การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557

'ต้อย ทีนิวส์'กับกำนันสุเทพ

'ต้อย ทีนิวส์'กับกำนันสุเทพ : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

               "ผมพูดเรื่อง..ปฏิวัติประชาชน...กับสุเทพ บ่อยครั้ง ถูกถามกลับมาเสมอ คุณคิดว่าประชาชนพร้อมแล้วหรือ ผมตอบว่า 80 ปีที่ผ่านมา หลังจากชิงอำนาจจากพระมหากษัตริย์มาแล้ว ประชาชนได้สัมผัสกับคำว่า อำนาจของตัวเองน้อยมากจากอำนาจเผด็จการ ทหาร สู่เผด็จการทุนนิยม ประชาธิปไตยคือมายาจอมปลอมที่ทหาร ทุน นักการเมือง ใช้มอมเมาด้วย..การสร้างให้เชื่อว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง

               "เมื่อสุเทพ บอกว่าพร้อม คนที่รอวันนี้มา 36 ปีเช่นผม จึงไม่รีรอที่จะบอกว่า..เดินไปด้วยกัน ผมลาออกจากทีนิวส์ ไม่อยากให้น้องๆ ที่ร่วมสร้างองค์กรกันมาต้องเดือดร้อน ทิ้งอาชีพที่รัก เอาธุรกิจที่มีเข้าเสี่ยง...ด้วยเหตุผลเดียว...เชื่อหัวใจของ...สุเทพ ที่เราจะเดินไปให้สุดฝัน"

               "ต้อย" สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เขียนบันทึกไว้ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่เขาตัดสินใจเป็นหนึ่งใน "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.)

               จากชีวิตนักกิจกรรมปีกซ้ายในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง และการเป็นนักกิจกรรมที่ถนัดการทำงานมวลชน จึงมีโอกาสร่วมงานกับ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และจากจุดนี้เอง ทำให้เขาได้ทำงานด้านสื่อโทรทัศน์ และวิทยุ

               มีบางช่วงที่ "สนธิญาณ" ออกไปโลดแล่นสร้างอาณาจักรสื่อร่วมกับกลุ่มทุนโทรคมนาคม แต่สุดท้าย เขาก็กลับมาหา "ดร.จิรายุ" บุคคลที่เขาเคารพนับถือมากที่สุด รองลงไปก็เป็น บุญชัย เบญจรงคกุล และ ประชา มาลีนนท์

               เมื่อ "ดร.จิรายุ" ริเริ่มก่อตั้ง "มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" (The Crown Property Bureau Foundation) ขึ้นเมื่อปี 2549 เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศล ในการสนับสนุน และดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม "สนธิญาณ" ก็ได้เข้ามาช่วยเหลืองานมูลนิธิ เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนเมือง และการอนุรักษ์ผืนป่าภาคใต้

               หลังรัฐประหาร 2549 "สนธิญาณ" แยกตัวออกจากมา "เสี่ยบุญชัย" มาก่อร่างสร้าง "สำนักข่าวทีนิวส์" เพื่อทำรายงานข่าวทางเอสเอ็มเอส ผ่านทางผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่ายคือ เอไอเอส, ดีแทค และ ทรู มีสมาชิกถึงประมาณกว่า 3 แสนราย

               "สนธิญาณ" บอกกับผู้คนว่า สถานที่ตั้งสำนักข่าวทีนิวส์ เป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ (บริเวณตลาดขวัญ นนทบุรี) อีกสองปีต่อมา เขาตัดสินใจทำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง "ทีนิวส์ทีวี" กระทั่งเกิดเหตุการณ์ยุทธการโค่นอำมาตย์ของคนเสื้อแดง 2 ปีซ้อน (ปี 2552-2553) เขาจึงกระโจนเข้าเคลื่อนไหวทางการเมืองกับ "กลุ่มสยามสามัคคี" ประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์กับระบอบทักษิณ

               มิเพียงเท่านั้น เขายังจัดตั้งองค์กรพิทักษ์ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และใช้สื่อทีนิวส์ดับเครื่องชนขบวนการล้มเจ้า นับตั้งแต่ได้ทำรายการข่าวในช่องเอ็นบีที

               ในอีกมิติหนึ่งของ "ต้อย ทีนิวส์" คือความเป็น "มิสเตอร์คอนเนกชั่น" ย้อนไปช่วงกลางปี 2555 "กำนันสุเทพ" เริ่มคิดอ่านเคลื่อนไหว "การเมืองภาคประชาชน" โดยสนับสนุนการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "ช่องไทยทีวีดี" มอบหมายให้ "สนธิญาณ" เป็นผู้บริหาร

               ผู้ที่รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าของช่องไทยทีวีดีคือ ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง นักธุรกิจ นักกฎหมาย อดีตอัยการอาวุโส ซึ่ง "ทวีศักดิ์" ต่างสนิทชิดเชื้อกับ ถาวร เสนเนียม และสุเทพ เทือกสุบรรณ

               "สนธิญาณ" ยังจับมือ ชัยวัฒน์ สุรวิชัย และเพื่อนพ้องน้องพี่ ก่อตั้ง "สถาบันพัฒนาการเมืองและคุณภาพคน" เป็นคลังสมองของช่องไทยทีวีดี และองค์กรภาคประชาชนต้านระบอบทักษิณ

               หลังจากนั้น "สุเทพ" ก็เดินสายเปิดตัว "สานเสวนาเวทีประชาชน" ที่ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทีวีดาวเทียม 3 ช่องคือ บลูสกาย, ทีนิวส์ และไทยทีวีดี

               นี่เป็นก้าวแรกของ "สุเทพ" ที่เริ่มงานการเมืองนอกสภา และต่อมา พรรคประชาธิปัตย์ เห็นชอบแนวทางดังกล่าว จึงเปิดเวทีผ่าความจริงฯ สัญจรไปทั่วประเทศ

               ต้นปีที่แล้ว ช่องไทยทีวีดียุติการออกอากาศ เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ส่งผลให้ช่องทีนิวส์ ต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิต

               ตรงกันข้าม ช่องบลูสกาย กลายเป็นช่องทีวีที่เติบโตไปพร้อมกับเวทีผ่าความจริงฯ และเมื่อเกิดการชุมนุมของมวลมหาประชาชน เรตติ้งของช่องบลูสกายก็ติดลมบน

               จะอย่างไรก็ตาม เจ้าสำนักทีนิวส์ ที่ยอมรับว่า "เอาธุรกิจที่มีเข้าเสี่ยง...ด้วยเหตุผลเดียว...เชื่อหัวใจของ...สุเทพ ที่เราจะเดินไปให้สุดฝัน" คงมีคำตอบสำหรับคำถามว่า จะเอาไง? ในวันสิ้นอิสรภาพชั่วคราว