนี้ก็ได้มาด้วยความสมหวัง จึงขอยืนยันว่า จะไม่เปิดราคาขายเหรียญนี้อย่างเด็ดขาด ขอโชว์อย่างเดียวเท่านั้น
 
                      ** พระเชตุพน หน้าโหนก จ.สุโขทัย เป็นพระเครื่องที่มีขนาดเล็ก มีผู้ขุดพบครั้งแรกจาก กรุวัดพระเชตุพน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยที่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองเก่าสุโขทัย ต่อมามีผู้ขุดพบพระที่มีลักษณะพิมพ์เดียวกันนี้จากกรุอื่นๆ ก็ยังคงเรียกว่า พระเชตุพน เช่นกัน พระพิมพ์นี้มีทั้ง เนื้อดินเผา และ เนื้อชินเงิน พุทธคุณดีเด่นด้านแคล้วคลาดเป็นเยี่ยม รวมทั้งเมตตามหานิยม เนื่องจากเป็นพระที่มีขนาดเล็ก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสุภาพสตรีและเด็กนิยมใช้ติดตัว...ในโอกาสที่ จิมมี่ ลานโพธิ์ เดินทางไป จ.สุโขทัย เพื่อหาข้อมูลมาเขียนข่าว ได้พบเห็น พระเชตุพนหน้าโหนก เนื้อชินเงิน สวยงามคมชัดถึง ๒ องค์ จึงเช่าบูชามาด้วยความรักชอบทันที **
 
                      ** พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ปั๊ม ปี ๒๕๐๕ แบ่งออกได้ ๔ พิมพ์หลัก คือ พิมพ์เล็ก มีตัว "ท", พิมพ์เล็ก "ว" จุด, พิมพ์เล็ก วงเดือน และพิมพ์เล็ก ธรรมดา...แต่ละพิมพ์หลักที่ว่านี้ ยังแบ่งออกได้เป็นพิมพ์ย่อยๆ อีกหลายพิมพ์ โดยแบ่งตามลักษณะโครงหน้าของ หลวงพ่อทวดและลักษณะตัวหนังสือ ที่แตกต่างกันในรายละเอียดต่างๆ สำหรับวันนี้ขอเสนอ พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ปั๊ม มีตัว "ท" ปี ๒๕๐๕ ตัว "ท" ที่ว่านี้อยู่ระหว่างเหนือฐานบัวที่รองรับองค์ หลวงพ่อทวด กับบริเวณใต้หน้าแข้งของท่าน ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนใน พระหลวงพ่อทวด องค์นี้...ตัว "ท" นี้มีความหมายถึง "ทวด" ก็ได้ หรือ "ทิม" ก็ได้ ไม่มีใครทราบความหมายที่ พระอาจารย์ทิม ได้ตั้งใจทำไว้ แต่ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่า น่าจะเป็นการสื่อความหมายถึง "ทวด" มากกว่า เพราะตามปกติ พระอาจารย์ทิม ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ถือสมถะ รักสันโดษ ไม่อวดอ้างในคุณวิเศษของตนเอง และที่สำคัญท่านไม่เคยอาจเอื้อมในความสูงส่งของ หลวงพ่อทวด เลย...พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ปั๊ม มีตัว "ท" องค์นี้ ถือได้ว่าเป็นพระที่ยังคงสภาพเดิมไว้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะ "รมดำ" ยังอยู่ครบสมบูรณ์มาก เพราะแทบไม่ผ่านการสัมผัสมาก่อน เป็นองค์ดาราในหนังสือพระเครื่องสมัยก่อนหลายเล่ม และได้รับรางวัลในงานประกวดพระครั้งใหญ่ของประเทศ คือ งานไบเทค ปี ๒๕๕๒...พระพิมพ์นี้เป็นพิมพ์ที่หายากที่สุดในตระกูล พระหลวงพ่อทวด หลังหนังสือ ทั้งหมด สนนราคาการเช่าหาในองค์สวยๆ อย่างองค์นี้ เทียบเคียงหรือสูงกว่า พระหล่อโบราณพิมพ์เตารีดเล็ก เลยทีเดียว พระองค์นี้เป็นของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ผู้ชำนาญการ พระสายหลวงพ่อทวด โดยเฉพาะ และเป็นนักสะสม พระชุดหลวงพ่อทวด องค์สวยแชมป์มากมาย โดยเฉพาะ พระพิมพ์เล็กปั๊ม มี ตัว "ท" มีอยู่ในครอบครองร่วม ๑๕ องค์ (สวยๆ ทั้งนั้น)
 
                      ** พูดถึง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา หลายท่านที่เคยไปกราบท่านจะรู้ดีว่า...ท่านมิได้ตั้งตัวเป็น พระเกจิอาจารย์ การที่ท่านสร้างพระ หรืออนุญาตให้ลูกศิษย์สร้างพระเครื่อง พระบูชา ก็เพราะเห็นประโยชน์ของส่วนรวม เพราะบุคคลจำนวนมากยังขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ท่านมิได้จำกัดศิษย์อยู่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นคณะศิษย์ของท่านจึงมีกว้างขวางออกไป ทั้งที่ ใฝ่ใจธรรมล้วนๆ หรือที่ยังต้องอิงกับ วัตถุมงคล ท่านเคยพูดว่า “ติดวัตถุมงคล ก็ยังดีกว่าที่จะให้ไปติดวัตถุอัปมงคล” ทั้งนี้ ท่านย่อมใช้ดุลพินิจพิจารณาตามความเหมาะควรแก่ผู้ที่ไปหาท่าน...สำหรับ พระเครื่อง ที่ท่านนิยมให้สร้าง คือ หลวงพ่อทวด ซึ่งท่านมีความเคารพนับถือมาก และ พระพุทธเหนือพรหม มากกว่าที่จะเป็นรูปเหมือนของตัวท่านเอง...พระพุทธเหนือพรหม ที่ท่านอนุญาตให้สร้างมีทั้ง เนื้อผง และเนื้อโลหะ ในภาพนี้คือ พระพุทธเหนือพรหม เหรียญหล่อโบราณ ทั้งชนิดเต็มองค์ และที่ตัดชิดเฉพาะ องค์พระพุทธรูป ซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัดน่ารักมา เหรียญทั้งสองนี้เป็นสมบัติของ ชาย พฤกษ์คุ้มวงศ์ (ชายสีลมพระเครื่อง)เจ้าของ "ยงเกียรติการพิมพ์" ถนนทรัพย์ โทร.๐๘-๑๘๕๕-๓๙๘๘
 
                      ** หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา กทม.ท่านเป็นศิษย์รุ่นน้องของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) และเป็นอาจารย์ของ หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว ตอนเกิดสงครามอินโดจีน พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้นิมนต์ท่านขึ้นเครื่องบินไปโปรย ทรายเสก รอบวัดพระแก้ว และสนามหลวง...สำหรับ วัดราชโยธา ตั้งอยู่ในแวดวงของชาวมุสลิม ซึ่งต่างก็ให้ความนับถือท่านมาก..."หมากทุย" ของ หลวงปู่ทอง นับเป็นสุดยอดของเครื่องรางที่หายากมาก เพราะสร้างน้อยมาก "ของแท้" ไม่ค่อยพบเห็นทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะอยู่กับบรรดาลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น ซึ่งต่างก็หวงแหนกันมาก..."หมากทุย" ทำจาก "หมากทุยตายพราย" บรรจุตะกรุดแล้วพอกด้วยผงใบลาน โดยท่านเรียกว่า  “ไข่นกคุ้ม คุ้มภัยอันตรายทั้งปวง”..."หมากทุย" ชิ้นนี้เป็นสมบัติของ เติ้ง รักษ์ศิลป์ ผู้ชำนาญเครื่องรางทุกสำนัก
 
                      ** วางตลาดแล้ว นิตยสาร พระเกจิ ฉบับใหม่ หน้าปกภาพ หลวงพ่อรวย วัดตะโก พร้อมกับเรื่องราวในฉบับ อ่านเรื่อง...หลวงปู่สงฆ์ วัดบ้านทราย, พระอาจารย์สุรศักดิ์ วัดประดู่, พ่อหลวงล้าน วัดขนาย, ท่านพ่อคร่ำ วัดวังหว้า ฯลฯ ติดตามพระออกใหม่ที่น่าสนใจ...อย่างใกล้ชิด
 
                      ** ขอเชิญศิษยานุศิษย์ร่วมสรงน้ำ และขอพรท่าน พ่อท่านผอม ถาวโร อายุ ๘๘ ปี วัดไทรขาม นครศรีธรรมราช ณ เรือนสามิธรรม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วันอาทิตย์ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๓๐ น.ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ และสรงน้ำพ่อท่านผอม สอบถามโทร.๐๘-๑๘๐๔-๒๒๘๖
 
                      ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด...นะมัสเต ***