บันเทิง : คอลัมน์เด็ด
วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2556

ได้เวลา'จอฟ้า'ในฤดูม็อบ..เรตติ้งพุ่ง!

ได้เวลา "จอฟ้า" ในฤดูม็อบ..เรตติ้งพุ่ง! : คอลัมน์ โลกไร้เสา



    
          แม้การรวมตัวของมวลชนทุกชั้นชนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย จะใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายสังคม อันเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในฤดูม็อบ พ.ศ.นี้ แต่ "ทีวีดาวเทียม" ก็ยังเป็นอาวุธหนักของกลุ่มผู้ชมนุมทางการเมือง ในการทำ "สงครามข่าวสาร"
    
          เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการชุมนุมมวลชนพร้อมกันหลายสถานที่ และทีวีดาวเทียมก็ได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดสดกิจกรรมปราศรัยของแต่ละเวทีอย่างคึกคัก
    
          อย่างช่อง "เอเชียอัพเดท" , "ดีเอ็นเอ็น" , "พีแอนด์พี" และ "ช่อง 4 ทีวีประชาชน" ถ่ายทอดเวที "เพื่อไทย-นปช." จากเมืองทองธานี
    
          ช่อง "บลูสกาย" กับ "ทีนิวส์" ถ่ายทอดเวทีประชาธิปัตย์จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย "เอเอสทีวี" กับ "13 สยามไท" ถ่ายทอดเวที คปท.จากสะพานมัฆวานฯ และ "เอฟเอ็มทีวี" กับ "สุวรรณภูมิ" ถ่ายทอดเวทีกองทัพธรรม จากสะพานผ่านฟ้า
    
          มันเป็นครั้งแรกที่อาจเรียกได้ว่า ฤดูม็อบเบ่งบาน และทีวีดาวเทียมถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมมวลชนมากกว่า 10 ช่อง    
    
          ย้อนอดีต ปี 2549 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณ ได้ใช้ทีวีดาวเทียมช่อง "เอเอสทีวี" ถ่ายทอดสดตลอด 24 ชั่วโมง
    
          ใน พ.ศ.โน้น ชาวบ้านร้านถิ่นต่างเรียกหา "เอเอสทีวี" จนเกิดกระแสจอเหลืองระบาดไปทั่วทุกหัวเมืองใหญ่
    
          ปี 2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ยุบสภา ก็ใช้ทีวีดาวเทียมช่อง "พีเพิลแชนแนล" ถ่ายทอดสดการชุมนุมเช่นกัน
    
          อีกด้านหนึ่ง ช่วงเวลาการชุมนุมของคนเสื้อแดงได้เกิดปรากฏการณ์ "จานดำทั้งแผ่นดิน" เพราะชาวชนบทต่างแห่ติดตั้งจานดำ เพื่อรับชมการถ่ายทอดสดเวที นปช.จากกรุงเทพฯ
    
          มาถึงปีนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ จัดตั้ง "เครือข่ายสามเสน" เพื่อจัดการชุมนุมต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ได้ใช้ "บลูสกาย" เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสดตลอดวันตลอดคืน
    
          2 ปีที่แล้ว วิทเยนทร์ มุตตามระ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกับมิตรสหายลงทุนทำสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "บลูสกาย" และมอบหมายให้ เถกิง สมทรัพย์ เป็นผู้อำนวยการสถานี
    
          แม้ใครจะมองว่าเป็นสื่อของพรรค แต่ "วิทเยนทร์" ก็ยืนยันว่า เป็นการลงทุนทำธุรกิจทีวี โดยช่วงแรกก็ขาดทุนทุกเดือน จนต้องไปขอกู้หนี้ยืมสินคนภายนอกมาเพื่อใช้จ่ายในบริษัท
    
          แต่หลังจากบลูสกายเปิดตัวครบ 1 ปี ช่องบลูสกายก็ลืมตาอ้าปากได้ โดยปัจจุบัน "บลูสกาย" มีรายรับจาก 5 แหล่ง 1.รายได้จากการขายโฆษณา 60% 2.รายได้จากการรับสมัครสมาชิกข้อความสั้น (SMS) 10% 3.รายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ กับผู้ชม เช่น จัดบลูสกายทัวร์ 15% 4.รายได้จากการขายสินค้าผ่านระบบ Blue Sky Direct อาทิ ข้าวสาร กาแฟ ผงซักฟอก จานดาวเทียม ฯลฯ 10% และ 5.รายได้อื่นๆ อาทิ รายได้จาก SMS ที่ผู้ชมส่งความเห็นมาขึ้นหน้าจอ เป็นต้น
    
          นับจากพรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดเวทีประชาชน "เดินหน้า ผ่าความจริง" สัญจรไปตามสถานที่ต่างๆ ช่องบลูสกายก็มีรายได้จากการรับจ้างถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์
    
          ที่สำคัญ รายการถ่ายทอดสด "เดินหน้าผ่าความจริง" ทุกวันเสาร์ มิเพียงตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ 2 ขา ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ด้านการตลาด มันมิต่างกับการจัดอีเวนท์สร้างแบรนด์ "บลูสกาย" ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
    
          แรกๆ ช่องบลูสกายออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มไอพีเอ็มคือจานส้ม รับสัญญาณจากดาวเทียม NSS6 ระบบเคยูแบนด์ ซึ่งรับชมได้จำกัด จึงสู้ช่องเอเชียอัพเดท ที่ออกอากาศทางจานดำไม่ได้
    
          ต่อมา ผู้บริหารบลูสกายได้นำคอนเทนต์ไปออกอากาศทาง "ช่องอายุยืน" (AYUYUEN) ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม 5 ในระบบซีแบนด์ ควบคู่กับจานส้ม
    
          เท่ากับว่า บลูสกายลงมาเล่นในสนามจานดำที่เป็นตลาดใหญ่ และสามารถรับชมได้ทุกแพลตฟอร์ม ยิ่งตอนหลังมีการเปิดเวทีผ่านความจริง ยิ่งทำให้เรตติ้งของจอฟ้าพุ่งสูงขึ้น
    
          หากพิจารณาการจัดเรตติ้งของพีเอสไอ "บลูสกาย" ถือว่าขยับตัวสูงมาก แม้จะยังตกเป็นรอง "เอเชียอัพเดท" แต่ก็ถือได้ว่ามาเร็วและมาแรง
    
          "ทีวีดาวเทียม ที่กำลังมาแรง ช่องบลูสกาย ดูได้ที่จานดำ และจานส้ม สนใจติดตั้ง คลิก เลย..." ข้อความโฆษณาของร้านรับติดตั้งจานดาวเทียม ก็เป็นเครื่องหมายรับรองว่า เรตติ้งดีจริงๆ
    
          ไทยอาจเป็นชาติเดียวในโลกที่มีการใช้ช่องรายการทีวีดาวเทียมเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมือง โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ และวิทยุ ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ
    
          นักวิชาการสื่อสารได้แต่จัดสัมมนาเรื่องการปลุกระดมด้วยวาทกรรมเกลียดชังผ่านสื่อทีวี แต่ก็ยังมีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยดาหน้าไปนั่งวิเคราะห์ข่าวทางหน้าจอทีวีเหล่านี้
    
          ขณะเดียวกัน "การชุมนุมทางการเมือง" หรือ "ม็อบ" ก็กลายเป็น "คอนเทนต์" ที่ขายได้ และสร้างเรตติ้งให้แก่ทีวีช่องหนึ่ง แบบว่าหักปากกานักวิเคราะห์ด้านการตลาดกันเลยทีเดียว

.......................................
(หมายเหตุ ได้เวลา "จอฟ้า" ในฤดูม็อบ..เรตติ้งพุ่ง! : คอลัมน์ โลกไร้เสา)