อาชญากรรม : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2557

ถุงยางไร้'อสุจิ'มัด'ฆาตกรต่อเนื่อง'(2)

ถุงยางไร้ 'อสุจิ' มัด'ฆาตกรต่อเนื่อง' (2) : คอลัมน์คลี่ปมปริศนาcsi-thailand : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               ตารางการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดัง ซึ่ง "นายหนุ่ย" หรือ "ติ๊งต่าง" ฆาตกรฆ่าข่มขืน "น้องการ์ตูน" หนูน้อยวัย 6 ขวบ ทำงานเป็นเด็กยกของภายในวง ถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กลายเป็นเบาะแสส่วนหนึ่งที่ทำให้ตำรวจสามารถขยายผลจนทราบว่า นอกจากหนูน้อยวัย 6 ขวบแล้ว ยังมีเด็กอีกหลายคนตกเป็นเหยื่อของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้

               ตารางคิวงานคอนเสิร์ต ซึ่งพยานส่งมอบให้พนักงานสอบสวนถูกส่งต่อให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) ซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานด้านพิสูจน์หลักฐาน นำไปเป็นข้อมูลในการพูดคุยกับนายหนุ่ย อย่างละเอียด เพราะสงสัยว่า ผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนเด็กรายนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเด็กวัยประมาณ 4-6 ขวบก่อนหน้านี้หลายคน

                ในจำนวนนั้นคือ "น้องหญิง" วัย 4 ขวบ ซึ่งหายตัวไประหว่างติดตามผู้ปกครองมาเที่ยวงานกาชาดที่ จ.เลย นายหนุ่ย อ้างว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2556 ไปเที่ยวงานกาชาด ที่ จ.เลย พบ "น้องหญิง" เดินอยู่ลำพัง จึงออกอุบายซื้อของเล่นให้เด็ก หลังจากนั้นได้ชักชวนออกนอกบริเวณงาน เดินเรื่อยมาตามถนน ผ่านร้านขายรถหกล้อมือสอง ตรงข้ามแท็งก์น้ำประปา ซอยเข้าวัดป่า ซึ่งซอยเป็นถนนลูกรังฝั่งเดียวกับแท็งก์น้ำประปา มีลักษณะเป็นป่า หญ้าขึ้นรกทึบ จึงเข้าไปแล้วลงมือบีบคอเด็กจนแน่นิ่ง หลังจากนั้นถอดเสื้อผ้าออก แล้วจับหน้าอก ก่อนจะสวมถุงยางถูกับหว่างขาจนเสร็จกิจ หลังจากนั้นนั่งดูเด็ก ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่พักใหญ่ แล้วจึงออกจากที่เกิดเหตุ โดยทิ้งเด็กไว้ในที่แห่งนั้น

                ข้อมูลการสอบปากคำผู้ต้องหาถูกส่งต่อให้ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากก่อนนั้นผู้ปกครองของ "น้องหญิง" ออกติดตามหาน้องหญิงชนิดพลิกแผ่นดิน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววจะพบตัว

               “ชุดค้นหาพยายามแกะเส้นทางตามที่นายหนุ่ยให้การ ซึ่งพบว่าจุดดังกล่าวน่าจะเป็นทางเข้าหมู่บ้านเอกธานี ซึ่งอยู่หลังประปาจังหวัดเลย พบกองกระดูกและเศษฟัน” พล.ต.ต.ศักดา วงศ์ศิริยานนท์ ผบก.ภ.จ.เลย เปิดเผย

                จุดที่ชุดตรวจค้นพบกระดูกและเศษฟัน ห่างจากถนนประมาณ 150 เมตร ใต้ต้นจามจุรี ซึ่งโครงกระดูกที่พบอยู่ในลักษณะนอนหงาย ใกล้กันพบรองเท้าแตะสีชมพูวางอยู่ ซึ่งมารดาของน้องหญิงยืนยันว่าเป็นของบุตรสาววัย 4 ขวบที่หายไป

                ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บกระดูกไปเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอ ใช้เทียบกับผลตรวจดีเอ็นเอของมารดาและยายของน้องหญิง เพื่อยืนยันตัวบุคคล

                “ผลตรวจดีเอ็นเอของกระดูกที่พบเปรียบเทียบกับมารดาและยายของน้องหญิงยืนยันตรงกันว่า มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติกัน จึงเชื่อได้ว่ากระดูกที่พบเป็นของน้องหญิง ซึ่งเสียชีวิตแล้ว" พล.ต.อ.จรัมพร ให้ข้อมูล

               รายที่สองคือ “น้องแม็กซ์” เด็กชายวัย 7 ขวบ นายหนุ่ยรับสารภาพว่า ไปเที่ยวงานประจำปีที่ อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งมีวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังมาแสดง พบเด็กชายนั่งอยู่ตามลำพัง จึงไปชวนคุย และหลอกพาเด็กเข้าไปในป่าละแวกโรงเรียนแห่งหนึ่ง แล้วลงมือข่มขืนทางประตูหลัง

               ตำรวจเขียนแผนที่จุดเกิดเหตุตามคำให้การของนายหนุ่ย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการค้นหาตัวน้องแม็กซ์ และเป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ เมื่อการตรวจค้นจุดดังกล่าวพบเสื้อเชิ้ตเด็กแขนยาวสีแดงในไร่ข้าวโพด และพบซากเถ้ากระดูกฟัน และเบ้าฟัน

                มารดาของน้องแม็กซ์ ยืนยันว่า เสื้อที่พบในจุดเกิดเหตุคือเสื้อตัวที่น้องแม็กซ์สวมใส่ในวันที่หายไป ขณะที่ตำรวจได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากมารดาน้องแม็กซ์ไปเทียบเคียงกับดีเอ็นเอที่สกัดได้จากกระดูกฟันและเบ้าฟัน พบว่ามีความสัมพันธ์เป็นแม่ลูกกัน สามารถยืนยันได้ว่า น้องแม็กซ์เสียชีวิตแล้ว

                ข้อมูลที่ได้จากการสอบปากคำนายหนุ่ยถูกนำมาเปรียบเทียบกับตารางการเดินสายของวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดัง มีเงื่อนเวลาที่ตรงกันกับข้อมูลการสูญหายของเด็ก

                นอกจากเด็กทั้ง 3 คน ที่พบศพแล้ว นายหนุ่ยยังให้การถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็กอีก 5 ราย คือ เด็กหญิงลูกคนงานก่อสร้างใน อ.เมือง จ.เลย โดยบีบคอเด็กจนแน่นิ่ง และกำลังจะข่มขืน แต่แม่เด็กมาเห็นเสียก่อน รายต่อมาเป็นเด็กหญิง ก่อเหตุย่านดอนเมือง กรุงเทพมหานคร หลอกเด็กเข้าไปในบ้านร้างบีบคอจนแน่นิ่งแล้วล่วงละเมิดทางเพศ

                รายต่อมาเป็นเด็กหญิงวัย 13 ปี ย่านบางบอน พฤติการณ์การก่อเหตุไม่ต่างจากเด็กรายอื่น รายถัดมาเป็นเด็กหญิงใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รายสุดท้ายที่นายหนุ่ยสารภาพคือ เด็กหญิงไม่ทราบอายุแน่ชัด ใน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

                ตำรวจพยายามตรวจสอบตามจุดต่างๆ ที่นายหนุ่ยอ้างว่าได้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั้งหมด แต่ไม่พบร่องรอย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการสรุปว่า คำให้การที่นายหนุ่ยอ้างถึงเด็ก 5 คนนี้ จะเป็นจริงหรือไม่ แต่ข้อมูลที่ได้นั้นพฤติการณ์ใกล้เคียงกับคำให้การถึงวิธีการลงมือกับเด็ก 3 รายแรก ที่สามารถยืนยันการเสียชีวิตได้แล้ว

               “จากการพูดคุย นายหนุ่ยระบุว่า ทุกครั้งที่ลงมือกับเด็กจะสวมถุงยางทุกครั้ง เพื่อช่วยหล่อลื่น ทำให้ล่วงละเมิดเด็กได้ง่ายขึ้น แต่จะไม่พบอสุจิ เนื่องจากเขาสำเร็จกิจโดยไม่มีการหลั่ง และจะนั่งดูเหยื่อหลังจากก่อเหตุระยะเวลาหนึ่งจึงจะออกจากจุดก่อเหตุ”พล.ต.อ.จรัมพร บอก

                พล.ต.อ.จรัมพร ยืนยันว่า ขณะก่อเหตุนายหนุ่ยมีสติ สามารถรับรู้ในสิ่งที่ได้กระทำลงไป โดยจะเลือกเหยื่อซึ่งเป็นเด็กที่อยู่ตามลำพัง และมักหาเหยื่อตามงานรื่นเริงต่างๆ ซึ่งอยากให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้ใกล้ชิด ไม่ทิ้งเด็กไว้ตามลำพัง เพื่อปิดโอกาสไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

               จากการขยายผลทราบว่า ในวัยเด็กนายหนุ่ยถูกทอดทิ้งมาก่อน และเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศในขณะอายุได้ประมาณ 6 ขวบ ขณะที่พฤติการณ์การก่อเหตุและการเลือกลงมือกับเหยื่อก็มักเลือกเด็กที่อยู่ในวัยเดียวกัน

               พฤติการณ์การก่อเหตุใกล้เคียงกัน เข้าข่าย “ฆาตกรต่อเนื่อง”พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. จึงขออนุญาตสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อศึกษาคดีที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยหวังสร้างองค์ความรู้ตามหลักการงานสืบสวนสมัยใหม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคลี่คลายคดีในลักษณะเช่นนี้ที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

               การศึกษาคดีดังกล่าวดำเนินการโดยหน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งได้จัดส่งทีมศึกษาเข้าไปสอบสวนนายหนุ่ย ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ข้อมูลที่ได้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมเบื้องต้นได้ว่า นายหนุ่ย มีบุคลิกเก็บตัว ขาดความอบอุ่น ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่สนใจข่าวสาร การพูดคุยมีเรื่องที่เกิดจากการจินตนาการปะปนกับข้อเท็จจริง

                ขณะที่พฤติการณ์การก่อคดี ถือว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง (Serial Killer) ประเภท Hedonistic Murderer ชอบแสวงหาความสุขความตื่นเต้น จากเหยื่อที่ถูกใช้เพื่อตอบสนองความต้องการ โดยเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กแปลกหน้า ไม่เจาะจงเป้าหมาย แต่ไกลจากที่พักอาศัยพอสมควร เมื่อพบแล้วจะเข้าไปพูดคุยชวนเหยื่อไปกินขนม ถ้าเด็กไม่ไปด้วยก็จะปล่อยไปโดยไม่ใช้กำลังบังคับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกสงสัยและจะเลือกเหยื่อเฉพาะที่ยินยอมไปด้วยแต่โดยดี พฤติกรรมดังกล่าวเกิดจากการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ถูกจับกุมในครั้งแรก จึงพัฒนาวิธีล่าเหยื่อ

               นายหนุ่ยเรียนรู้ว่า หากทำใกล้บ้าน (Buffer Zone) จะถูกจับได้ง่าย จึงหันไปทำไกลบ้าน บีบคอให้ตาย ทิ้งศพตรงนั้น และหลบหนีออกจากพื้นที่หลังก่อเหตุประมาณ 5-7 วัน โดยก่อนลงมือข่มขืนเหยื่อทุกครั้งจะพูดประโยคเดิมกับเหยื่อ ซึ่งเป็นประโยคเดียวกับที่นายหนุ่ยถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก และหากมีโอกาสจะกลับไปยังที่เกิดเหตุเพื่อเสพสุขและดื่มด่ำกับการกระทำของตัวเอง

                “พฤติการณ์ของนายหนุ่ยสอดคล้องกับผลการวิจัยในต่างประเทศเกี่ยวกับกรณี "ฆาตกรต่อเนื่อง" หลายประการ ตั้งแต่ลักษณะการเลือกเหยื่อ การกลับไปดื่มด่ำกับสถานที่ก่อเหตุในภายหลัง โดยเลือกเหยื่ออายุประมาณ 6 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากภูมิหลังในวัยเด็กที่ถูกกระทำ เป็นการล้างแค้นจากการที่ถูกกระทำมา” พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี อาจารย์วิชาสืบสวนสมัยใหม่ โรงเรียนตำรวจนอกเวลา บช.ก. หนึ่งในทีมงานศึกษา บอก

               ล่าสุด พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. ทำหนังสือถึงหัวหน้าเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือในการส่งเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการมาช่วยสืบสวนคดีล่วงละเมิดทางเพศและฆาตกรรมเด็กอย่างต่อเนื่องแล้ว เนื่องจากเล็งเห็นว่า เอฟบีไอ มีความเชี่ยวชาญในการสืบสวนคดีลักษณะนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิธีการดำเนินการของตำรวจไทยต่อไป

               
..........................

(ถุงยางไร้ 'อสุจิ' มัด'ฆาตกรต่อเนื่อง' (2) : คอลัมน์คลี่ปมปริศนาcsi-thailand : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)