การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2557

'ปฏิบัติการใบไม้ร่วง'ลุยม็อบจับ4แกนนำ

'ปฏิบัติการใบไม้ร่วง'ลุยม็อบจับ4แกนนำ

                     สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  (กปปส.) นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปิดปฏิบัติ "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" บีบให้รัฐบาลรักษาการ โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออก กำลังสร้างความปั่นป่วนให้รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามใช้ทุกช่องทางเพื่อจะยุติการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ให้ได้ 
 
                     หนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องการให้การชุมนุมทางการเมืองยุติ คือ การบุกจับแกนนำการชุมนุมคนสำคัญ ที่ถือเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนการชุมนุมครั้งนี้ ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มกราคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลตำรวจ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.ศอ.รส.) โดยการประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม กปปส. โดยเฉพาะ "นายสุเทพ"
 
                     เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าการประชุมครั้งนี้ รัฐบาลรักษาการ ต้องการกดดันให้ พล.ต.อ.อดุลย์ เร่งรัดจับกุมนายสุเทพ พร้อมแกนนำผู้ชุมนุมคนสำคัญให้ได้โดยเร็ว ซึ่งนายสุรพงษ์ขอให้ พล.ต.อ.อดุลย์ รายงานความเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา อย่างละเอียด ซึ่งพล.ต.อ.อดุลย์ ยืนยันว่า การติดตามจับกุมนายสุเทพ รวมถึงแกนนำคนสำคัญรายอื่น ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวนายสุเทพ มีการ์ดดูแลอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่า "ไข่ในหิน" ถึง 40 คน แถมยังอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุม หากไม่ใช้ความรอบคอบอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย
 
                     ในรายละเอียดแผนปฏิบัติการบุกจับนายสุเทพ พร้อมแกนนำรายสำคัญ พล.ต.อ.อดุลย์ ไม่ได้ชี้แจงในที่ประชุม เนื่องจากนายสุรพงษ์ มีคำสั่งให้รายงานโดยตรงเพราะเกรงข้อมูลรั่วไหล 
 
                     มีรายงานข่าวแจ้งว่า แผนงานการบุกจับกุมตัวนายสุเทพ พร้อมแกนนำคนสำคัญ ศอ.รส.เตรียมการไว้ระยะหนึ่งแล้ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีการประชุมทำความเข้าใจกับทีมงานระดับปฏิบัติการ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานในสถานการณ์วิกฤติ มีชื่อเรียกขานปฏิบัติการบุกจับตัวนายสุเทพ พร้อมแกนนำครั้งนี้ว่า "ปฏิบัติการใบไม้ร่วง" แกนนำชุดแรกที่เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการดังกล่าวมี 4 คน คือ 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2. นายชุมพล จุลใส (ลูกหมี) 3.นายถาวร เสนเนียม และ 4.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
 
                     ปฏิบัติการใบไม้ร่วงถูกกำหนดจะดำเนินการในช่วงเวลา 03.00-05.00 น. ซึ่งในแผนปฏิบัติการดังกล่าว ได้เตรียมกำลังหน่วยอรินทราชไว้สำหรับภารกิจโรยตัวลงมาจากที่สูง เข้าชิงตัวแกนนำทั้ง 4 คน จากพื้นที่การชุมนุม ขณะที่ภาคพื้นดินมีหน่วยสนับจากชุดเฉพาะกิจกองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการปิดล้อมไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าถึงตัวชุดปฏิบัติการจู่โจมทางอากาศ หลังจากนั้นจะนำตัวทั้ง 4 คน ออกจากพื้นที่ชุมนุมทันที โดยชุดปฏิบัติจะรับคำสั่งโดยตรงจาก ศอ.รส.
 
                     ในช่วงเวลา 03.00-05.00 น. เป็นช่วงที่ผู้ชุมนุมจะอ่อนล้ามากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการพักผ่อนมากที่สุด แต่ที่ผ่านมาปฏิบัติการดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมยังมีปริมาณมาก หากเจ้าหน้าที่ชุดนี้ลงมือปฏิบัติการอาจเกิดปัญหาบานปลายจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
 
                     นอกจากชุดปฏิบัติการบุกจับกุมแกนนำที่ว่ามาแล้ว ยังมีปฏิบัติการดึงมวลชนออกจากการชุมนุมจากกองกำลังพิเศษ ที่ถูกระบุเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่าย หรือมือที่สาม ซึ่งปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวอยู่ 2 กลุ่ม ชุดปฏิบัติการที่ว่าถูกตั้งเป้าให้ก่อเหตุรุนแรงเพื่อข่มขู่ ปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุม ตั้งแต่การนำประทัดยักษ์ ระเบิด รวมถึงใช้อาวุธปืนกระสุนจริงยิงเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม และการปาระเบิดผู้ที่ถูกจัดวางในฐานะแกนนำการชุมนุม รวมถึงสมาชิกคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์
 
                     ชุดปฏิบัติการกลุ่มแรก มีนายตำรวจระดับ "พล.ต.ต." เป็นหัวเรือใหญ่ นำกำลังชุดปฏิบัติการซึ่งทำงานใต้ดินอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เคลื่อนไหวในการก่อเหตุสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่การชุมนุมและบริเวณโดยรอบ รวมถึงสถานที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้สนับสนุนการชุมนุม
 
                     ขณะที่อีกชุดเป็นกองกำลังที่นำโดยอดีตนายทหารยศ "พล.ท." เคยมีข่าวครึกโครมก่อนหน้านี้เป็นหัวเรือใหญ่ อดีตนายทหารรายนี้ได้รับงานมาจาก "นักการเมืองสายตรงคนไกล" ให้ลงมือสร้างสถานการณ์รุนแรง โดยมีทีมงานชายฉกรรจ์จากบริษัทรักษาความปลอดภัย ซึ่งอดีตนายทหารรายนี้เป็นเจ้าของเป็นกำลังหลักผสมกับ "กลุ่มฮาร์ดคอร์"ฝั่งตรงข้ามกับผู้ชุมนุม กปปส. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองรายเดิม 
 
                     ชุดปฏิบัติการชุดนี้ เปิดเผยตัวให้เห็นบ้างแล้ว จากกรณีตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) จับกุมผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืนและวัตถุระเบิด 4 คน คือ น.ส.ชนาภา เคนมาตร อายุ 48 ปี นายอนุสรณ์ พินิจคุณ อายุ 45 ปี นายสุนา ถิ่นแก้ว อายุ 53 ปี และ นายคำไพร แซงแสวง อายุ 45 ปี ได้ที่หน้ากรมอุตุนิยมวิทยา ย่านบางนา หลังจากเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่บ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่นาน
 
                     ข้อมูลด้านข่าวระบุตรงกันว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เป็นคนสนิทของนักการเมืองสายตรงคนไกล ขณะที่อีกรายเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มตรงข้าม กปปส.มาโดยตลอด โดยเฉพาะในเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในการจัดประชุมระดับชาติที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อปี 2553
 
                     ปฏิบัติการก่อกวนจะทวีความรุนแรงไปเรื่อยๆ โดยมีเป้าหมายการก่อเหตุทั้งในพื้นที่ชุมนุม และบ้านพักของบรรดาแกนนำผู้ชุมนุม รวมถึงแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อข่มขู่ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าเข้าร่วมการชุมนุมของ กปปส. เพื่อเปิดโอกาสให้ "ชุดปฏิบัติการใบไม้ร่วง" ลงมือชิงตัว นายสุเทพ นายชุมพล นายถาวร และ นายสาทิตย์ ประสบผลสำเร็จ