การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 7 มกราคม 2557

มติกกต.ตัดสิทธิ์!87ส.ส.บัญชีรายชื่อ

มติกกต.ไม่ประกาศรับรองผู้สมัครส.ส.ปาตี้ลิสต์ 87 ราย ' พท.' ถูกเชือด 4 ราย 'อริสมันต์-ศุภชัย' ไม่รอด ด้าน'เลขาฯกกต.'แนะยื่นร้องศาลฎีกา

               7 ม.ค.57 นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต). แถลงว่า ที่ประชุมกกต.มีมติไม่ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ รวม 87 ราย ใน 25 พรรคการเมือง เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่า ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยแยกเป็นขาดคุณสมบัติ เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554 รวม 60 ราย สังกัดพรรคการเมืองเดียวไม่ถึง 30 วันจนถึงวันเลือกตั้ง และเป็นสมาชิกพรรคเกินกว่า 1 พรรค รวม 25 ราย ที่เหลือคือ อยู่ระหว่างการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะลงสมัครได้อย่างละ 1 ราย ทำให้ยอดผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในขณะนี้มีทั้งสิ้น 1,162 คน จากยอดที่ได้มีการรับสมัคร 1,249 คน ทั้งนี้ ผู้ที่กกต.ไม่ประกาศรายชื่อทั้ง 87 คน สามารถใช้สิทธิตามมาตรา 44 ของพ.ร.บ.เลือกตั้ง ยื่นร้องต่อศาลฎีกาได้ซึ่งหากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า หลักฐานที่บุคคลดังกล่าวนำมาแสดงมีความชัดเจนก็อาจจะประกาศให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อได้ เหมือนกับกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ไม่สามารถเข้าสมัคร ส.ส.ในระบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้แล้วไปใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีมาก และกกต.พร้อมที่จะไปให้ข้อมูลต่อศาลฯ แต่ขณะนี้ยังไม่มีหมายเรียกจากศาลมายังสำนักงาน ซึ่งหากศาลฯ มีคำสั่งออกมาอย่างไร กกต.ก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่ทั้งนี้ยืนยันกกต.ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง

               นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์ในการลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ แยกเป็นพรรคชาติพัฒนา 5 คน พรรครักประเทศไทย 3 คน พรรคพลังสหกรณ์ 1 คน พรรคภูมิใจไทย 7 คน พรรคภารดรภาพ 7คน พรรคเพื่อสันติ 5 คน พรรคพลังประเทศไทย 2 คน พรรคประชาสามัคคี 1 คน พรรคกสิกรไทย 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคเพื่อไทย 4 คน พรรคพลังเครือข่ายประชาชน 5 คน พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 5 คน พรรคพลังไทยเครือข่าย 1 คน พรรคประชาธิปไตยใหม่ 4 คน พรรคชาติประชาธิปไตยก้าวหน้า 1 คน พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 1 คน พรรคพลังไทยรักชาติ 5 คน พรรคทวงคืนผืนป่าแห่งประเทศไทย 3 คน พรรคเสียงประชาชน 5 คน พรรคคนขอปลดหนี้ 1 คน พรรคพัฒนาคุณภาพชีวิต 3 คน พรรคชาติไทยสามัคคี 1 คน พรรคเงินเดือนประชาชน 5 คน และพรรคเพื่อแผ่นดิน 5 คน โดยผู้ที่ถูกตัดสิทธิและเป็นที่สังคมรู้จัก อาทิ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายถาวร ตรีรัตนณรงค์ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย และพล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคเพื่อไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนผู้ที่ กกต.ตัดสิทธิการลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะต้องถูกดำเนินคดีฐานะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัคร และหัวหน้าฐานะเป็นผู้สนับสนุนหรือไม่ นายภุชงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ ยังถือว่ากระบวนการยังไม่สิ้นสุด เพราะกกต.ต้องให้โอกาสบุคคลที่กกต.ตัดสิทธิไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 7 วัน และหากศาลมีคำสั่งอย่างไร ทางกกต.จึงจะนำมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง โดยจะต้องดูว่าหัวหน้าพรรคหรือพรรคมีส่วนรู้เห็นกับการที่เขาไม่มีสิทธิสมัครแล้วมาลงสมัครหรือไม่

               นายภุชงค์ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบกับแผนการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งครั้งนี้โดยใต้แนวคิด “รู้หน้าที่ รักษาสิทธิ โดยสุจริต และเที่ยงธรรม” ซึ่งเป็นการสื่อสารไปยังผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ประชาชน รวมถึงเยาวชน เพื่อเน้นย้ำความเป็นกลาง เป็นมืออาชีพ ยึดหลักกฎหมายในการปฏิบัติงาน และไร้ความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กกต.ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 นี้

 

 

"ศุภชัย"ซัด"กกต."ทำงานชุ่ย จี้ทบทวนตัวเอง

 

               นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 3 ก.ค.54 ว่า จากการตรวจสอบล่าสุด กกต.ยังยืนยันว่า มีผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 87 คน ถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งรวมถึงตนและผู้สมัครส.ส.ของพรรคอีก 6 คน ว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนยืนยันว่า ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตยานนาวา กทม.จึงไม่ใช่ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ และตนได้ชี้แจงกกต.ไปแล้ว แต่ปรากฏว่า กกต.ยังยืนยันว่า ได้มีมติตัดสิทธิ์ไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนมติ แต่เป็นเรื่องผู้สมัครต้องไปร้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเอง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ข้อมูลที่กกต.นำมาใช้เป็นข้อมูลที่ไปซื้อมาจากกรมการปกครองในบัญชีของผู้ไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลแต่ละอำเภอทั่วประเทศ แต่ไม่ได้รวมบัญชีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งเป็นฐานข้อมูลซึ่งอยู่ในกกต.เอง ตามแบบฟอร์ม 11/ก. ซึ่งจะปรากฏชื่อตนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตยานนาวา แต่กกต.กลับไม่ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน

               “แทนที่กกต.จะรอรวบรวมพยานหลักฐานกลับไม่ทำเต็มที่ ไปเชื่อข้อมูลของกรมการปกครองที่ซื้อมาเพียงด้านเดียว ผมเชื่อว่า กกต.ไม่ทุ่มเทในการทำงานเหมือนกับการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งในภาคใต้ ที่ไม่สามารถทำได้ เพราะกกต.ทำงานไม่เต็มที่ ผมจะปกป้องสิทธิ์ตัวเองโดยร้องต่อศาลฎีกา เพื่อคืนสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง และการกระทำแบบนี้ผมขอเรียกร้องให้กกต.ต้องทบทวนตัวเองที่ไม่มีความรับผิดชอบ และปล่อยให้หน้าที่ของตัวเองไปเป็นภาระของศาลฎีกา ส่วนจะดำเนินการทางกฎหมายกับกกต.หรือไม่ ขอพิจารณาอีกครั้ง แต่เบื้องต้นอยากให้กกต.ทบทวนตัวเองในการทำหน้าที่ก่อน" ” นายศุภชัย กล่าว

                

                        

ข่าวด่วน