การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2556

'มท.1'ขอคืนพื้นที่ราชดำเนิน

'มท.1' ขอคืนพื้นที่ราชดำเนินจัดงานเฉลิมพระเกียรติ วอน 'ปชป.' คำนึงถึงประโยชน์ประเทศ สั่งถอดเทปปราศรัยม็อบราชดำเนิน ไม่สน 'เทือก' ระดมมวลชน 1 ล้านคนล้มรัฐ

 

                      18 พ.ย.56 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนเป็นห่วงในเรื่องการจัดงานเฉลิมพรรษา 5 ธันวาคม ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการประชุมและมีการมอบหมายภารกิจเรื่องการจัดงานดังกล่าวอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งในทางปฎิบัติในถนนราชดำเนินทั้งสายจะต้องเป็นพื้นที่จัดงาน แต่ขณะนี้เข้าสู่วันที่ 18 พ.ย.แล้วก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้

                      "จึงอยากฝากไปยังพรรคฝ่ายค้านและผู้ที่ลาออกจากพรรคฝ่ายค้านว่ามี 2 ทางเลือก คือ 1.ขยับการชุมนุมไปอยู่พื้นที่อื่น เพื่อให้ถนนราชดำเนินได้ประดับธงหรือไฟต่างๆ ให้เรียบร้อย ซึ่งตนจะได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ให้เตรียมงานดังกล่าว ซึ่งทางขณะนี้ทาง กฟน. ก็มีความพร้อมแล้ว แต่ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ ส่วนทางเลือกที่ 2 คือหยุดการชุมนุมไว้ก่อน เพื่อให้พ้นงานเฉลิมพระชนมพรรษาแล้วค่อยกับมาชุมนุมใหม่" นายจารุพงศ์ กล่าว

                      เมื่อถามว่าจะมีการเชิญผู้ชุมนุมมาพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า "คงต้องฝากสื่อมวลชนไปบอก เพราะตนกลัวไปแล้วโดนเป่านกหวีดใส่" ส่วนการที่ผู้ชุมนุมระบุว่า พร้อมที่จะให้เข้ามาจัดงานในพื้นที่ ตนเห็นว่าคงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องดังกล่าวมาก เนื่องจากเหลือเวลาไม่ถึง 15 วัน ตนจึงต้องเข้าหารือกับผู้ว่ากทมฯ ว่าจะทำอย่างไรให้จัดงานทันตามกำหนด

                      นายจารุพงศ์ ยังกล่าวถึง ผู้ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีราชดำเนินที่อ้างว่าเป็นคนเสื้อแดง ตนขอยืนยันว่า รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และได้แสดงเป็นที่ประจักษ์

                      ผมทราบดีว่าการชุมนุมไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ เพราะว่าเมื่อสั่งให้คนหยุดงานหรือหยุดเรียน รวมทั้งชะลอภาษีก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ทำให้ไม่มีทางออก จึงต้องนำเรื่องความไม่จงรักภักดีมาโจมตีรัฐบาล เพื่อล้มรัฐบาล ทั้งนี้ตนยืนยันว่าคนไทยทุกคนมีความจงรักภักดีอย่างจริงใจ และไม่อยากเห็นใครใช้ประโยชน์จากสถาบันมาทำร้ายผู้อื่น เพราะจะทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และอยากขอร้องว่าจะซักฟอกรัฐบาลอย่างไรก็สามารถทำได้ แต่อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีว่าพรรคเพื่อไทยไม่จงรักภักดี และส่วนตัวตนเป็นอดีตข้าราชการ รวมทั้งครอบครัวมีความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงไม่มีทางจะทำอะไรอย่างที่ถูกกล่าวหา

                      เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 24 พ.ย.ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศระดมพลให้ได้ 1 ล้านคน ไว้อย่างไร มท.1 กล่าวว่า "เราไม่ประมาทและไม่ได้ท้าทายว่าจะมีได้ครบ 1 ล้านหรือไม่ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ 1 ล้านแล้วจะล้มรัฐบาลได้ เพราะรัฐบาลได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียง 14 ล้านคน 265 ที่นั่ง ถ้านับรวมพรรคร่วมก็จะมีมากกว่านั้น อาจมีถึง 17-18 ล้านคน เราไม่ได้ว่า 1 ล้านจะเป็นการดูถูกเขานะ แต่ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่าแท้ที่จริงนั้น มันไม่ใช่ว่าการระดมพลมา 1 ล้านคน แต่อีก 30-40 ล้านคน ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เขาไม่ได้มาด้วยและไม่ได้เห็นด้วยเสมอไป อย่าประมาณเอาว่า 1 ล้านคนก็ล้มรัฐบาลได้" นายจารุพงศ์ กล่าว

                      เมื่อถามว่าจะมีการขีดเส้นใต้ให้กับผู้ว่าฯ กทม.เพื่อคุยกับผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่หรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ตนเห็นใจและจะไม่ขีดเส้นใต้ให้ เพราะจะเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่ หากมีการคุยกันด้วยไมตรีจิตเท่านั้น ก็จะทำให้บ้านเมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากยังคิดที่จะเอาชนะทุกอย่างก็จะเป็นปัญหา เพราะในวันที่มีการอภิปรายก็สามารถทำได้ และประชาชนจะได้รับฟังปัญหาต่างๆ ได้ ซึ่งจะเป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย

 

'มท.1' สั่งถอดเทปปราศรัยม็อบราชดำเนิน

 

                      นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศระดมมวลชนให้ได้ 1 ล้านคน เพื่อล้มรัฐบาลในวันที่ 24 พ.ย.ว่า การให้รัฐบาลไปหรือไม่ไปนั้นไม่ได้อยู่ที่ม็อบแต่อยู่ที่หลักการและเหตุผล

                       "สิ่งที่ผมอยากขอร้องคือ อยากให้ทุกคนทำตามกฎกติกา ถ้าชุมนุมนอกกฎเกณฑ์แล้วมาเถียงกันว่าใครผิดใครถูกคงไม่ได้ คนที่ได้รับผลกระทบคือประเทศชาติ ตอนนี้การท่องเที่ยวควรจะเป็นไฮซีซั่น แต่กลายเป็นไฮไครซีส ทั้งนี้ ถ้าล้มรัฐบาลโดยไม่มีเหตุผล โครงการของรัฐบาลจะต้องมาทำกันใหม่ ทั้งโครงการปรับปรุงโครงสร้างคมนาคม 2.2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ

                       ดังนั้น ขอร้องว่า ถ้าหวังดีกับประเทศชาติอย่าเอาเรื่องของพรรคหรือเรื่องที่อยากจะเป็นรัฐบาลมาเป็นเหตุผลให้มากนัก เพราะเหลือเวลาอีกปีครึ่งก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ ถ้ารัฐบาลทำผิดจริงให้อภิปรายมา ฝ่ายค้านรู้ว่าควรทำอะไร อย่างไร ถ้าเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ประเทศชาติจะไม่บอบช้ำ แต่สิ่งที่ฝ่ายค้านทำกำลังทำร้ายประเทศชาติ ไม่ใช่ทำร้ายพรรคเพื่อไทย อย่าเอาประเทศชาติหรือสังคมมาบังหน้า อยากให้เคารพกติกา" นายจารุพงศ์ กล่าว

                       นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงอยากมากในขณะนี้คือ การปราศรัยของแกนนำที่เวทีราชดำเนินนั้น มีการให้รายป้ายสีรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยว่าไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งการเอาสถาบันมาเกี่ยวข้องด้วยนั้นพรรคจะนำเทปบันทึกเสียงการชุมนุมไปตรวจสอบ หากพบว่ามีการปราศรัยที่ผิดกฎหมายจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้วิธีการที่พรรคประชาธิปัตย์ทำมาตลอดคือการให้ร้ายป้ายสีโดยเอาสถาบันมาเกี่ยวข้อง ยืนยันว่าไม่มีใครหรอกที่จะไม่จงรักภักดี

                       อย่างไรก็ตาม จากการติดตามการปราศรัยใน 2 วันที่ผ่านมานั้นพบว่า เมื่อจุดเรื่องนั้นไม่ติด เรื่องนี้ไม่ติด ก็หันมาเอาเรื่องนี้ ซึ่งใช้ไม่ได้ ถ้าบ้านเมืองไม่สงบความเสียหายจะเกิดขึ้นกับภาพรวม เราห่วงการเอาสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือทำลายกัน ขอฟ้องให้ประชาชนจับตาดู

                       "ส่วนกรณีที่บอกว่าวันที่ 24 พ.ย.จะระดมคนมาให้ได้ล้านคนนั้นอยากบอกว่า พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงมา 10 กว่าล้านเสียง บอกว่ามาล้านคนมากดดันให้ออก ถ้าตนบอกว่าตนหามาได้มากกว่านั้นจะทำอย่างไร มันก็ไม่จบ ขอให้ทุกคนช่วยรักษาประเทศชาติดีกว่า " นายจารุพงศ์ กล่าว

 

'หัวหน้าพท.' วอนศาลรธน.อย่าตัดสินค้านความรู้สึกคนส่วนใหญ่

 

                       นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของส.ว.ว่า ความยุติธรรมถ้ามีสองมาตรฐานบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ ขีดความอดทนของคนมีจำกัด สิ่งที่คนจะไม่ยอมรับคือความอยุติธรรม

                       "ถ้ามีความยุติธรรมที่เป็นสองมาตรฐานบ่อยๆ ปัญหาจะตามมาไม่มีที่สิ้นสุด พรรคไม่ใช่คนก่อแต่เป็นคนแก้ ส่วนคนก่อไม่เคยหยุดมันจึงไม่จบสิ้น" นายจารุพงศ์ กล่าว

                       เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าคำตัดสินของศาลจะมีผลทางการเมืองอย่างไร นายจารุพงศ์กล่าวว่า ตนไม่อยากคาด แต่คิดไว้แล้วว่า คำที่ออกมาดีที่สุดน่าจะเป็นอย่างไร และแย่ที่สุดน่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ พรรคไม่ขอคาดการณ์เพราะพรรคไม่ใช่ศาล คำตัดสินถ้าเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเหตุผลจะบรรเทาและรักษาความสงบเรียบร้อยไว้ได้ แต่ถ้าคำติดสินออกมา เป็นสองมาตรฐานหรือเป็นคำตัดสินที่ใครก็รู้ว่าไม่ใช่ จะเกิดความสับสนและไม่ยอมรับอำนาจศาล ทั้งนี้ คงไม่มีใครถูกใจ 100% แต่ต้องดูคนส่วนใหญ่ด้วยว่าจะเห็นอย่างไร ศาลต้องคำนึงด้วยว่าถ้าตัดสินแล้วค้านกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นถือเป็นเรื่องน่ากลัว

 

'มท.1' แย้มส่องดครม.สัญจรสงขลา วอน 'ปชป.' นึกถึงประโยชน์ชาติ

 

                      นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมครม. อย่างเป็นทางการ นอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 29-30พ.ย.นี้ ที่จ.สงขลา ถึงกระแสข่าวเตรียมมีกลุ่มมวลชนเตรียมต่อต้าน และเป่านกหวีดใส่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า เราประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด หากมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นจริง ก็คงจะต้องงดเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะหรือการสร้างชนวนขึ้นมาอีก

                      "ที่พูดเช่นนี้เราไม่ได้กลัวหรือกังวลแต่ไม่อยากเห็นการปะทะหรือความวุ่นวายเกิดขึ้น จึงอยากขอร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ให้เห็นแก่ประโยชน์ของพี่น้อง 3-4 จังหวัดภาคใต้ด้วยว่ารัฐบาลลงไปเพื่อวางแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งจะมีงบประมาณไม่น้อยกว่า 500 ล้านเพื่อให้กลุ่มจังหวัดนำไปอุดช่องว่างในระหว่างระงบประมาณ แต่ทั้งหมดจะไปที่จังหวัดนั้น" รมว.มหาดไทย กล่าว

                      นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่งดการจัดประชุมและในช่วงบ่ายวันเดียวที่18 พ.ย.นี้ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อเตรียมเนื้อหาสาระและความต้องการของแต่ละจังหวัดที่จะไปมีอะไรบ้าง และจะได้สรุปในวันที่ลงไปประชุม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่หนี และจะไป แต่ถ้าประเมินว่าไปแล้วเกิดความขัดแย้งมากต้องมาคิดอีกที ทั้งนี้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาที่มีการจัดเวทีของพรรคประชาธิปัตย์ และมีมวลชน 3-4 พันคน ไปรับฟัง จึงต้องประเมินให้ดี

                      เมื่อถามว่าในพื้นที่จะดูแลอย่างไรเพราะแม้แต่รัฐมนตรียังถูกเป่านกหวีดไล่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ให้ตนกำชับไปยังผู้ว่าฯดูแลให้ดี และให้เจ้าภาพที่เชิญรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่เพื่อประชุมหรือภารกิจต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบหากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ที่ผ่านมาเราไม่คิดว่าคนไทยจะทำกันถึงขนาดนี้ แต่เมื่อเกิดเหตุเราจะอยู่เฉยไม่ได้

                      ส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. 8 เขตภาคใต้ หลังจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ลาออก นายจารุพงศ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคได้หารือเรื่องนี้อยู่เพราะเรามองว่าการลาออกไม่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น หากตำแหน่งว่างจากการเจ็บ ป่วย ตาย หรือมีเหตุจำเป็น พรรคก็ต้องส่งผู้สมัครฯแน่นอน แต่ในกรณีนี้ การลาออกมาเพื่อทำงานอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรื่องปกติ ฉะนั้นเราต้องประเมินให้ดีเพราะหากเราส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งขันแล้วเกิดการเผชิญหน้าขึ้นมา เช่น หากแกนนำพรรคที่ลงพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ เพื่อไปช่วยปราศรัยแล้วเจอนกหวีดไล่ เหมือนกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ถูกเป่านกหวีดไล่ ภาพคงไม่ดี นอกจากนั้นที่นั่งในสภาฯของพรรคเพื่อไทยที่มีอยู่ก็น่าพอใจแล้ว และไม่ต้องการไปเพิ่มตรงนั้น ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์อาจต้องการสลับเปลี่ยนคนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯก็เป็นเรื่องของเขา

                      เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มที่จะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ใช่หรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างพิจารณา ต้องดูเหตุการณ์ในวันที่ 20 และ 24 พ.ย.นี้ด้วย

                      ต่อข้อถามว่าจะส่งผู้สมัครในพื้นที่กทม.ด้วยหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ถ้าจะลงก็ลงทั้งหมด ถ้าไม่ลงก็ไม่ลงทั้งหมด จะแบ่งกันไปลงคงไม่ได้ ทั้งนี้ในการประชุมพรรควันที่ 19พ.ย.คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้หรือไม่

 

'มท.1' เตรียมแฉ 'ปชป.' กลับ ในศึกซักฟอก

 

                     นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ตนเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งแล้ว เพราะรู้ว่ามีกติกาที่จะต้องอภิปราย ดังนั้นเราต้องตระหนักและสอนใจตัวเองว่าทำอะไรต้องยึดตามกฎกติกา และอีกข้อคือจะเตรียมสวนทุกประเด็น โดยเตรียมข้อสอบไว้แล้วแต่ไม่ขอเปิดเผย

                     "แต่รับรองว่ามีข้อมูลอยู่มากตั้งแต่ที่พรรคประชาธิปัตย์ บริหารประเทศ 2 ปีครึ่ง ดังนั้นที่ด่าว่าเราอย่ากลายเป็นว่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองและผมจะแฉให้เห็นดูว่าเป็นเองอย่างไร" นายจารุพงศ์ กล่าว

                     นายจารุพงศ์ กล่าวกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัย กรณีมีผู้ยื่นคำร้องนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา, นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา และสมาชิกรัฐสภารวม 312 คน ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. ว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา68 หรือไม่ ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ว่า ในพรรคได้หารือ และคาดว่าจะมีทางออกในเรื่องนี้ 2-3ทางมีทั้งที่เป็นบวก กลาง ลบ แต่ยังบอกไม่ได้ ส่วนฝ่ายที่เคลื่อนไหวเขาคงประเมินเป็นลบแน่นอนอยู่แล้ว แต่ตนอยากให้ไปถามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนว่าจะพิจารณาอย่างไรอย่ามาถามตนเพราะไม่ใช่คนตัดสิน ทั้งนี้แม้จะมีคำตัดสินแล้วเรายังต้องประเมินต่อ ไม่ได้มองแค่วันที่ 20 แต่ยังมีวันที่ 24 พ.ย.นี้ และยังมีอีกหลายเหตุการณ์

                     ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยได้เตรียมพรรคสำรองให้เกิดอุบัติเหตุการณ์หรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกพรรคสำรอง มีพรรคจริงๆเลย”

                     เมื่อถามว่า แต่การเมืองทุกวันนี้เป็นแบบได้คืบเอาศอก ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ระบอบประชาธิปไตย ประชาชนต้องเป็นผู้ชี้ขาด และที่ผ่านมาประชาชนชี้ขาดมาทุกครั้งที่เราชนะเลือกตั้ง ดังนั้นสิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวที่จะทำต่อไปคือพยายามไม่ให้มีการเลือกตั้งและจะให้มีการแต่งตั้ง แต่หากมีการแต่งตั้งขึ้นมาเมื่อไหร่ถือว่าดูถูกอำนาจของประชาชน