การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 11 ธันวาคม 2556

'เรืองไกร'ลั่นลงส.ส.พรรคเพื่อไทย

'เรืองไกร' สมัครสมาชิก 'พท.' ลั่นลง ส.ส.แน่ แต่ระบบเขต หรือบัญชีรายชื่อ ให้พรรคพิจารณา ด้าน 'ภูมิใจไทย' เลือดไหล 'มัชฌิมา - อดีต ส.ส.' แห่ลาออก

 

                         11 ธ.ค. 56  เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยหลังจากที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้วก็เดินทางกลับทันที

                         โดยนายเรืองไกร กล่าวว่า ตัดสินใจมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และตั้งใจจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ด้วย แต่จะลงสมัครในระบบเขตเลือกตั้ง หรือระบบบัญชีรายชื่อนั้น ขึ้นอยู่กับผู้บริหารพรรคที่จะพิจารณา

 

 

'ภูมิใจไทย' เลือดไหล 'มัชฌิมา - อดีต ส.ส.' แห่ลาออก

 

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ช่วงเช้า มีอดีต ส.ส.กลุ่มมัชฌิมา พรรคภูมิใจไทย ทยอยเดินทางมายังที่ทำการพรรคเพื่อขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ประกอบด้วย นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายมนู พุกประเสริฐ อดีต ส.ส.สุโขทัย และนางนันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท ส่วนอดีต ส.ส.ที่ส่งตัวแทนมาขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ประกอบด้วย นายมานิต นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา อดีต ส.ส.ราชบุรี นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล อดีต ส.ส.สุโขทัย นอกจากนี้ยังมีอดีต ส.ส.ของพรรค ที่ไม่ได้อยู่กลุ่มมัชฌิมา แต่มาลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ด้วย ประกอบด้วย นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร อดีต ส.ส.นครนายก นายประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร อดีต ส.ส.ราชบุรี

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่คาดว่าจะลาออกเพิ่มเติม คือ อดีต ส.ส.สระบุรี ชัยนาท และศรีสะเกษ

                         นายเรืองศักดิ์ ชี้แจงว่า การลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งใดๆ เพียงแต่มีแนวทางการเมืองไม่สอดคล้องกันอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อยุบสภาแล้ว จึงเป็นจังหวะเหมาะที่จะลาออก แต่ยังไม่มีกำหนดที่จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ ขอให้เป็นความเห็นพ้องของ อดีต ส.ส.ในกลุ่มมัชฌิมาก่อน แต่มั่นใจว่าจะลงสมัครทันการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57

                         ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แถลงว่า ในพรรคการเมืองซึ่งจดทะเบียนถูกต้อง และมีวัตถุประสงค์ชัดเจนที่จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง วันนี้พรรคจึงกำลังเตรียมตัวส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีการยุบสภาย่อมมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ เกิดขึ้น ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย วันนี้มีผู้แสดงความจำนงยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว 9 คน คือ ในส่วนของกลุ่มมัชฌิมา นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคที่ไม่ได้เป็นกลุ่มมัชฌิมา แต่ลาออกด้วย ซึ่งทั้งหมดแสดงจุดยืนว่า ไม่ได้อยู่ในกลุ่มภูมิใจไทยมานานแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นเรื่องปกติที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ถ้าสมาชิกไม่ประสงค์จะอยู่ในพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดอยู่ ก็มีสิทธิที่จะลาออก ซึ่งพรรคไม่คัดค้าน แต่แสดงความยินดีด้วยที่จะไปดำเนินงานการเมืองตามอุดมการณ์ของแต่ละท่านต่อไป ส่วนนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ยังคงเป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อยู่เหมือนเดิม

                         นายศุภชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคประเมินไว้ว่า จะได้จำนวน ส.ส.ไม่น้อยลง เพราะเรามีหลักว่าพื้นที่ใดที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา เราได้ทำการเมืองอย่างต่อเนื่อง และบรรยากาศขณะนี้คิดว่าประชาชนมีวิธีการเลือก และคิดว่าจะลงคะแนนให้ใคร ซึ่งเชื่อว่าจะแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เรามั่นใจว่าจะดำรงความเป็นพรรคการเมืองอันดับที่ 3 ซึ่งจะเป็นพรรคทางเลือกที่สำคัญให้กับประชาชน ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 หรือไม่ เท่าที่พูดคุยนายอนุทิน พร้อมที่จะลงมาทำงานการเมืองโดยลงสมัครด้วยตัวเอง แต่ต้องรอการประชุมพรรคก่อน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เพราะในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา คงไม่สามารถทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้ได้เมื่อมีการยุบสภา 

                         ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีโอกาสที่นายเนวิน ชิดชอบ จะกลับมาเล่นการเมืองหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้พูดคุยกับนายเนวิน นานแล้ว จึงไม่แน่ใจว่านายเนวิน จะตัดสินอย่างไร แต่ที่ผ่านมาถือเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อชาติบ้านเมือง และเชื่อว่านายเนวิน รู้ว่าเวลาไหน จะดำเนินการอย่างไร และเชื่อว่าคนทั้งประเทศเรียกร้องนายเนวิน เพราะเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะพรรคภูมิใจไทย

                         นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการสมัชชาสหภาพรัฐสภา (ไอพียู) ทราบว่าเลขาธิการไอพียู แจ้งว่าถ้าไม่มีการเลือกตั้งในประเทศไทย องค์กรดังกล่าวจะตัดชื่อประเทศไทยออกจากการเป็นสมาชิกไอพียูที่มีอยู่ 160 ประเทศ หากประเทศไทยถูกตัดชื่อจริง จะเป็นปัญหาการยอมรับในทางสากล และจะส่งผลกระทบในระยะยาว ทำให้ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยจะเลิกคบหากับประเทศไทย

                         เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคต่อกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส. นายศุภชัย กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าทุกคนมีความมุ่งหมายให้บ้านเมืองสงบ ปราศจากคอร์รัปชั่น แต่วันนี้สิ่งที่มีคือความเป็นนิติรัฐ เราไม่สามารถใช้การปกครองที่นอกเหนือจากการใช้กฎหมายมาบังคับได้ วันนี้เรามีรัฐธรรมนูญ 50 มีกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว วันนี้อำนาจกลับมาอยู่ที่ประชาชน เป็นการใช้สิทธิลงคะแนนเป็นพื้นฐานที่ไม่มีใครบังคับใครได้ และการเลือกตั้งถือว่าเป็นกติกาสากลทั้งโลกที่จะช่วยให้ปัญหาจบได้ แต่ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง ก็ไม่เป็นประชาธิปไตย ความขัดแย้งจะเกิดขึ้น วันนี้คู่ขัดแย้งควรพูดคุยกัน และเล่นตามกติกา ตนจึงอยากขอให้ทุกพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ต้องบอยคอต

 

 

 

 

ข่าวด่วน