การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557
http://videolink.nationchannel.com/data/6/2014/02/17/h787kacbahea8ffgaih77.mp4

'กิตติรัตน์'เผ่น!โดนชาวนาโห่ไล่

'ชาวนา'ยังปักหลักตั้งตารอพบ'ปู' ด้าน'ระวี'นำตัวแทนชาวนาถกตัวแทนรบ.ในสนง.ปลัดกห. 'กิตติรัตน์'เผ่น!โดนโห่ไล่ แม้นแจ้งรัฐไม่บิดพริ้ว ยันได้เงินทุกคนถ้ามีใบประทวน

 
                      17 ก.พ.57 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเข้าปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แจ้งวัฒนะ โดยช่วงเช้า กลุ่มชาวนาที่นำโดย นายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก และเครือข่าย จะมาขอพบนายกรัฐมนตรี เพื่อทวงถามความคืบหน้าการจ่ายเงินให้ชาวนา
 
                      ขณะที่ การรักษาความปลอดภัย โดยรอบอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีการวางกำลังตำรวจ และทหาร ตรึงกำลังอย่างเข้มงวด และยังคงล้อมลวดหนามรอบอาคารถึง 3 ชั้น ป้องกันการบุกรุกของผู้ชุมนุม 
 
                      ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทีมโฆษกศรส.เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจะประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อประเมินสถานการณ์ หากกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ยอมออกจากพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาล หรือสถานการณ์ยังไม่มีความปลอดภัย ก็จะยังไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่  
 
                      ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ยังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ  โดยได้มีการหารือร่วมและรับทราบสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคง  รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มกปปส. โดยเฉพาะกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลทุกด้านเพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ 
 
                      ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 10.35 น. กลุ่มเกษตรกรชาวนาจำนวนหลายร้อยคน ได้ทยอยเดินทางโดยรถบัสจากบริเวณหน้ากระทรวงพาณิชย์ มาถึงเมืองทองธานี เพื่อรอรับขบวนชาวนาที่นำโดยนายระวี มาสมทบที่หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี ในการทวงถามความคืบหน้าการจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล 
 
                      ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30น. มีกลุ่มชาวนาหลายจังหวัดกว่าพันคน นำโดยนายระวี นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ และนายไชยชาญ มาตา เดินทางมาพร้อมรถบรรทุกเครื่องขยายเสียง รถอีแต๊น มาที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ทำงานชั่วคราวของรัฐบาล เพื่อมาติดตามทวงถามเงินจากโครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลค้างจ่ายกับชาวนา  โดยก่อนที่กลุ่มชาวนาจะมาถึงนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้ตรึงกำลังทหารและนำลวดหนามมาปิดทางเข้าไว้ก่อนแล้ว และเมื่อกลุ่มชาวนาเดินทางมาถึงก็ได้ปราศรัยโจมตีรัฐบาล และน.ส.ยิ่งลักษณ์ 
 
                      จากนั้น นายกิตติศักดิ์ได้ขึ้นปราศรัยและประกาศให้เวลา 15 นาที ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงมาพบกับชาวนา ไม่เช่นนั้นจะบุกเข้าไปในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จนครบเวลา 15 นาที กลุ่มชาวนาจึงนำรถอีแต๊นพุ่งชนรั้วลวดหนามที่ขึงไว้ และมีมวลชนช่วยกันรื้อลวดหนามออก โดยมีกำลังของทหารที่ใช้โล่ห์ดันไม่ให้รถและคนเข้ามาด้านใน จนมีชาวนาโดนรั้วลวดหนามบาดมือหลายราย แต่สุดท้ายชาวนาก็ผลักดันจนเข้ามาได้ เนื่องจากมีกำลังคนมากกว่า แต่ก็ไม่ได้เข้าไปภายในอาคารแต่อย่างใด และได้พักกลางวันนั่งทานข้าวเที่ยงบริเวณด้านหน้าสนง.ปลัดกระทรวงกลาโหม 
 
                      ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.15 น.มีนายทหารยศพันเอกจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ออกมานั่งเจรจาบนพื้นถนนกับแกนนำชาวนา แต่แกนนำชาวนายืนยันว่า จะพบกับนายกฯ คนเดียวเท่านั้น ระดับรองนายกฯจะไม่พบเด็ดขาด เพราะไม่มีอำนาจตัดสินใจ จนทำให้วงเจรจาดังกล่าวล่มในที่สุด และต่อจากนั้น นายระวี ได้ขึ้นรถปราศรัยประกาศนำมวลชนปักหลักค้างคืนด้านหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จนกว่านายกฯ จะลงมาพบกับบชาวนา ทั้งนี้ มีชาวนาบางคน ระบุว่า ทำไมตอนหาเสียงน.ส.ยิ่งลักษณ์จึงไปหาชาวนาเพื่อขายนโยบายจำนำข้าวได้ แต่พอตอนนี้ทำไมชาวนามาหาจึงไม่กล้าออกมาสู้หน้า 
 
                      จากนั้น แกนนำก็ได้สั่งให้มวลชนชาวนากระจายกำลังล้อมตัวอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทุกประตู เพื่อไม่ให้นายกฯและรัฐมนตรีออกไปได้
 
                      กระทั่ง เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แจ้งวัฒนะ ตัวแทนชาวนา 10 คน นำโดย นายระวี นายกิตติศักดิ์ ได้ขึ้นไปหารือกับตัวแทนรัฐบาลนำโดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรฯ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชต ผู้บัญชาการตำรจภูธรภาค 1 นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ได้เกิดความชัดเจนและความมั่นใจถึงการจ่ายเงินจากโครงการรับจำนำข้าว ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปทำข่าวแต่อย่างใด 
 
                      ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางตัวแทนของกลุ่มชาวนายืนยันและร้องขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ลงมาพูดคุยและให้ความมั่นใจกับชาวนาด้วยตนเองจะดีกว่า แต่ทางฝ่ายรัฐบาลได้ขอทำความเข้าใจในข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน ซึ่งหากบรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี นายกรัฐมนตรีจะลงมาพบชาวนาด้วยตัวเองในภายหลังด้วย 
 
                      โดยนายระวี ได้ชี้แจงความเดือดร้อนของชาวนาและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ขณะนี้ไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลจึงอยากได้ความชัดเจนและความมั่นใจ ขณะที่นายกิตติรัตน์ พยายามชี้แจงปัญหาและข้อติดขัดของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการของรัฐบาลไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือต้องการจะบิดพริ้วอะไรทั้งสิ้น และยืนยันว่า มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่จ่ายเงินให้เกษตรกร โดยพยายามที่จะเร่งดำเนินการให้ทุกคนได้รับเงินและขอย้ำอีกครั้งว่า ชาวนาที่มีใบประทวนในโครงการจะได้รับเงินอย่างแน่นอน
 
 
 
"ทนุศักดิ์"น้ำตาคลอวอนอย่าถอนเงินฝากออมสิน


                     ต่อมานายกิตติรัตน์ นายนิวัฒน์ธำรง  นายทนุศักดิ์ ได้ร่วมกันแถลงมาตรการของรัฐบาลในการบรรเทาและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว

                    นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้มีแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยขยายเวลาการชำระหนี้ลูกค้าธนาคารธ.ก.ส. เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่มีค่าปรับ รวมทั้งขยายวงเงินในการปล่อยสินเชื่อให้กับชาวนาเพื่อให้ชาวนามีเงินลงทุนในการปลูกข้าวในรอบใหม่ โดย ธ.ก.ส. จะขยายวงเงินให้ลูกค้ารายปัจจุบัน โดยสามารถใช้หลักค้ำประกันที่ได้วางไว้กับ ธ.ก.ส. แล้ว

                     “มาตรการนี้จะครอบคลุมถึงชาวนาที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของทาง ธ.ก.ส. ด้วย โดยสามารถสมัครเป็นสมาชิก และยื่นความจำนงที่ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน สำหรับชาวนาที่อยู่ภายใต้สถาบันเกษตร (สหกรณ์) สามารถขอเงินกู้จากสหกรณ์ได้เช่นกัน โดยทาง ธ.ก.ส. จะสนับสนุนเงินทุนให้สหกรณ์” นายทุนศักดิ์ กล่าว

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลงข่าวในช่วงท้ายนายทนุศักดิ์ ได้กล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้าตอนหนึ่งว่า “เรื่องนี้มันไม่ยุติธรรม มันน่าเกลียด ผมขออภัยครับที่ผมต้องพูดความจริง จากใจผม เลิกสักทีครับ ทำลายประเทศนี้ ทำลายชาวนาเลิกสักที แบงค์ไหนก็แล้วแต่ที่ปล่อยให้ชาวนามีเงิน ไม่ใช่แค่ถอน มันต้องไปฝาก มันกลับกันหมดมนุษย์วันนี้ คนไทยอ่ะ แล้วมันจะอยู่กันอย่างไร”

                     ด้านนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงการคลังมีหน้าที่ตามมติคณะรัฐมนตรีและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการการเงินเพื่อดำเนินโครงการจำนำข้าว ดังนั้นการจัดการแหล่งเงินกู้ให้กับ ธ.ก.ส. และการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้ทาง ธ.ก.ส. มีความสามารถชำระเงินจำนำให้กับชาวนาได้โดยเร็วถือเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ปกติของกระทรวงการคลัง ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่ของทางกระทรวงการคลังหลังการยุบสภาผู้แทนราษฎรมีข้อจำกัดทางกฎหมายมากขึ้น ประกอบกับมีการดำเนินการเพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐบาล
 
                     “จากยอดรับจำนำทั้งสิ้น 175,000 ล้านบาท ได้ดำเนินการจ่ายให้ชาวนาแล้วประมาณ 65,000 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทำให้สามารถจ่ายเงินในส่วนที่ค้างชำระ 110,000 ล้านบาท ให้กับชาวนาได้เร็วขึ้น โดยจะเริ่มการจ่ายเงินให้กับชาวนา ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายโดยด่วน เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของ ธ.ก.ส. ในการดำเนินการจ่ายเงินต่อวันแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6-8 สัปดาห์” นายกิตติรัตน์ กล่าว

                     นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนขอความร่วมมือทุกภาคส่วน อย่าขัดขวางกระบวนการและมาตรการการจ่ายเงินให้แก่ชาวนา รวมทั้งอย่าขัดขวางสถาบันการเงินในการปล่อยเงินกู้ เพื่อให้ชาวนาได้รับเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้เร็วขึ้น และขอให้หน่วยงานดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน พร้อมยืนยันว่าชาวนาทุกคนที่ร่วมโครงการจำนำข้าวและได้รับใบประทวน มีสิทธิ์ได้รับเงินตามใบประทวนเต็มจำนวน กระทรวงการคลังและ ธ.ก.ส มีหน้าที่ทำงานร่วมกันเพื่อจ่ายเงินให้แก่ชาวนาโดยเร็วที่สุด รัฐบาลมีความจริงใจในการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อชาวนา และขออย่านำความทุกข์ร้อนของชาวนาไปเป็นประเด็นและเครื่องมือทางการเมือง

                    หลังจากนั้นนายกิตติรัตน์ได้ไปแจ้งกับกลุ่มชาวนา แต่ปรากฏว่าชาวนายังไม่พอใจและตะโกนขับไล่และปาขวดน้ำใส่ ทำให้นายกิตติรัตน์ต้องเดินออกจากวงล้อม
 
 
 
 
 
 
 
ข่าวด่วน