การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557

'สนธิญาณ'เฮ!ศาลยกคำร้องตร.ขอคุมตัวเพิ่ม

ตำรวจคุมตัว'สนธิญาณ'ขออำนาจศาลควบคุมตัวเพิ่มอีก 7 วัน ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เหตุสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ด้าน'ศาลอาญาไม่อนุญาตให้คุมตัว'แกนนำกปปส.'

 
                13 ก.พ.57 พ.ต.อ.สูตร ฉัตรชัยเดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยตำรวจ 191 คุมตัวนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำ กปปส. มายื่นคำร้องให้ศาลอาญาขยายเวลาควบคุมตัวตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มอีก 7 วัน เนื่องจากต้องสอบปากคำเพิ่มเติมบางประเด็น
 
                "โดยนายสนธิญาณให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนการยื่นประกันตัว ยังไม่สามารถยื่นได้ เพราะอยู่ในการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งนายสนธิญาณทราบดี และยืนยันว่า ตำรวจดูแล และอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี อีกทั้ง ไม่มีอาการเครียด สามารถรับประทานอาหารได้ นอนหลับ และไม่มีอาการวิตกกังวล" พ.ต.อ.สูตร กล่าว
 
                ทั้งนี้ ระหว่างที่นายสนธิญาณถูกควบคุมตัวมาที่ศาลอาญา ได้มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  
 
                ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้มายื่นคำร้องขอขยายเวลาการควบคุมตัวครั้งที่ 1 ของ นายสนธิญาณ ผู้ต้องหาที่ 19 ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 
 
                โดยคำร้องระบุว่า ตามคำร้องขออนุญาตจับกุมและควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งศาลได้อนุญาตให้จับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องหานี้ตามหมายจับที่ 35/2557 ลงวันที่ 5 ก.พ.2557 ต่อมาวันที่ 10 ก.พ.2557 เจ้าพนักงานได้จับกุมตัวผู้ต้องหาและนำไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และเจ้าพนักงานได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง และเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันในการระงับเหตุการณ์ร้ายแรงเป็นเวลา 7 วัน จนถึงวันที่ 16 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ แต่การดำเนินการยังไม่เสร็จสิ้น ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้อีกเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.-23 ก.พ.นี้ ท้ายคำร้องระบุด้วยว่า หากปล่อยตัวผู้ต้องหานี้ อาจไปกระทำการหรือร่วมกระทำการจนก่อให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ได้อีก 
 
                วันนี้ พ.ต.อ.วิสูตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี และกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ. หรือ 191) ได้คุมตัวนายสนธิญาณ ผู้ต้องหาในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งถูกจับกุมได้ที่ร้านชาบูตง ภายในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้นใต้ดิน เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา เดินทางมาศาล 
 
                อย่างไรก็ตาม ทนายความของสนธิญาณได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขอขยายระยะเวลาการควบคุมตัวนายสนธิญาณ ของพนักงานสอบสวน ต่อมาเวลา 11.00 น.ศาลจึงได้ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคำร้องของทั้งสองฝ่าย 
 
                โดยนายสนธิญาณได้แถลงต่อศาลว่า ระหว่างการเคลื่อนไหว ตนเองต้องทำธุรกิจ 7-8 บริษัท ซึ่งไม่คิดทำอะไรที่เป็นภัยโดยชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืน และไม่ขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขณะที่ ถูกตำรวจจับกุมตัวได้นั้น กำลังจะเซ็นเช็คของบริษัท ซึ่งปฏิบัติตัวตามปกติเช่นทุกวัน ส่วนการขึ้นเวทีปราศรัยก็ได้รับเชิญขึ้นเวที 4-5 ครั้ง เนื่องจาก ตนเองเป็นสื่อมวลชนจึงปราศรัยในเนื้อหาเกี่ยวกับการทุจริตจำนำข้าว รวมทั้งความเสียหายจากระบอบทักษิณ และหากศาลปล่อยตัวตนก็ยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไข 
 
                ขณะที่ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แถลงต่อศาลขอคัดค้านการปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากนายสนธิญาณ เป็นกรรมการ กปปส.และมีพฤติการณ์ขัดขวางการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งแสดงเจตนารมณ์ต่อสู้คัดค้านรัฐบาลจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับนำหลักฐานเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมาให้ศาลพิจารณาด้วย 
 
                ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การควบคุมตัวตามประกาศมาตรา 11 (1) ของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กฎหมายห้ามมิให้มีการควบคุมผู้นั้น โดยปฏิบัติเยี่ยงผู้กระทำผิดอาญา หากแต่เป็นการควบคุมเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น จึงต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมายดังกล่าว กรณีได้ความตามทางไต่สวนว่า การควบคุมผู้ต้องหาที่ 19 ผ่านมาเป็นระยะเวลา 4 วัน โดยมีการซักถามข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ พอสมควรแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาที่ 19 ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ฉะนั้นการที่ผู้ร้องอ้างว่า ยังมีกรรมวิธีซักถามเพื่อหาข้อยุติในข้อเท็จจริงหรือเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนทัศนคดีและพฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่ 19 ต่อเนื่องไปอีก ซึ่งเมื่อคำนึงถึงระยะเวลาการควบคุมที่ผ่านมาแล้ว การควบคุมตัวเพื่อซักถามข้อเท็จจริงอีกเห็นว่าเป็นเรื่องเกินความจำเป็นไม่ต้องด้วยเงื่อนไขของกฎหมายที่จะควบคุมผู้ต้องหาที่ 19 ไว้ต่อไปอีก 
 
                ส่วนข้ออ้างของผู้ร้องที่หวั่นเกรงว่า หากปล่อยผู้ต้องหาที่ 19 ไปอาจจะไปกระทำการหรือสนับสนุนให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินและผู้ต้องหาที่ 19 มีท่าทีจะเข้าร่วมการชุมนุมต่อไปนั้น เห็นว่าข้อหวั่นเกรงดังกล่าวเป็นเรื่องของอนาคต เมื่อนำมาชั่งน้ำหนักกับสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ควรได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ถือไม่ได้ว่ามีความจำเป็นเพียงพอที่จะควบคุมตัวไว้อีก ศาลจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 19 ต่อไปอีก ยกคำร้อง 
 
                ภายหลังนายสนธิญาณ กล่าวว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตชด.ภาค 1 ที่ดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งตำรวจก็ไม่ได้เป็นขี้ข้าทักษิณทุกคน แต่ขอประณามรัฐบาลทรราชที่ส่งตำรวจนอกเครื่องแบบบุกรุกบ้านตน ขณะที่ ลูกและภรรยาพักอาศัยอยู่ภายในบ้านด้วย ซึ่งกล้องวงจรปิดที่บ้านบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด ยืนยันมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะคนที่สั่งให้ตำรวจไปบุกค้นบ้านตน 
 
                จากนั้น เจ้าหน้าตำรวจได้นำตัวนายสนธิญาณขึ้นรถตำรวจ 191 กลับไปควบคุมตัวยังตชด.ภาค 1 ทันทีและจะดำเนินการปล่อยตัวนายสนธิญาณตามคำสั่งศาลในวันที่ 16 ก.พ.นี้ 
 
                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการควบคุมตัวนายสนธิญาณ เดินทางมาศาล เจ้าหน้าที่ใช้กำลังหน่วยอรินทราช บก.สปพ. จำนวน 5 นาย พร้อมอาวุธครบมือ คอยคุ้มกันอย่างเข้มงวด ขณะที่นายสนธิญาณมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มีการโบกมือทักทายกลุ่มผู้สื่อข่าว โดยไม่มีอาการเครียดหรือวิตกกังวลแต่อย่างใด 
 
 
 
 
 
"ธาริต" เผย 16 ก.พ.เตรียมร้องศาลขังฝาก "สนธิญาณ" ข้อหากบฏ 
 
 
                นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศรส. แถลงผลการประชุมศรส. ว่า ศรส.มีผลการประชุมดังนี้ 1.ศรส.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาคถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส. และแนวร่วม กรณีร่วมกันกระทำผิดด้วยการขัดขวางการเลือกตั้งด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง ขณะนี้ มีจำนวนคดีประเภทขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวน 156 คดี คดีประเภทเป็นเจ้าหน้าที่ กกต.จงใจละทิ้งหน้าที่ไม่จัดการเลือกตั้ง จำนวน 132 คดี รวมคดีทั้งสิ้น 288 คดี และศาลได้ออกหมายจับ ให้แล้วจำนวน 44 คน
 
                2.ตามนโยบายของ ศรส. ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ได้เห็นถึงความจำเป็นและความเดือดร้อนของประชาชนจากการปิดกรุงเทพฯ ของ กปปส.โดยเฉพาะสถานที่ราชการ ดังนั้น เพื่อให้สถานที่ราชการสามารถกลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้ตามเดิม ศรส.ร่วมกับส่วนราชการจึงได้ทำพิธีเปิดสถานที่ราชการต่างๆ ที่ถูกปิดให้เริ่มเปิดทำการได้ ขณะนี้ สามารถเปิดได้ถึง 48 แห่งแล้ว อย่างไรก็ตาม แกนนำ กปปส.บางกลุ่ม ยังพยายามส่งมวลชนไปรบกวนการเปิดสถานที่ทำการของส่วนราชการ เช่นเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ด้านหน้าประตูกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน บางเขน ซึ่ง ศรส.ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าผลักดันและต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง กลุ่ม กปปส.จึงกลับไป ทั้งนี้ เนื่องจาก ศรส.พยายามหลีกเลี่ยงการใช้กำลังปะทะที่รุนแรง แต่ก็มิได้นิ่งเฉย ศรส.ขอร้องกลุ่ม กปปส.ให้เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดสถานที่ราชการเป็นสำคัญ โดยขอให้ยุติการรบกวนการเปิดสถานที่ราชการด้วย
 
                3.ศรส.ขอแจ้งประชาชนว่า ข้อมูลจากการตรวจสอบของหน่วยงานด้านการข่าวปรากฏมียอดผู้ชุมนุมของ กปปส.สูงสุดเมื่อคืนวานนี้ ช่วงเวลาประมาณ 21.00-22.00 น.ที่ประมาณ 5,100 คน ซึ่งได้ลดน้อยลงเป็นลำดับอย่างต่อเนื่องทุกวัน ศรส.ขอขอบคุณประชาชนที่ได้ให้ความร่วมมืองดการเข้าร่วมชุมนุม การสนับสนุนด้านการเงิน และการช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่ไม่สงบขณะนี้ยุติไปได้ในที่สุด
 
                4.ศรส.เห็นสมควรแต่งตั้งคณะทำงานประสานงานกับ กกต.เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นไปด้วยความสงบและเรียบร้อย โดยมีตำรวจ ทหาร และข้าราชการกรมการปกครอง ร่วมเป็นคณะทำงาน และมีพล.ต.ท.อารี อ่อนชิต ผช.ผบ.ตร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
   
                5.ผอ.ศรส.โดยความเห็นชอบของที่ประชุมได้สั่งการและกำชับให้เจ้าหน้าที่ของ ศรส.เร่งรัดการเข้าจับกุมแกนนำผู้กระทำผิดของ กปปส.ทั้งที่ศาลได้อนุมัติออกหมายจับไว้และผู้กระทำผิดซึ่งหน้า โดยเฉพาะการ์ดที่ให้การคุ้มกันผู้ถูกออกหมายจับ โดยให้พิจารณาดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสม
            
                นายธาริต กล่าวถึงกรณีศาลอาญายกคำร้องขอคุมตัวนายสนธิญาณ ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มอีก 7 วัน ว่า เนื่องจากนายสนธิญาณ เป็นผู้ต้องหาร่วมกันกบฏตาม ป.วิอาญามาตรา 113 ดังนั้น ในวันที่ 16 ก.พ.ดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอัยการ จะร่วมแถลงต่อศาลฝากขังนายสนธิญาณ 12 วัน ตามกฎหมายป.วิอาญา ส่วนจะได้รับการประกันตัวหรือไม่เป็นเรื่องของนายสนธิญาณกับศาล โดยถือว่า เป็นข้อหาที่หนักกว่าความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งไม่ได้หมายความนายสนธิญาณจะได้รับการปล่อยตัวไปเฉยๆ ก็ต้องดูกระบวนการวันที่ 16 ก.พ. ด้วย
 
 
 

 

ข่าวด่วน