บันเทิง : คอลัมน์เด็ด
วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2556

เอกเขนกดูหนัง:'Thor: The Dark World'

'Thor: The Dark World' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม




 
          ถ้าถามว่า หนังอะไรที่ดูสนุกที่สุดในเวลานี้(อย่างน้อยในบ้านเราสัปดาห์นี้) ถาม 10 คน ก็จะได้ 10 คำตอบเหมือนๆกันว่า ‘Thor’ ภาคสอง ซึ่งขณะนี้กำลังกวาดรายได้ถล่มทลายไปทั่วโลก(รวมถึงเมืองไทย) หากมองด้วยสายตาคนดูหนัง(ไม่ใช่นักวิจารณ์) ก็ย่อมจะเห็นพ้องไปกับคนทั้งโลกเช่นกัน

          ไม่เพียงฉากตระการตา ลีลาการต่อสู้สุดมันส์(ทั้งๆที่ไม่ได้โชว์ทักษะหรือศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวสวยงามแต่อย่างใด) และพล็อตที่วางไว้ให้เข้าใจง่าย แทรกอารมณ์ขันประปรายตลอดทั้งเรื่อง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ที่ ‘Thor 2’ จะกุมหัวใจคนทั้งโลกไว้ในอุ้งมือของขุนค้อนหนุ่มเลือดร้อนแห่งอาณาจักรเหนือกาแลคซี่อันไกลโพ้นนามว่า‘แอสการ์ด’

          ไม่แปลกที่เทพนิยายสมัยใหม่จะครองใจคนทั้งโลก ตั้งแต่ในรูปแบบนิยายภาพ จนถูกดัดแปลงในรูปแบบภาพยนตร์ แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ นับจากนี้ตัวละครของมาร์เวลคอมิคส์ แต่ละตัวจะถูกนำมาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีการสร้างซูเปอร์ฮีโร่ใหม่ๆ และถูกนำมาจัดรวมสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆขยับขยายเรื่องราวต่อไปได้อีก รวมถึงย้อนกลับมาแยกเล่าเรื่องตัวละครแต่ละคนให้มีสตอรี่ของตัวเอง พอถึงวาระพิเศษก็พากลับไปควบรวมนำไปสู่เนื้อหาการผจญภัยใหม่ๆอีกครั้ง จากนั้นก็แยกย้ายไปมีเรื่องราวของตัวเองเป็นวัฏจักรเรื่อยไป และแน่นอนว่าวันข้างหน้าอาจมาถึงจุดตีบตัน แต่ก็คงใช้เวลาอีกนานโข โดยกลวิธีดังกล่าว เราสามารถพบเห็นได้ในหนังเรื่อง “Thor: The Dark World” นี่เอง

          เริ่มตั้งแต่พล็อตง่ายๆ ที่ว่าด้วยการกลับมาแก้แค้นของเจ้าวายร้าย การเดินทางกลับไปปกป้องคนรักที่ตกอยู่ในอันตราย คู่ขนานไปกับการปกปักษ์รักษาอาณาจักรของบรรพบุรุษต้นตระกูลที่สืบทอดกันมายาวนาน ซึ่งเรื่องราวระหว่างบรรทัดนี่แหละ ที่เปิดช่องให้คนทำหนังได้สอดแทรกอรรถรสมากมายประดามี โดยเฉพาะการพยายามเชื่อมโยงไปยังตัวละครในกลุ่มก๊วนเดียวกัน (แฟนหนังของมาร์เวล คอมิคส์ สนุกกันเต็มที่ในฉากที่โลกิ แปลงร่างระหว่างประกอบคำอธิบายให้กับ‘ธอร์’)เท่านั้นยังไม่พอ การสร้างกิมมิค ด้วยการเปิดเผยเรื่องราวภาคต่อหรือหนังที่สร้างจากตัวละครชุดเดียวกันในเอนด์เครดิต ก็ทำให้แฟนหนังเดนตายสนุกสนานกับการคาดเดาเรื่องราวต่อจากนี้ไปกันต่างๆนาๆ มาร์เวล สตูดิโอฉลาดมากในการเล่นกับคาแรคเตอร์อื่นๆแทรกที่ใส่เข้ามาใน‘ธอร์’ภาคนี้ ตั้งแต่การเปิดตัวคลิปหนังตัวอย่างความยาวร่วม 5 นาทีของ ‘กัปตันอเมริกา’ ภาคใหม่ ก่อนฉายหนัง, การเผยถึงเรื่องราวของ ‘Guardians of Galaxy’ ซูเปอร์ฮีโร่กลุ่มต่อไปพร้อมๆกับปรากฏตัวของเหล่าองครักษ์ของ‘Thor’หลังเอนด์เครดิตชุดแรกจบลงไม่นับรวมถึงเหล่า Avenger ในภาคถัดมาที่เนื้อหาเรื่องราวน่าจะสนุกสนานเข้มข้นไม่แพ้ภาคแรก ที่สำคัญการเปลี่ยนตัวแม่ทัพผู้ขับเคลื่อนหนัง นั่นก็คือ ‘ผู้กำกับ’ ที่แทบไม่เคยซ้ำหน้ากันในแต่ละเรื่อง (หรือแม้กระทั่งในหนังรวมซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล)

          “Thor” ภาคนี้ แม้จะเปลี่ยนตัวจากเคนเนธบรานาห์ มาเป็น อลันเทย์เลอร์ แม้จะกระแสข่าวจะอ้างว่า ‘บรานาห์’ ไม่ว่างจะมากำกับภาคต่อ แต่ถ้าเห็นเครดิตการทำงานของ อลันเทย์เลอร์ แล้ว ก็ไม่แปลกใจที่เหตุใดเขาจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของโปรเจคต์นี้ โดยเฉพาะการผ่านงานกำกับซีรี่ย์ดังอย่าง “Game of Thrones” มาแล้ว และที่สำคัญ ‘อลัน’ สามารถประยุกต์เรื่องราวปรัมปราโบราณเข้ากับหนังแอ็คชั่นไซไฟได้อย่างลงตัวไม่ดูประดักประเดิด ทั้งๆที่ประวัติการทำงาน อลันเทย์เลอร์ นั้น เขาทำหนังมาไม่ถึง 5 เรื่องด้วยซ้ำ

          ใช่ว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Spiderman หรือ Batman ที่เสนอแง่มุมความเป็นมนุษย์ที่มีด้านมืด ด้านสว่าง จะประสบความสำเร็จเสมอไป หนังที่เล่าเรื่องง่ายๆ ตรงไปตรงมา ตัวละครที่ฉายชัดในความดีความเลว ไม่ต่างจากคาแรคเตอร์การ์ตูนสอนใจเด็กอย่าง Ironman, Thor หรือCaptain America ก็สามารถกุมหัวใจคนดูทุกเพศทุกวัยได้อยู่หมัด ซึ่งไม่ได้หมายความว่าความลุ่มลึกหรือตื้นเขินของพล็อตหนังจะนำมาซึ่งความสำเร็จแบบฉาบฉวยหรือการเป็นที่จดจำจนทำให้หนังขึ้นหิ้งเป็นหนังคลาสสิค ที่ได้รับเกียรติจารึกในทำเนียบเกียรติยศ แต่การเข้าไปอยู่ในใจคนดูไม่ว่าในฐานะใดก็ตาม หนังเหล่านั้นล้วนถือว่าเป็นตำนานที่จะนำมาพูดถึงหรือถูกนำมาเล่าใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่อยไป

          ว่ากันว่า อายุของหนัง Franchise  จะกินเวลาราว 10 ปี...สไปเดอร์แมน(เวอร์ชั่น แซม ไรมี่) กับ แบทแมน(ของ โจนาธาน แคปแลน) นั้น จบลงไปแล้ว เหลือก็แต่ X-Men, Iron Man, Thor และ Captain Americaที่รอดูกันว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน หรือเป็นที่จดจำเท่า Batman และ Superman ของค่าย DC Comics งานนี้แฟนเดนตายคงต้องวัดกันแล้วล่ะ

.......................................
(หมายเหตุ 'Thor: The Dark World' : คอลัมน์ เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)