ศาสนา-พระเครื่อง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556

ปิดตำนานเจ้าของสมเด็จพิมพ์ใหญ่วัดระฆัง...'องค์เสี่ยดม'

ปิดตำนาน'อุดม กวัสสราภรณ์' เจ้าของสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง...'องค์เสี่ยดม' : พระเครื่องสรณะคนดัง เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

            ในอดีตตำนานรังพระ ที่มีชื่อเสียงมีอยู่ ๔ รังใหญ่ๆ คือ ๑.รังพระของครูเอื้อ สุนทรสนาน เจ้าของตำนานพระสมเด็จองค์ครูเอื้อ (พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่) ๒.รังพระของเจ้แจ๋ว เจ้าของสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์เจ้แจ๋ว ๓.รังพระของท่านลพ ซึ่งเป็นพระภิกษุ ถือว่าเป็นรังที่มีพระพุทธรูปบูชาที่เก่าแก่จำนวนมาก

            ๔.รังพระของคุณฉ่าหลี ยงสุนทร อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ถือว่าเป็นเจ้าของรังพระที่รู้จักกันดีในวงการพระโบราณ มีพระชุดเบญจภาคีชั้นนำอยู่นับสิบองค์ เช่น เจ้าของพระสมเด็จ วัดระฆัง องค์ลุงพุฒิ (ปัจจุบันอยู่กับโป๊ยเสี่ย) พระสมเด็จองค์ขุนศรี (พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่) การสะสมพระในอดีตนั้นมีไม่มาก ทำให้ผู้สะสมมีพระให้ซื้อสะสมจำนวนมาก และราคาก็ไม่แพง

            นอกจากนี้แล้วยังมีเจ้าของรังพระที่มีชื่อเสียงอีกหลายรัง แต่ปัจจุบันกลายเป็นตำนานไปแล้วเช่นกัน คือ รังพระของเสถียร เสถียรสุต รังพระของอุดม กวัสราภรณ์ รังพระของชลอ รับทอง รังพระของมนตรี วงศ์วิรัช รังพระของอาจารย์นิยม อสุนี ณ อยุธยา รังพระของ เชาว์ ริเวอร์ รังพระของ พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร และ รังพระของกำนันชูชาติ มากสัมพันธ์ 

            ส่วนที่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งรังพระในตำนาน คือ รังพระของ นายอุดม กวัสสราภรณ์ ที่คนในวงการนิยมเรียกว่า "เสี่ยดม" ปูชนียบุคคลของวงการพระเครื่อง ซึ่งได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยโรคชราในวัย ๘๑ ปี  เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ ธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้จะมีงานพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษในวันเสาร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๗.๐๐ น ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ถิ่นกำเนิดพระสมเด็จอันเลื่องชื่อ
 
            เมื่อครั้งที่ "เสี่ยดม" ยังมีชีวิตอยู่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการพิจารณาพระเครื่องชุดเบญจภาคี โดยเฉพาะพระสมเด็จฯ ระดับครูบาอาจารย์ของคนในวงการเลยทีเดียว พระองค์เด่นองค์แชมป์ทั้งเบญจภาคี มีวัดระฆังพิมพ์ทรงเจดีย์ยากหาตัวจับเทียบได้ก็ยังอยู่ พระเนื้อชิน เนื้อดินยอดนิยมไม่น้อยไม่กระเด็นออกนอกบ้านรวมถึงพระบูชาสมัยเก่าๆ และส่วนมากจะมีอยู่ในหนังสือชาตรีของอาจารย์ประชุม กาญจนวัฒน์

            สำหรับที่มาของชื่อ "พระสมเด็จองค์เสี่ยดม" นั้น "เสี่ยดม" ได้นำพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง เข้าเผยโฉมให้คนในวงการพระยุค ๒๐ ปีที่ผ่านมาเห็น เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสมบูรณ์สวยงามเทียบชั้นพระสมเด็จฯ องค์ครูในยุคนั้นทุกองค์ เป็นเหตุให้นักนิยมพระสมเด็จฯ ในยุคนั้นเรียกชื่อติดปากว่า องค์ "เสี่ยดม" กลายเป็นฉายานามประจำองค์พระมาถึงทุกวันนี้

            ครั้งหนึ่ง "เสี่ยดม" เคยให้สัมภาษณ์ กับ "คม ชัด ลึก" ว่า พระเครื่องที่ขายออกไปจากรังอย่างจริงจังนั้นยอมรับว่า เมื่อ ๓ ปี หรือเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่หมดรังเสียเลยทีเดียวยังมีอยู่จำนวนมาก เช่น เสือหลวงพ่อปานที่มีอยู่กว่า ๓๐ ตัว ยังไม่เคยขายออกไป เมื่อต้องขายพระออกไปแน่นอนที่สุดว่า ยอมมีความเสียดายเป็นธรรมดา ซึ่งเมื่อครั้งที่ไปซื้อพระเครื่องที่เจ้าของหวงมากๆ ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะหวงไปทำไม แต่มาวันนี้ก็กลายเป็นว่าคนอื่นมาซื้อพระองค์ที่รักองค์ที่หวงไป ทำให้หวนนึกถึงวันที่ไปซื้อพระจากคนอื่น

            ในครั้งนั้น "เสี่ยดม" ได้ฝากข้อคิดเป็นคติธรรมไว้กับคนวงการพระเครื่องว่า "พระเครื่องที่มีอยู่กว่าครึ่งหนึ่งส่องมากว่า ๕๐ ปี แต่ทุกอย่างเป็นวัฏจักร อย่างกับหลักธรรมที่ว่า เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และดับลงในบั้นปลาย อย่าไปยึดติดว่าพระเครื่องจะเป็นของเรา และอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ให้คิดเสียว่าเป็นสมบัติผลัดกันชม เป็นทรัพย์เป็นสมบัติของแผ่นดิน เป็นมรดกทางพุทธศาสนา ไม่มีรังพระไหนเป็นอมตะตลอดกาล"