เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2557

ทำมาหากิน : 'ป๊อปแคท' ข้าวโพดคั่วแก้ว

ทำมาหากิน : 'ป๊อปแคท' ข้าวโพดคั่วแก้ว เมนูตลาดนัดสู่ร้านอาหารดัง : โดย...ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ

 

                          "ป๊อปแคท" ผลิตภัณฑ์ข้าวโพดคั่วในแก้ว แม้จะเป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็กๆ ที่เปิดตัวมาเพียงปีครึ่ง แต่ด้วยแนวคิดที่ฉีกตลาดผลักดันให้สินค้าจากตลาดนัดเข้าสู่ร้านอาหารและร้านกาแฟ จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเมืองเชียงใหม่ เพราะจุดขายรสชาติโดดเด่น ด้วยใช้วัตถุดิบเกรดดี ราคาสบายกระเป๋า ทำให้แต่ละเดือนทำรายได้ร่วมครึ่งแสนบาท มีเป้าหมายสร้างโรงงานผลิตเพื่อส่งสินค้าให้ร้านค้าสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้า

                          นายกฤษนัย พรมปลุก เจ้าของธุรกิจข้าวโพดคั่วในแก้วยี่ห้อ "ป๊อปแคท" กล่าวว่า เป็นคนชอบกินป๊อปคอร์นหรือข้าวโพดคั่วอยู่แล้ว จึงเกิดแนวคิดทำขึ้นเอง ด้วยลงทุนซื้อเครื่องทำข้าวโพดคั่วราคา 1.5 หมื่นบาท มาทดลองผลิต จากนั้นจึงได้ลองผิดลองถูก คิดค้นสูตร กระทั่งรสชาติถูกปากตนเอง เพื่อนๆ และลูกค้าที่ได้เข้ามาทดลองชิม ต่อเมื่อได้นำข้าวโพดคั่วไปขายที่ตลาดมาลินพลาซ่าหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะเน้นการที่ใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม ใช้เม็ดข้าวโพด ชีส น้ำตาลและคาราเมลนำเข้าจากต่างประเทศ ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้สินค้าเข้าสู่กลุ่มลูกค้าได้เร็วขึ้น

                          "จุดเด่นอีกอย่างของ "ป๊อปแคท" คือการเลือกแพ็กเกจที่คงรสชาติ และยืดอายุให้นานขึ้น โดยใช้แก้วที่มีฝา 2 ชั้นคือฝาซีน และฝาพลาสติก ขายในราคาแก้วละ 29 บาทมีทั้งหมด 5 รสคือ ชีส คาราเมล ช็อกโกแลต บาร์บีคิว และปาปริกา ซึ่งจากที่ขายมากว่า 1 ปี 6 เดือน บวกกับขายไม่แพง ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และเริ่มมีการบอกต่อจากรายย่อยก็มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน บริษัทเอกชน สั่งไปจัดงานประจำปี งานเลี้ยง" นายกฤษนัย กล่าว 

                          สำหรับการผลิตสินค้า ตอนนี้ยังไม่มีแรงงาน เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจ โดยทุกวันนี้จะใช้วิธีการผลิตข้าวโพดคั่วครั้งละ 300 แก้วต่อวัน หากว่าเต็มกำลังการผลิตจะสามารถทำได้วันละ 1,200 แก้ว โดยการจะผลิตให้สินค้าออกมามีรสชาติดีนั้น จำเป็นต้องคิดค้นสูตรการผลิตให้เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมา รสชาติที่ขายดีได้รับความนิยมที่สุด คือ รสชีส และตอนนี้ยังได้ทดลองเพิ่มรสชาติอื่นๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย เช่น รสทุเรียน รสมะม่วง

                          จากที่มีคนการันตีความอร่อย บวกกับมีจุดขายตั้งอยู่ที่เดียว จึงเริ่มบริหารจัดการสินค้า ด้วยนำไปฝากขายตามร้านขายของชำในเมืองเชียงใหม่ก่อนจะกระจายไปยังร้านกาแฟ จนเมื่อปี 2556 ได้นำ ”ป๊อปแคท” ไปแจกในงาน จนเป็นที่ต้องการของบริษัทเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง จึงติดต่อให้ทำชุดพิเศษไว้สำหรับแจกจ่ายตามกิจกรรมต่างๆ โดยใช้แบรนด์ของเบียร์ยี่ห้อนั้นเพื่อเป็นของแถมให้ลูกค้า โดยสั่งสินค้าครั้งละ 3,000-1 หมื่นแก้วต่อเดือน ล่าสุด เทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน ได้สั่ง 1,000 แก้ว เพื่อแจกในงานวันเด็ก ปี 2557 ด้วย

                          นายกฤษนัย กล่าวอีกว่า 1 ปีกับ 6 เดือนกับธุรกิจนี้ลงทุนไปแล้วกว่า 1.3 แสนบาท มีรายได้ 3.5-5 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะนี้ทำเรื่องกู้เงินเพิ่มจำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อทำโรงงานอย่างมีมาตรฐานที่ จ.ลำพูน จากนั้นจะทำเรื่องให้ผ่านมาตรฐานองค์การอาหารและยา (อย.) ให้ถูกต้อง โดยมีเป้าหมายจะทำข้าวโพดคั่วหรือป๊อปคอร์น กึ่งสำเร็จรูปที่อุ่นในไมโครเวฟ ขณะนี้ได้ทดลองทำแล้ว เหลือแต่ขั้นตอนการผลิตเพื่อจำหน่ายเท่านั้น 

                          "ตอนนี้ได้กระจายสินค้าเข้าไปในร้านอาหารกลางคืน กว่า 50 แห่ง และวางแผนที่จะเข้าไปทำตลาดตั้งเป้าให้วางขายในร้านค้าสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้า รวมถึงศูนย์การค้าต่างๆ โดยจะเน้นให้มีพนักงานส่งเสริมการขายช่วยเข้าไปสร้างจุดเด่นให้สินค้า"

                          นายทวีศักดิ์ คุณาษา เจ้าของร้านวันเดอร์บาร์เชียงใหม่ ลูกค้าของป๊อปแคท กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดของ "ป๊อปแคท" ได้ใช้วิธีส่งพนักงานส่งเสริมการขายซึ่งเป็นผู้หญิงเข้ามาขายสินค้า จึงเหมือนช่วยสร้างสีสันให้ทางร้านเพิ่มขึ้น โดยตอนนี้ลูกค้าของทางร้านก็ซื้ออยู่เป็นประจำ และจากที่ได้ชิมรสชาติก็ถูกปาก ราคาไม่แพง คาดน่าจะเป็นสินค้าที่อนาคตไกล

 

 

-------------------------

(ทำมาหากิน : 'ป๊อปแคท' ข้าวโพดคั่วแก้ว เมนูตลาดนัดสู่ร้านอาหารดัง : โดย...ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ)