กีฬา : คอลัมน์เด็ด
วันเสาร์ที่ 4 มกราคม 2557

บทสรุปพรีเมียร์ลีก 2013

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : บทสรุปพรีเมียร์ลีก 2013

 

                          ผ่านไปเรียบร้อยแล้วสำหรับปี 2013 ที่วงการลูกหนังพรีเมียร์ลีกมีเรื่องราวต่างๆ มากมายก่อนส่งต่อสู่ปี 2014 ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น เว็บไซต์โกล ดอท คอม ที่เป็นเว็บไซต์ชื่อดังในเรื่องของเกมฟุตบอลได้มีการสรุปเรื่องราวต่างๆ ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ "เฟอร์กี" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน, หลุยส์ ซัวเรซ รวมทั้งการกลับมาเป็นทีมชั้นนำอีกครั้งของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล

                          เรื่องแรกแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของเฟอร์กี ที่อำลาวงการพรีเมียร์ลีกพร้อมด้วยการคว้าแชมป์กับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นการสิ้นสุดการทำงานในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่ยาวนานถึง 26 ปี จึงถูกยกให้เป็นผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปีของปี 2003

                          การวางมือของเฟอร์กี ครั้งนี้ ส่งผลกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอย่างมากมาย ทำให้ในฤดูกาลนี้คาดการณ์ได้ยากว่าทีมใดคือทีมที่จะเต็งแชมป์ เพราะมีการลุ้นแชมป์ที่สนุกและคาดเดาได้ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เนื่องจากในช่วง 7 อันดับแรกของตาราง มีแต้มห่างกันไม่มาก และสามารถปรับเปลี่ยนสถานการณ์ได้ด้วยเกมเพียงแค่ 2-3 นัด

                          กับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้ยังไม่มีใครมั่นใจได้ว่า เดวิด มอยส์ คือตัวเลือกผู้จัดการทีมคนใหม่ที่เหมาะสม และถูกมองว่าแม้กระทั่งการลุ้นติดอันดับ 1 ใน 4 เพื่อไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า ยังเป็นการลุ้นที่ลำบาก

                          ว่ากันว่าเป็นเรื่องแปลกที่ผู้จัดการทีมที่ไม่ได้แชมป์อะไรเลยในการทำทีม "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ได้เข้ามารับตำแหน่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดในสหราชอาณาจักร

                          เกมของยูไนเต็ด กับ เดวิด มอยส์ ดูจะกล้าๆ กลัวๆ โดยเฉพาะเกมในบ้าน ที่บางนัดเล่นไม่ออกเอาทั้งทีม และมีเกมที่แพ้ในบ้านไปแล้วถึง 3 นัด ทั้งเวสต์บรอมวิช, เอฟเวอร์ตัน และ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมในช่วง 10 ปี ที่ผลงานย้ำแย่แบบนี้

                          นั่นเป็นเหตุผลว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่ทีมยอดเยี่ยมประจบปี 2013 แม้ว่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2012-13 ก็ตาม ฟอร์มที่ย่ำแย่ในฤดูกาลนี้ทำให้เรื่องความยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้วถูกลืมไป

                          ดังนั้นทีมชั้นดี 2 ทีม ที่ลุ้นเป็นทีมยอดเยี่ยมประจำปีคงเหลือที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์เล่นเกมรุกของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการมี หลุยส์ ซัวเรซ เป็นตัวนำ ในปี 2013 ที่ผ่านมายิงได้ถึง 84 ประตู มากกว่าทีมใดๆ ในพรีเมียร์ลีก

                          ขณะที่อาร์เซนอล มีดีในเรื่องของการคัมแบ็ก เนื่องจากเมื่อต้นปี 2013 เริ่มปีด้วยการอยู่ในอันดับ 5 และมีแต้มตามหลังจ่าฝูงถึง 16 แต้ม อีกทั้งยังถูกมองว่าลุ้นได้ยากกับโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่สุดท้าย อาร์แซน เวนเกอร์ สามารถนำทีมกลับมาได้ รวมเกมทั้งปี 2013 เก็บไปได้ 82 แต้มในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และจากผลงานช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม เป็นฟอร์มที่ดูเหมือนจะไร้เทียมทาน และได้รับการคาดหมายว่าจะได้แชมป์บ้างในปีนี้

                          อาร์เซนอล จึงรับตำแหน่งทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2013 ไป

                          เรื่องนักเตะยอดเยี่ยม แน่นอนว่าต้องเป็น หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกที่ทำให้ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีก แม้ว่าจะโดนข้อหากัด บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ของเชลซี และโดนแบนไป 10 นัด แต่หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยก็ยังยิงได้ 29 ประตู และ 19 ประตูนั้นมาจากเกมในฤดูกาลนี้ล้วนๆ

                          การเล่นของซัวเรซ ในฤดูกาลนี้ทำเหมือนเล่นมายากล สามารถพาบอลฝ่ากองหลัง 2 คนได้สบายๆ เมื่อ แกเรธ เบล ย้ายไปแล้ว และโรบิน ฟาน เพอร์ซี เจอทั้งปัญหาเรื่องฟอร์มและอาการบาดเจ็บ ทำให้ ซัวเรซ ได้ตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแบบสบายๆ

                          นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม ตัวเลือกที่ดูสม่ำเสมอคือ เอดอง อาซาร์ด ปีกอนาคตไกลของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี และมีคนอื่นๆ ที่พุ่งแรงขึ้นมาคือ อัดนัน ยานูซาย ของแมนฯ ยูไนเต็ด และ รอสส์ บาร์คลีย์ ของเอฟเวอร์ตัน

                          แต่หากจะมองดูผลงานในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา คนที่สมควรเป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมคือ โรเมลู ลูคาคู ที่ในรอบปีนี้ยิงประตูเป็นรองเพียงแค่ หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว จากการยิงไป 20 ประตู และสามารถทำผลงานได้น่าประทับใจกับการเล่นให้ 2 สโมสรที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น เวสต์บรอมวิช หรือ เอฟเวอร์ตัน หากยังโชว์ฟอร์มได้ต่อเนื่องแบบนี้มีโอกาสคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในปี 2014 เช่นกัน

                          ในส่วนของช่วงเวลาแห่งปี 2013 ในพรีเมียร์ลีกคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากช่วงเวลาอำลาตำแหน่งกุนซือของ "เฟอร์กี" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังเกมกับสวอนซี เมื่อเดือนพฤษภาคม

                          ประตูแห่งปี 2013 แม้ว่าจะมีประตูสวยๆ มากมายทั้ง แจ็ค วิลเชียร์ ที่ต่อบอลกับเพื่อนเข้าไปทำประตูนอริช หรือว่า หลุยส์ ซัวเรซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวชั้นยอดเข้าทำประตูคู่แข่ง อีกทั้งยังมีลูกยิงทรงพลังของ แกเรธ เบล ที่ยิง 35 หลาใส่เวสต์แฮม และลูกยิงวอลเลย์ของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ใส่แอสตัน วิลลา เมื่อเดือนเมษายน

                          ประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของโกล์กลับกลายเป็นของ ปายติม คาซามี ของฟูแลมที่ยิงวอลเลย์ใส่ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนตุลาคม จากการเคลื่อนที่หนีตัวประกบไปพักบอลด้วยอก ก่อนจะวิ่งตามไปยิงวอลเลย์เข้าเสาไกลด้วยวิถีโค้งคล้ายๆ กับลูกยิงของ มาร์โก ฟาน บาสเทน ที่ยิงในยูโร 88

                          เกมแห่งปีในพรีเมียร์ลีกมีตัวเลือกหลายเกมเช่นกัน มีเกมคลาสสิกอย่างเกมเสมอ 3-3 ในเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บีแมทช์ หรือว่าเกมที่เสมอกัน 5-5 ระหว่าง เวสต์บรอมวิช กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว แต่เกมประจำปีจริงคงต้องเป็นเกมที่สนามอิติฮัดที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ไล่ถล่ม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไป 6-3 เหตุผลง่ายๆ คือเป็นเกมที่ครบรส และเปี่ยมด้วยคุณภาพ

                          การเซ็นสัญญาแห่งปีมี เฟอร์นันดินโญ ของแมนฯ ซิตี เป็นหนึ่งในตัวเลือกแน่นอน เพราะมายืนคู่กับ ยายา ตูเร ได้อย่างมั่นคง ทอม ฮัดเดอร์สตัน ไปอยู่ฮัลล์ด้วยค่าตัวแค่ 5 ล้านปอนด์ถือว่าสุดคุ้ม หรือ โลอิก เรมี ที่ยิงไปแล้ว 16 ประตูในปีนี้ก็เช่นกัน

                          เมซุต โอซิล ที่มาด้วยค่าตัวถึง 42 ล้านปอนด์ ก็เป็นอีกหนึ่ง ทางเลือกเพราะได้เห็นถึงคุณภาพไปเรียบร้อยแล้ว แต่ตำแหน่งการเซ็นสัญญาแห่งปีกลับเป็นของ มาติเยอ ฟลามินี กองกลางของอาร์เซนอล ที่กลับมาแบบไม่มีค่าตัว ปักหลักช่วยทีมได้ทั้งเกมรับและรุก เกมนอกบ้านของอาร์เซนอล ฟลามินี จะมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สถิติเกมรับของ อาร์เซนอลดีขึ้นกว่าที่เป็นมา จึงมีดีกว่าในเรื่องความคุ้มค่า

                          สุดท้ายเป็นเรื่องของยอดแย่แห่งปี คนที่รับไปเต็มๆ คือ วินเซนต์ ตัน เจ้าของทีม คาร์ดิฟฟ์ ที่เปลี่ยนทั้งชื่อและตราของสโมสร ด้วยการปรับชื่อจาก "บลูเบิร์ด" มาเป็น "มังกรแดง" และล่าสุดก็ยังขัดใจแฟนบอลด้วยการปลด มัลกี แม็คคาย ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไปอีก

                          ก่อนหน้านี้ อัสเซม อัลลัม เจ้าของทีมฮัลล์ ซิตี เคยบอกกับแฟนบอลว่า "ตายได้เลยถ้าต้องการ" หลังจากถูกแฟนบอลประท้วงเรื่องการเปลี่ยนชื่อมาเป็นฮัลล์ ไทเกอร์ส แต่โดยรวมแล้วเจอรายของ ตัน เหนือกว่า เป็นเจ้าของทีมที่เข้ามาเปลี่ยนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรรมของสโมสรที่ตัวเองซื้อมากที่สุด

 

 

 

ข่าวด่วน