เศรษฐกิจ : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556

ลำยอง

ลำยอง : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com

              สัปดาห์ที่แล้ว ทิ้งท้าย "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" ไว้ที่ความระลึกถึง "ลำยอง" จากละครทีวีสุดฮิตที่พูดถึงกันทั้งบ้านทั้งเมืองอย่าง "ทองเนื้อเก้า" ซึ่งต้องยอมรับว่า การข้ามค่ายจากช่อง 7 มายังช่อง 3 ของ "นุ่น" วรนุช ภิรมย์ภักดี นั้น ทำให้เธอเปรี้ยงปร้างได้สมใจ จะด้วยฝีมือของเธอ จะด้วยการกำกับการแสดงของ "พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง" หรือจะด้วยเหตุและปัจจัยใด แต่ทั้งหมดนั้นก็ทำให้ผู้คนต่างก็ลืม "ทองเนื้อเก้า" เวอร์ชั่นเดิมที่นำแสดงโดย อภิรดี ภวภูตานนท์ ไปเสียสิ้น

               ไหนๆ ก็ทิ้งท้ายไว้แล้ว สัปดาห์นี้เลยขอเกาะกระแส "ลำยอง" อีกนิด และถือว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนจะถึงทริป "เงินทองต้องรู้ ออน ทัวร์ ปี 4" ที่รายการเงินทองต้องรู้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 10 ปี รายการ กับทริป "ดูหนัง ดูละคร ย้อนดูเรา"

               จริงๆ เคยเขียนไว้ใน Facebook/Kwanchanok Wutthikul Fanpage ไปบ้างแล้ว แต่เป็นการเขียนที่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากนัก ตอนที่เขียนใน facebook ได้ลองเปรียบเทียบ "สามี" แต่ละคนของ "ลำยอง" กับสินทรัพย์ประเภทต่างๆ

                เริ่มตั้งแต่ "สันต์" สามีคนแรก นายทหารเรืออนาคตไกล ที่หลงใหลในความงาม ออดอ้อน ฉอเลาะของลำยอง (ซึ่งตอนนั้นก็น่าหลงจริงๆ นะ) สันต์น่าจะเปรียบได้กับ "เงินฝาก" เพราะความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนก็ต่ำ และไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้

                ส่วนสามีคนที่สอง "เสี่ยกวง" ผู้เป็นเศรษฐีเจ้าของโรงงาน ก็น่าจะเปรียบได้กับ "หุ้น" เพราะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็ได้รับผลตอบแทนสูงตามไปด้วย ตอนลำยองอยู่กับเสี่ยกวง มีทั้งบ้าน รวมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีทั้งคนรับใช้ มีทั้งรถคอยรับส่ง ไม่นับรวมแก้วแหวนเงินทองที่เสี่ยกวงจัดหามาให้

                ถ้าไม่นับเรื่องของผลตอบแทนสูงแล้ว การเป็นเมียเสี่ยกวง ยังเหมือนกับการลงทุนในหุ้น ก็ตรงที่ลำยองอยู่ในฐานะ "เจ้าของ" หากแต่เป็นเจ้าของร่วมกับคนอื่นด้วยในฐานะ "คุณนายบ้านที่สอง"

                และเมื่อเป็นการลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง เวลาผิดพลาดขึ้นมา ลำยองก็แทบไม่เหลืออะไรเลย โดยเฉพาะเมื่อสามีจากไปอย่างปราศจากเยื่อใย

                ล่วงมาถึงสามีคนที่สามของลำยอง "เมืองเทพ" ชายหนุ่มที่หล่อนพานพบในบ่อน  นึกอยู่นานว่าจะเปรียบเทียบชายคนนี้กับสินทรัพย์ประเภทไหนดี จนนึกออกว่า เมืองเทพน่าจะเปรียบได้กับการลงทุนใน "หุ้นกู้" เพราะหุ้นกู้ให้ผลตอบแทนสูง หากแต่ต้องขึ้นอยู่กับว่า เป็นหุ้นกู้ของบริษัทใดหรือองค์กรใดเป็นผู้ออก เนื่องจากหลายครั้งที่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ "ชักดาบ" ไม่จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ลงทุนหน้าตาเฉย

               ในการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนที่ต้องการระดมเงินจากผู้ลงทุน นอกจากจะต้องยื่นข้อมูลขอเสนอขายหุ้นกู้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว ยังต้องจัดให้มีบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือหรือเครดิต เรตติ้ง เอเจนซี ทำหน้าที่วิเคราะห์ความเสี่ยงของบริษัท ก่อนจะประกาศ "เรตติ้ง" ให้แก่หุ้นกู้ของบริษัทนั้นๆ ซึ่ง "เรตติ้ง" นี่แหละที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำหรับการตัดสินใจลงทุน

               หากหุ้นกู้ของบริษัทใดได้รับการจัด "เรตติ้ง" สูง ผลตอบแทนของหุ้นกู้ก็จะต่ำกว่าบริษัทที่ได้รับการจัด "เรตติ้ง" ต่ำ เพราะผลตอบแทนกับเรตติ้งจะสวนทางกัน ถ้าเรตติ้งสูง หมายถึงความเสี่ยงของหุ้นกู้ต่ำ ผลตอบแทนก็จะต่ำ ถ้าเรตติ้งต่ำ หมายถึงความเสี่ยงของหุ้นกู้สูง ผลตอบแทนก็จะสูง เพื่อจูงใจให้ผู้ที่สนใจลงทุนยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น

               อย่าง "เมืองเทพ" สามีคนที่ 3 ของลำยองนั้น ถึงจะเทียบเป็นหุ้นกู้ แต่ก็เป็นหุ้นกู้ที่ได้รับเรตติ้งอยู่ในระดับต่ำหรือต่ำมากจนไม่สามารถลงทุนได้ เพราะเป็นหุ้นกู้ที่เชื่อได้ว่า จะเบี้ยวหรือชักดาบ ไม่จ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ลงทุนแน่ๆ คงมีเพียงแต่ลำยองเท่านั้นที่แยกแยะอะไรไม่ได้ และทุ่มกับเมืองเทพสุดตัว

                สารภาพว่า หลังจากลำยองตั้งท้องกับเมืองเทพ จนถูกฝ่ายชายสลัดทิ้ง ความสามารถในการติดตามละครเรื่องนี้ลดลง เพราะทนเห็นหญิงสาวที่มีฐานะเป็น "แม่" ทำร้ายทรมานลูกตัวเล็กๆ ของเธอ โดยเฉพาะ "วันเฉลิม" ไม่ได้ จริงๆ ลำยองมีสามีคนที่สี่ แต่อย่างที่บอกว่า ไม่ค่อยได้ติดตามดู จึงขออนุญาตก้าวข้ามไปพูดถึงสามีคนที่ 5 ของลำยอง ที่มีบทบาทไม่น้อย

                สามีคนที่ 5 "กำนันเสือ" หนุ่มใหญ่ ฐานะมั่นคง มียศมีตำแหน่ง ดังนั้น "กำนันเสือ" จึงเหมือนตราสารหนี้ ที่แก่ ไม่หล่อ แต่พึ่งพาอาศัยผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่เอาชนะเงินเฟ้อได้ และเป็นผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก

                ยังคิดในใจเล่นๆ ว่า ถ้า "ลำยอง" รู้จักกับการลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุนรวม หรือรู้จักการเปิดพอร์ตซื้อหุ้นในต่างประเทศโดยตรง งานนี้ไม่แคล้วว่า ยายแล แม่ของลำยอง ผู้ชักจูงลูกสาวให้รู้จักกับอบายมุขทั้งปวง คงได้ลูกเขยเป็นฝรั่ง และมีหลานเป็นลูกครึ่ง

               พอเปรียบเทียบ 4 สามีของลำยองกับสินทรัพย์ที่เธอครอบครอง ทั้งเงินฝาก หุ้น หุ้นกู้ (คุณภาพต่ำมาก) และตราสารหนี้แล้ว ก็คิดต่อไปว่า ถ้าบริหารจัดการสินทรัพย์เหล่านี้ดีๆ ลำยองก็น่าจะเก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่น่าพอใจ และสร้างความสุขสบายให้ชีวิตของเธอได้

               มีคนคอมเม้นท์ว่า ถ้าเป็นการจัดการสินทรัพย์จริงๆ "ลำยอง" สามารถครอบครองทุกอย่างไว้พร้อมกันได้ แต่ในชีวิตจริง เธอคงไม่สามารถมีสามีพร้อมๆ กันทั้ง 4 คนแบบนี้ได้ จริงๆ แล้วทั้งหมดที่เขียนก็เป็นแค่การนึกเปรียบเทียบ ซึ่งก็เป็นความจริงที่ว่า ลำยองคงจะมีผู้ชาย 4 คนในชีวิตพร้อมๆ กันไม่ได้ หากแต่ลำยองสามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทน ทั้งดอกเบี้ยเงินฝากจากสันต์ เงินปันผลจากเสี่ยกวง รวมถึงดอกเบี้ยจากกำนันเสือ เก็บกินไปได้ตลอดชีวิต แม้ว่าสุดท้ายจะเลิกรากันไป

                มีคนคอมเม้นท์อีกว่า ถ้าเปรียบแบบนี้แล้ว สงสัย "วันเฉลิม" ลูกชายคนแรกที่เกิดกับสันต์ ก็น่าจะเป็นหุ้นคุณภาพเยี่ยม ที่จ่ายเงินปันผลให้แม่อย่างลำยองได้ทั้งชีวิต ยังเถียงไปเล่นๆ เลยว่า ถ้าสันต์เป็นเงินฝาก วันเฉลิมก็ต้องเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก จะข้ามไปเป็นหุ้นปันผลได้อย่างไร แต่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินฝากธรรมดา ต้องยกให้เป็นดอกเบี้ยเงินฝากแคมเปญพิเศษที่ความเสี่ยงยังต่ำเหมือนเดิม แต่ผลตอบแทนสูงกว่าชาวบ้าน

                คืนวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา มีเวลานั่งดูลำยองแห่งทองเนื้อเก้าอีกครั้ง ค้นพบว่า ถึงจะมีสามีหลายคน และล้วนมีลูกกับสามีทุกคน แต่คนที่อยู่ในชีวิตและรับรู้ความเป็นไปของลำยองมาโดยตลอด ก็คือ สันต์ ผู้เป็นสามีคนแรก ยิ่งดูยิ่งคิดก็ยิ่งใช่

                ไม่ว่าอย่างไร เราทุกคนล้วนต้องมีบัญชีเงินฝาก (ที่มีเงิน) เป็นฐานรองรับทั้งสิ้น

 ..........................

(ลำยอง : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com)