กิน-ดื่ม-เที่ยว : อาหารการกิน
วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2556

ชิม'เกี๊ยวซ่า'ตำหรับ'โอซากา'

ชิม'เกี๊ยวซ่า'ตำหรับ'โอซากา' : คอลัมน์ชวนชิม

               หากพูดถึงเมนูอาหารทานเล่นคุ้นลิ้นของบรรดานักชิมชาวไทยแล้ว "เกี๊ยวซ่า" น่าจะอยู่ในอันดับต้นๆ ว่ากันว่า "แป้งห่อไส้ (ชนิดต่างๆ) ทอด" นี้แท้จริงแล้วมีต้นตระกูลอยู่ที่ในถิ่นมังกรแท้จริงเป็นเช่นไรไม่อยากหาคำตอบ เพราะวันนี้ตรงหน้าเรามี "เกี๊ยวซ่า...ฉบับญี่ปุ่น" ซึ่ง ยามาชิตะ เคนิ ผู้บริหารร้านโอซากา โอโช  ประจำประเทศไทยคนล่าสุด เล่าให้ฟังว่า ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองโอซาก้าเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว และยังเปิดจำหน่ายมาจนถึงวันนี้ การันตีความอร่อยด้วยยอดขายวันละ1.8 ล้านชิ้นต่อวันในญี่ปุ่น ยังไม่นับสาขาต่างๆ ทั้งในประเทศจีน สิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง รวมถึงไทย

               ร้าน "โอซากา โอโช" หรือแปลได้ว่า "ราชาของเกี๊ยวซ่าแห่งโอซากา" เปิดให้บริการมานานกว่าปีบนชั้น 2 ที่ตึกฟิฟตี้ฟิต ย่านทองหล่อ ถูกตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเน้นความโล่งโปร่งใส ครัวเปิดให้ลูกค้าได้เห็นการปรุงอาหารของเชฟชัดๆ ทุกขั้นตอนของอาหารกว่า 30 เมนู แต่มีพระเอกอย่าง "เกี๊ยวซ่า" จานทานเล่นเรียกน้ำย่อยสไตล์คนไทยแต่สำหรับชาวอาทิตย์อุทัยเขาใช้หม่ำคู่กับข้าว...ที่นี่เน้นปั้นสดๆ ด้วยมือทุกเช้า ส่วนไส้ประกอบด้วย กะหล่ำปลี ,ขิง,กระเทียม,และหมูชนิดต่างๆ 3 ชนิด แล้วห่อด้วยแผ่นเกี๊ยวซ่าสูตรพิเศษ จากนั้นจึงนำไปนึ่งและอบในเวลาเดียวกันด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ เพื่อให้มีสีเหลืองทอง ด้านหนึ่งกรอบอีกด้านหนึ่งนุ่ม ส่วนไส้เกี๊ยวซ่าจะยังคงความชุ่มฉ่ำไว้อย่างลง

                ขณะเดียวกันเขาก็แอบเอาใจนักชิมคนไทยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการกินด้วยการเพิ่มน้ำจิ้มขึ้นอีก 4 รส ได้แก่ "วาซาบิ-มายองเนส" รสชาติออกเผ็ดเล็กๆ หวานนิดๆ "โคเลี่ยนซอส" มีความหวานของน้ำผึ้งน้ำผลไม้ผนวกกับความเผ็ดจากน้ำพริกเผาสไตล์เกาหลี "วาก้าราชิ หรือ ซอสมัสตาส" ให้รสหวานจากน้ำผึ้งและน้ำผลไม้่ตัดกับกลิ่นมัสตาสสำหรับนักชิมที่ไม่ถนัดรสเผ็ดร้อน และ "กุเมะมิโซะซอส" ซอสชนิดนี้เอาใจคนชอบรสบ๊วยเปรี้ยวนำตามด้วยกลิ่นหอมจากปลาแห้ง ส่วนเคล็ดลับความอร่อยต้องทานร้อนๆ ตั้งแต่ลงจากเตาหมาดๆ

                อีกหนึ่งจานเด็ดที่ ยามาชิตะ เคนิ ยกมาให้ชิม "ทงคัตสึ ราเมน" ชามไม่โตแต่อัดแน่นไปด้วยรสชาติความเข้มข้น ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ น้ำซุป เส้น และ หมูตุ๋น น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบซดน้ำซุปร้อนๆ เพราะชามนี้มีความโดดเด่นตรงน้ำซุป ที่นำเอาข้อกระดูกหมูทุบจนแตกก่อนนำไปต้ม เพื่อดึงความหวานออกมาให้ได้มากที่สุด โดยใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 2 วันเต็ม จนได้น้ำซุปขุ่นๆ แล้วค่อยเอามาต้มกับตีนไก่และส่วนผสมตามสูตรเฉพาะของร้านนำรสชาติเข้มข้นด้วยกระเทียมและขิง ขณะเดียวกันเนื้อหมูตุ๋นชิ้นนุ่มๆ ซึ่งวางโปะหน้าเส้นราเมน (แป้งชนิดเดียวกับเกี๊ยวซ่า) ก็คือ "หมูสามชั้น" ที่ผ่านต้มกับซอสโชยุนานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อให้ซอสค่อยๆ ซึมแทรกเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วสไลด์ให้ได้ชินพอดีคำ โรยด้วยหอมซอยเพิ่มกลิ่นหอมและตัดเลี่ยนไปในตัว

               ส่วนอีกสองจานที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็น "ข้าวไข่ฟูราดซอสชนิดต่างๆ" มีทั้งแบบสูตรดั้งเดิมอย่าง "ข้าวไข่ฟูราดซอสเทนชินฮัง" "ข้าวไข่ฟูราดซอสแกงกะหรี่ญี่ปุ่น" รวมถึงสูตรเอาใจคนไทยโดยเฉพาะอย่าง "ข้าวไข่ฟูราดซอสแกงเขียวหวาน" และ "ข้าวไข่ฟูราดซอสแพนง" ความพิเศษของอาหารจานนี้อยู่ตรงที่ "ไข่ฟู" หรือ ไข่เจียวบ้านเรา จะต่างกันนิดเดียวตรงส่วนผสมซึ่งเขาจะเหยาะผงปรุงรสอันเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ผสานกับเทคนิคการเจียวไข่ในแบบแดนปลาดิบจนได้ไข่เจียวหนานุ่มและพร้อมจะละลายตั้งแต่อยู่ในปากก็ว่าได้ ส่วนซอสหน้าต่างๆ ก็เน้นให้ได้รสชาติแท้ดั้งเดิมมากที่สุด เรียกได้ว่า ถ้าเป็นลูกค้าญี่ปุ่นเข้าไปทานก็ต้องหายคิดถึงอาหารที่บ้านตัวเองเหมือนคนไทยไปนั่งซดต้มยำกุ้งรสชาติจัดๆ ในต่างแดนยังไงอย่างงั้น

                 นอกจากนี้ที่ "โอซากา โอโช" ยังนำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพในสไตล์ เจแปน บิวตี้ โดยอาหารแต่ละเมนูจะบอกปริมาณแคลอรี่บอกเพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่าว่าอาหารแต่ละเมนูนั้นให้พลังงานเท่าไร ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมให้บริการที่ร้านอีกด้วย...ลิ้มรสสูตรต้นตำหรับของชาวญี่ปุ่นแท้ได้ตั้งแต่ เวลา 11.00-22.00 น. ที่ร้านโอซากา โอโช สาขาทองหล่อ ได้ทุกวัน สอบถามรายละเอียดโทร. 02-381-0701 อีกหนึ่งสาขาที่ธนิยะ โทร. 02-237-8520

 

.........................

(ชิม'เกี๊ยวซ่า'ตำหรับ'โอซากา' : คอลัมน์ชวนชิม)

 

 

ข่าวด่วน